Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 1675/2516

พ.ศ. 2516 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

การที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 887 วรรคสองตอนท้ายบัญญัติว่าในคดีระหว่างบุคคลผู้ต้องเสียหายกับผู้รับประกันภัย ท่านให้ผู้ต้องเสียหายเรียกตัวผู้เอาประกันภัยเข้ามาในคดีด้วยนั้น ก็เพื่อจะได้พิจารณาความรับผิดของผู้เอาประกันภัยและผู้รับประกันภัยไปพร้อมกันถ้าผู้ต้องเสียหายละเลยไม่เรียกตัวผู้เอาประกันภัยเข้ามาสู่คดีด้วยจะมีผลเพียงทำให้ผู้ต้องเสียหายไม่ อาจเรียกเอาค่าสินไหมทดแทนส่วนที่ยังขาดจากผู้เอาประกันภัยได้เท่านั้น หาได้มีผลถึงกับทำให้ผู้เอาประกันภัยไม่ต้องรับผิดต่อผู้ต้องเสียหาย และทำให้ผู้รับประกันภัยหลุดพ้นความรับผิดไปด้วยไม่

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ เป็นบริษัทจำกัด รับจ้างขนส่งสินค้าพัสดุภัณฑ์และเป็นผู้ครอบครองรถยนต์คันเกิดเหตุ จำเลยที่ ๒ เป็นบริษัทรับประกันภัยได้รับประกันภัยค้ำจุนรถยนต์คันเกิดเหตุไว้ เมื่อวันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๑๑นายทวีซึ่งเป็นลูกจ้างขับรถยนต์ของจำเลยที่ ๑ ได้ขับรถยนต์คันเกิดเหตุในทางการที่จ้างโดยประมาท ขับด้วยความเร็วสูง ไม่เอาใจใส่ต่อป้ายสัญญาณและขับรถฝ่าฝืนสัญญาณไฟแดง ไปชนรถตักดินของโจทก์ ได้รับความเสียหายเป็นเงิน ๓๑,๓๕๕.๐๕ บาท ขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายพร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยที่ ๑ ให้การว่า ไม่ได้เป็นเจ้าของรถคันเกิดเหตุ และนายทวีไม่ได้เป็นลูกจ้างของจำเลย และนายทวีไม่ได้ขับรถโดยประมาท

จำเลยที่ ๒ ให้การว่า จำเลยที่ ๒ รับประกันภัยรถยนต์คันเกิดเหตุในนามผู้อื่น จำเลยที่ ๒ ไม่มีสัญญาและความผูกพันกับจำเลยที่ ๑ เมื่อผู้เอาประกันภัยไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์จำเลยที่ ๒ ย่อมหลุดพ้นความรับผิด นายทวีไม่ได้ขับรถโดยประมาท ค่าเสียหายไม่เกิน ๑,๐๐๐ บาท

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ตามฟ้อง จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๒ ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า ที่จำเลยที่ ๒ ฎีกาว่า โจทก์ไม่ได้ใช้สิทธิเรียกร้อง และไม่ได้เรียกตัวผู้เอาประกันภัยเข้ามาสู้คดี ผู้เอาประกันภัยไม่ต้องรับผิด และจำเลยที่ ๒ หลุดพ้นความผิดด้วยนั้น เห็นว่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๘๘๗ วรรค ๒ ตอนต้น บัญญัติไว้ชัดว่า บุคคลผู้ต้องเสียหายชอบที่จะได้รับค่าสินไหมทดแทนตามที่ตนควรจะได้นั้นจากผู้รับประกันภัยโดยตรงเมื่อมีกฎหมายบัญญัติไว้เช่นนี้ โจทก์ซึ่งเป็นผู้ต้องเสียหายย่อมมีอำนาจฟ้องจำเลย ไม่ต้องพิจารณาว่าโจทก์จะได้ใช้สิทธิเรียกร้องเอากับผู้เอาประกันภัยหรือไม่ ที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๘๘๗ วรรค ๒ ตอนท้ายบัญญัติว่า ในคดีระหว่างผู้ต้องเสียหายกับผู้รับประกันภัย

ท่านให้ผู้ต้องเสียหายเรียกตัวผู้เอาประกันภัยและผู้รับประกันภัยเข้ามาในคดีด้วยนั้น ก็เพื่อจะได้พิจารณาความรับผิดของผู้เอาประกันภัยและผู้รับประกันภัยไปพร้อมกันถ้าผู้ต้องเสียหายละเลยไม่เรียกตัวผู้เอาประกันภัยเข้ามาสู่คดีด้วย จะมีผลเพียงทำให้ผู้ต้องเสียหายไม่อาจเรียกเอาค่าสินไหมทดแทนส่วนที่ยังขาดจากผู้เอาประกันภัยได้เท่านั้น หามีผลถึงกับทำให้ผู้เอาประกันภัยไม่ต้องรับผิดต่อผู้ต้องเสียหาย และทำให้ผู้รับประกันภัยหลุดพ้นความรับผิดไปด้วยดังที่จำเลยที่ ๒ ฎีกาไม่ จำเลยที่ ๒ จึงต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
ประพจน์ ถิระวัฒน์ · วินัย ทองลงยา · สุเมธ ทิพยมนตรี
Lower court
ศาลแพ่ง - นายสุวัฒน์ รัตรสาร
ศาลอุทธรณ์ - นายศิริ จีระมะกร
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up