Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1673/2505

พ.ศ. 2505 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่หุ้นส่วนผู้จัดการห้างหุ้นส่วนสามัญ ทำหนังสือสัญญากู้เงินจากบุคคลภายนอกนั้น จะให้ผู้เป็นหุ้นส่วนคนอื่นซึ่งมิได้เป็นคู่สัญญาต้องรับผิดด้วยหาได้ไม่ เว้นแต่ผู้ให้กู้จะพิสูจน์ได้ว่าผู้นั้นได้ทำในฐานะเป็นผู้จัดการหรือตัวแทนของห้างหุ้นส่วนหรือได้นำเงินที่กู้มาใช้ในกิจการห้างหุ้นส่วนนั้น ๆ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๘ ได้เข้าหุ้นส่วนกันตั้งห้างหุ้นส่วนสามัญชื่อ โรงรับจำนำเซี่ยงฮวด หรือเซียงฮวด โดยมิได้จดทะเบียน จำเลยที่ ๑ ในฐานะผู้จัดการห้างหุ้นส่วนกับจำเลยที่ ๙ ได้ร่วมกันยืมเงินโจทก์ ๔๐,๐๐๐ บาท เมื่อถึงกำหนดชำระ จำเลยทั้งหมดไม่ชำระ ขอให้บังคับจำเลยทั้ง ๙ ชำระเงินต้นและดอกเบี้ย จำเลยที่ ๔, ๖, ๗ และ ๘ ให้การปฏิเสธ ๑, ๒, ๓ และ ๕ ขาดนัดยื่นคำให้การและพิจารณา

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ ๑, ๒, ๗ และ ๘ ร่วมกันรับผิดชำระเงิน ๔๐,๐๐๐ บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีแก่โจทก์ จำเลยที่ ๗ และ ๘ อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ ให้ยกฟ้องโจทก์ที่เกี่ยวกับจำเลยที่ ๗ - ๘

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยที่ ๑ และ ๙ เป็นผู้ทำหนังสือสัญญาลงนามเป็นผู้กู้เงินโจทก์ตามปกติบุคคลทั้งสองนี้เท่านั้นจะต้องรับผิดตามสัญญานี้ จะให้บุคคลภายนอกซึ่งมิได้เป็นคู่สัญญาด้วยต้องรับผิดด้วยหาได้ไม่ เว้นไว้แต่โจทก์จะพิสูจน์ได้ว่าบุคคลที่ลงชื่อเป็นผู้กู้เงินนี้ได้ทำในฐานะเป็นผู้จัดการหรือตัวแทนของห้างหุ้นส่วน หรือได้นำเงินที่กู้นั้นมาใช้ในกิจการของห้างหุ้นส่วน ดังนี้ บุคคลภายนอกซึ่งเป็นหุ้นส่วนจึงจะต้องรับผิด ตามข้อนำสืบของโจทก์คงได้ความเพียงว่า ๑ เป็นผู้จัดการห้างหุ้นส่วนโรงรับจำนำเซี่ยงฮวด จำเลยที่ ๙ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับห้างหุ้นส่วนโรงรับจำนำเซี่ยงฮวด ส่วนจำเลยที่ ๗ และ ๘ เป็นหุ้นส่วนของห้างหุ้นส่วนดังกล่าว จำเลยที่ ๑ และ ๙ ได้ทำหนังสือกู้เงินโจทก์ไป เมื่อโจทก์นำสืบไม่ได้ว่าห้างหุ้นส่วนดังกล่าวได้เชิดหรือแสดงออกให้โจทก์หลงเชื่อว่า จำเลยได้กู้เงินไปในฐานะตัวแทนของห้างหุ้นส่วน หรือนำเงินไปใช้ในกิจการของห้างหุ้นส่วน จำเลยที่ ๗, ๘ มิได้เป็นคู่สัญญาด้วย จึงไม่ต้องรับผิด

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ให้ยกฎีกาโจทก์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
คร้าม สิวายะวิโรจน์ · การุณย์นราทร · สนิท สุมาวงศ์
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายมณี ชุติวงศ์
ศาลอุทธรณ์ - หลวงพิสัยสารคุณ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2624/2551

จำเลยและ พ. กับพี่น้องตกลงเข้ากันเพื่อกระทำกิจการร้านค้าร่วมกันโดยมีวัตถุประสงค์แบ่งปันผลกำไรระหว่างกัน จึงเข้าลักษณะสัญญาจัดตั้งห้างหุ้นส่วนสามัญตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1012 การที่ พ. สั่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4293/2540

จำเลยทั้งสามเป็นหุ้นส่วนกัน มีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมกันประกอบกิจการรับจ้างถมดิน ทราย และลูกรัง โดยมอบหมายให้จำเลยที่ 1 เป็นผู้รับผิดชอบส่งมอบงานและรับค่าจ้างถมดินด้วยและหุ้นส่วนทุกคนจะรับผิดชอบในกิจการ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1026/2538

จำเลยทั้งสามเป็นหุ้นส่วนกันในการซื้อขายที่ดินพิพาทแม้จำเลยที่2และที่3มิได้เป็นคู่สัญญาในสัญญาจะซื้อจะขายโดยมีจำเลยที่1เพียงผู้เดียวลงลายมือชื่อเป็นผู้จะขายและโจทก์ที่1เป็นผู้จะซื้อสัญญาดังกล่าวก็ผูกพั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1300/2533

จำเลยที่ 5 เป็นหุ้นส่วนในห้างฯ จำเลยที่ 1 ในขณะที่จำเลยที่ 1 เป็นหนี้ค่าซื้อตั๋วโดยสารเครื่องบินโจทก์ แม้ภายหลังจำเลยที่ 5 ได้ออกจากหุ้นส่วนไปแล้วก็ยังคงต้องรับผิดในหนี้ซึ่งจำเลยที่ 1 ได้ก่อให้เกิดขึ้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3848/2531

เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยที่ 1 กับบริษัท ด. และบริษัท อ. ได้จดทะเบียนการค้าสำหรับงานก่อสร้างสะพานไว้กับกรมสรรพากรว่า "สาธรบริดจ์ จอยเวนเจอร์" โดยมี อ. เป็นผู้มีอำนาจทำการแทน เช่นนี้ย่อมเป็นที่เห…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้