Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1675/2516

พ.ศ. 2516 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 887 วรรคสองตอนท้ายบัญญัติว่าในคดีระหว่างบุคคลผู้ต้องเสียหายกับผู้รับประกันภัย ท่านให้ผู้ต้องเสียหายเรียกตัวผู้เอาประกันภัยเข้ามาในคดีด้วยนั้น ก็เพื่อจะได้พิจารณาความรับผิดของผู้เอาประกันภัยและผู้รับประกันภัยไปพร้อมกันถ้าผู้ต้องเสียหายละเลยไม่เรียกตัวผู้เอาประกันภัยเข้ามาสู่คดีด้วยจะมีผลเพียงทำให้ผู้ต้องเสียหายไม่ อาจเรียกเอาค่าสินไหมทดแทนส่วนที่ยังขาดจากผู้เอาประกันภัยได้เท่านั้น หาได้มีผลถึงกับทำให้ผู้เอาประกันภัยไม่ต้องรับผิดต่อผู้ต้องเสียหาย และทำให้ผู้รับประกันภัยหลุดพ้นความรับผิดไปด้วยไม่

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ เป็นบริษัทจำกัด รับจ้างขนส่งสินค้าพัสดุภัณฑ์และเป็นผู้ครอบครองรถยนต์คันเกิดเหตุ จำเลยที่ ๒ เป็นบริษัทรับประกันภัยได้รับประกันภัยค้ำจุนรถยนต์คันเกิดเหตุไว้ เมื่อวันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๑๑นายทวีซึ่งเป็นลูกจ้างขับรถยนต์ของจำเลยที่ ๑ ได้ขับรถยนต์คันเกิดเหตุในทางการที่จ้างโดยประมาท ขับด้วยความเร็วสูง ไม่เอาใจใส่ต่อป้ายสัญญาณและขับรถฝ่าฝืนสัญญาณไฟแดง ไปชนรถตักดินของโจทก์ ได้รับความเสียหายเป็นเงิน ๓๑,๓๕๕.๐๕ บาท ขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายพร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยที่ ๑ ให้การว่า ไม่ได้เป็นเจ้าของรถคันเกิดเหตุ และนายทวีไม่ได้เป็นลูกจ้างของจำเลย และนายทวีไม่ได้ขับรถโดยประมาท

จำเลยที่ ๒ ให้การว่า จำเลยที่ ๒ รับประกันภัยรถยนต์คันเกิดเหตุในนามผู้อื่น จำเลยที่ ๒ ไม่มีสัญญาและความผูกพันกับจำเลยที่ ๑ เมื่อผู้เอาประกันภัยไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์จำเลยที่ ๒ ย่อมหลุดพ้นความรับผิด นายทวีไม่ได้ขับรถโดยประมาท ค่าเสียหายไม่เกิน ๑,๐๐๐ บาท

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ตามฟ้อง จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๒ ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า ที่จำเลยที่ ๒ ฎีกาว่า โจทก์ไม่ได้ใช้สิทธิเรียกร้อง และไม่ได้เรียกตัวผู้เอาประกันภัยเข้ามาสู้คดี ผู้เอาประกันภัยไม่ต้องรับผิด และจำเลยที่ ๒ หลุดพ้นความผิดด้วยนั้น เห็นว่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๘๘๗ วรรค ๒ ตอนต้น บัญญัติไว้ชัดว่า บุคคลผู้ต้องเสียหายชอบที่จะได้รับค่าสินไหมทดแทนตามที่ตนควรจะได้นั้นจากผู้รับประกันภัยโดยตรงเมื่อมีกฎหมายบัญญัติไว้เช่นนี้ โจทก์ซึ่งเป็นผู้ต้องเสียหายย่อมมีอำนาจฟ้องจำเลย ไม่ต้องพิจารณาว่าโจทก์จะได้ใช้สิทธิเรียกร้องเอากับผู้เอาประกันภัยหรือไม่ ที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๘๘๗ วรรค ๒ ตอนท้ายบัญญัติว่า ในคดีระหว่างผู้ต้องเสียหายกับผู้รับประกันภัย

ท่านให้ผู้ต้องเสียหายเรียกตัวผู้เอาประกันภัยและผู้รับประกันภัยเข้ามาในคดีด้วยนั้น ก็เพื่อจะได้พิจารณาความรับผิดของผู้เอาประกันภัยและผู้รับประกันภัยไปพร้อมกันถ้าผู้ต้องเสียหายละเลยไม่เรียกตัวผู้เอาประกันภัยเข้ามาสู่คดีด้วย จะมีผลเพียงทำให้ผู้ต้องเสียหายไม่อาจเรียกเอาค่าสินไหมทดแทนส่วนที่ยังขาดจากผู้เอาประกันภัยได้เท่านั้น หามีผลถึงกับทำให้ผู้เอาประกันภัยไม่ต้องรับผิดต่อผู้ต้องเสียหาย และทำให้ผู้รับประกันภัยหลุดพ้นความรับผิดไปด้วยดังที่จำเลยที่ ๒ ฎีกาไม่ จำเลยที่ ๒ จึงต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประพจน์ ถิระวัฒน์ · วินัย ทองลงยา · สุเมธ ทิพยมนตรี
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายสุวัฒน์ รัตรสาร
ศาลอุทธรณ์ - นายศิริ จีระมะกร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้