Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 1730/2506

พ.ศ. 2506 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยฉุดคร่าผู้เสียหายจากทางเดินนำเข้าป่าข้างทางห่างทางเดิน 7-8 วา แล้วร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายในป่านั้น เป็นการกระทำอันเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันมาตรา 281 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ไม่ใช่บทลงโทษ ไม่จำต้องยกขึ้นปรับบทลงโทษ

คำฟ้องและคำให้การ

จำเลยร่วมกันฉุดคร่าผู้เสียหายแล้วกระทำชำเรา

โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองต่อศาลมณฑลทหารบกที่ 5 (ศาลจังหวัดไชยา) ในข้อหาฉุดคร่าเพื่อการอนาจาร แล้วมาฟ้องจำเลยต่อศาลจังหวัดไชยาในข้อหากระทำชำเรา เมื่อสืบพยานโจทก์เสร็จแล้ว

จำเลยให้การรับสารภาพ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลจังหวัดไชยาพิพากษาจำคุก จำเลยคนละ 4 ปี และนับโทษต่อจากคดีของศาลมณฑลทหารบกที่ 5 (ศาลจังหวัดไชยา)

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ขอให้ลดโทษและไม่ให้นับโทษต่อศาลอุทธรณ์เห็นว่า การที่จำเลยฉุดคร่าผู้เสียหายไปแล้วกระทำชำเราเป็นกรรมเดียวแต่ผิดกฎหมายหลายบท เมื่อโจทก์ฟ้องจำเลยฐานฉุดคร่าเพื่อการอนาจารต่อศาลมณฑลทหารบกที่ 5 (ศาลจังหวัดไชยา) จนศาลได้มีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในคดีนั้นแล้ว สิทธินำคดีอาญามาฟ้องในคดีนี้ย่อมระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(4)จึงพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์ฎีกาศาลฎีกาพิจารณาเห็นว่า แม้กรรมที่จำเลยกระทำการฉุดคร่าและข่มขืนกระทำชำเราจะได้กระทำต่อเนื่องกันก็ดี หรือความมุ่งหมายของจำเลยต้องการผลสุดท้ายในการชำเราผู้เสียหายก็ดี มิใช่เป็นเหตุที่จะวินิจฉัยว่าเป็นกรรมเดียวกัน ข้อสำคัญอยู่ที่ว่ากรรมที่จำเลยกระทำอันเป็นความผิดฐานใดฐานหนึ่งได้สำเร็จไปตอนหนึ่งแล้วจำเลยได้กระทำกรรมใหม่อันเป็นความผิดขึ้นอีก

แม้จะติดต่อกัน สถานที่เดียวกัน ก็เป็นความผิดหลายกรรมได้ คดีนี้ จำเลยฉุดคร่าผู้เสียหายไปจากทางเดินเพื่อการอนาจาร ความผิดฐานฉุดคร่าได้สำเร็จแล้วและขาดตอนลง เมื่อนำผู้เสียหายไปถึงที่ ๆ จะกระทำชำเราจำเลยกระทำกรรมใหม่ขึ้น คือ ข่มขืนกระทำชำเราเป็นอีกกรรมหนึ่งต่างจากกรรมฉุดคร่าจึงเป็นความผิดหลายกรรม ศาลจะลงโทษผู้กระทำผิดทุกกรรมก็ได้ แม้โจทก์จะฟ้องจำเลยต่อศาลทหารในความผิดฐานฉุดคร่าแล้ว ก็ยังมีอำนาจฟ้องจำเลยในความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราต่อศาลพลเรือนได้อีกที่ศาลชั้นต้นปรับบทลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 281 ด้วยนั้น มาตรานี้ไม่ใช่บทลงโทษ ไม่จำต้องยกขึ้นปรับบทลงโทษจำเลยพิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ลงโทษจำเลยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ศาลทหารใช้ดุลพินิจลงโทษจำเลยตลอดจนถึงผลเสียหายอันเป็นความผิดในคดีนี้ด้วยแล้ว จึงไม่นับโทษจำเลยคดีนี้ต่อจากคดีของศาลทหารฯ

Matter details

Panel of judges
พจน์ ปุษปาคม · บริรักษ์จรรยาวัตร · จิตติ ติงศภัทิย์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up