Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 167/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เจ้าพนักงานประเมินได้ประเมินภาษีอากรให้จำเลยชำระเพิ่มเติมจำเลยอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์มีหน้าที่ตรวจสอบคำสั่งของเจ้าพนักงานประเมินว่าชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และมีอำนาจแก้ไขเปลี่ยนแปลง ยกเลิก เพิกถอนคำสั่งนั้นได้ตามที่เห็นสมควร ดังนี้เมื่อยังไม่ได้มีคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ กรมสรรพากรโจทก์จึงไม่มีอำนาจนำคดีมาฟ้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.พ. มาตรา 55 ป.รัษฎากร มาตรา 30

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า บริษัทจำเลยที่ 1 จดทะเบียนเลิกบริษัทเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2525 และจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีเมื่อวันที่3 สิงหาคม 2525 จำเลยที่ 2 ถึงที่ 8 เป็นผู้ถือหุ้นของจำเลยที่ 1และได้รับส่วนแบ่งเงินทุนคืน ระหว่างปี 2523 ถึง 2525 จำเลยที่ 1ยื่นแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษีไม่ครบถ้วน เจ้าพนักงานประเมินได้ทำการประเมินให้จำเลยที่ 1 เสียภาษี จำเลยที่ 1 ขอลดเงินเพิ่มเบี้ยปรับ โจทก์ลดให้และคงเรียกเก็บภาษีจากจำเลยที่ 1 ทั้งสิ้น1,631,596.95 บาท ขอให้บังคับจำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวนดังกล่าวโดยให้จำเลยที่ 2 ถึงที่ 8 ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ตามจำนวนเงินที่แต่ละคนรับไปจำเลยที่ 1 ถึงที่ 6 และที่ 8 ให้การว่า จำเลยที่ 1 อุทธรณ์การประเมินแล้ว ยังไม่ได้รับคำวินิจฉัยจากคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์โจทก์ไม่มีสิทธินำคดีมาฟ้องจำเลยที่ 7 ขาดนัดยื่นคำให้การศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปและพิพากษาใหม่ตามรูปคดี

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งแปดฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ตามบทบัญญัติมาตรา 29, 30 แห่งประมวลรัษฎากร เมื่อมีการประเมินภาษีอากรแล้ว ผู้มีหน้าที่จะต้องเสียภาษีอากร จะอุทธรณ์การประเมินไปยังผู้มีหน้าที่พิจารณาอุทธรณ์หรือคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ก็ได้ แล้วแต่กรณี เว้นแต่จะต้องห้ามตามกฎหมายมิให้อุทธรณ์การประเมิน ที่กฎหมายบัญญัติไว้ดังนี้ก็เพื่อให้ผู้มีหน้าที่พิจารณาอุทธรณ์ได้ตรวจสอบคำสั่งของผู้ประเมินหรือ เจ้าพนักงานประเมินว่าชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ประการใดเมื่อพิจารณาแล้วผู้มีหน้าที่ในการพิจารณาอุทธรณ์ มีอำนาจแก้ไขเปลี่ยนแปลง ยกเลิก เพิกถอนคำสั่งนั้นได้ตามที่เห็นสมควร โดยทำคำวินิจฉัยเป็นหนังสือแจ้งไปยังผู้อุทธรณ์ตามที่มาตรา 34 แห่งประมวลรัษฎากรบัญญัติไว้

คดีนี้จำเลยที่ 1 ได้ใช้สิทธิอุทธรณ์การประเมินแล้วคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ยังไม่มีคำวินิจฉัยดังนี้ จำเลยที่ 1 เป็นหนี้ค่าภาษีโจทก์ตามที่แจ้งการประเมินไปซึ่งจำเลยอื่น ๆ จะต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 หรือไม่ อาจจะถูกเปลี่ยนแปลงแก้ไข โดยคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ก็ได้ ชอบที่จะต้องรอคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์เสียก่อน โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ที่ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ไม่มีประมวลรัษฎากรมาตราใดบัญญัติห้ามมิให้โจทก์ฟ้องคดีระหว่างรอคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์นั้น ศาลฎีกา เห็นว่า หากตีความเช่นนั้น บทบัญญัติเรื่องอุทธรณ์การประเมินต่อผู้มีอำนาจพิจารณาอุทธรณ์ตามประมวลรัษฎากรก็จะไร้ประโยชน์ ส่วนเหตุผลของโจทก์ที่ปรากฏในคำแก้ฎีกาที่ว่า เมื่อมีการประเมินแล้ว ถ้าไม่เสียภาษีอากรภายในเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้ ให้ถือว่าเป็นภาษีอากรค้างตามประมวลรัษฎากรมาตรา 12 บังคับชำระหนี้ได้ จึงนำคดีมาฟ้องได้ด้วยนั้น

ศาลฎีกาเห็นว่าปัญหาเรื่องภาษีอากรค้างกับการนำคดีมาฟ้องเป็นคนละปัญหานำมาเทียบเคียงกันไม่ได้"

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เดชา สุวรรณโณ · วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · ปิ่นทิพย์ สุจริตกุล
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3700/2552

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 มาตรา 25 ซึ่งบัญญัติว่า "ในคดีที่ราคาทรัพย์สินหรือจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทไม่เกินห้าหมื่นบาท ห้ามมิให้คู่ความอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง..." จำนวนทุนท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2084/2548

จำเลยที่ 1 ได้ยื่นฟ้องคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ขอให้เพิกถอนการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ต่อศาลภาษีอากรกลาง อันเป็นการดำเนินการตาม ป.รัษฎากรฯ มาตรา 30 (2) แล้ว…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2545 (เลขอ้างอิง 110308)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชำระหนี้ค่าภาษีอากรตามการประเมินและคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ภายหลังจากที่โจทก์ได้แจ้งคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ให้จำเลยที่ 2 ในฐานะผู้ชำระบัญชีขอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7405/2544

จำเลยอุทธรณ์การประเมินต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ไว้แต่ขณะโจทก์ยื่นฟ้องคดี คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ยังมิได้มีคำวินิจฉัย ซึ่งคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์อาจมีคำวินิจฉัยให้เพิกถอนหรือแก้ไขคำสั่ง ของเจ้าพนัก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9569/2544

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ. 2528 มาตรา 8 ได้วางข้อห้ามมิให้ฟ้องคดีตามมาตรา 7 (1) ต่อศาลภาษีอากรไว้ซึ่งเป็นการห้ามบุคคลทุกคน หามีข้อยกเว้นให้กรมสรรพากรโจทก์มีอำนาจฟ้องคดีโดยไ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้