Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1642/2527

พ.ศ. 2527 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การเป็นหม้ายเป็นเพียงรายละเอียดข้อเท็จจริง มิใช่สภาพแห่งข้อหาและคำขอบังคับหรือข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่ง ข้อหา แม้โจทก์จะมิได้ระบุไว้ในคำฟ้องและหนังสือมอบอำนาจ โจทก์นำสืบได้ว่าโจทก์เป็นหม้าย หาเป็นการนำสืบนอกฟ้อง แต่อย่างใดไม่ฎีกาของจำเลยที่มิได้ยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ไว้ในคำให้การมิใช่ข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้น ศาลฎีกา ไม่รับวินิจฉัยสัญญามัดจำก่อสร้างมีข้อความระบุว่า ป. ทำสัญญาในฐานะที่เป็นกรรมการผู้จัดการบริษัทจำเลย มิใช่ทำในนามของตนเองแม้อำนาจกรรมการของบริษัทจำเลยที่จดทะเบียนไว้จะต้องมีกรรมการสองคนร่วมกันลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญของบริษัทเมื่อ ป. เป็นกรรมการและคณะกรรมการบริษัทแต่งตั้งให้ ป. เป็นผู้จัดการบริษัทจำเลย ป. แต่ผู้เดียวย่อมมีอำนาจ ทำสัญญาแทนจำเลย ทั้งบริษัทจำเลยก็ยอมรับเอาผลแห่งการกระทำของ ป. ตลอดมาเพื่อจะอ้างว่า ป. ไม่มีอำนาจ หลังจากที่มีการเปลี่ยนกรรมการใหม่ จึงไม่มีผลลบล้างสัญญาที่ทำไว้แล้ว สัญญาดังกล่าวจึงผูกพันจำเลยจำเลยปฏิเสธสิทธิของโจทก์ซึ่งมีอยู่ตามสัญญาตลอดมาตั้งแต่ก่อนโจทก์ฟ้องและเมื่อโจทก์ฟ้องจำเลยแล้ว จำเลยก็ยังคงให้การปฏิเสธสิทธิของโจทก์อยู่เช่นเดิม ดังนั้น ไม่ว่าตามสัญญาจะมีเงื่อนเวลาอย่างหนึ่งอย่างใดที่เป็น ประโยชน์แก่จำเลยถือได้ว่าจำเลยสละประโยชน์แห่งเงื่อนเวลา นั้นแล้ว โจทก์มีอำนาจฟ้องบังคับให้จำเลยปฏิบัติตามสัญญา ได้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เข้าทำสัญญามัดจำก่อสร้างอาคารพาณิชย์กับจำเลยโดยโจทก์จ่ายเงินช่วยค่าก่อสร้างแก่จำเลย 450,000 บาท จ่ายในวันทำสัญญา80,000 บาท ที่เหลือโจทก์ให้เป็นงวด ๆ ตามสัญญา ขณะดำเนินการก่อสร้างโจทก์ขอปฏิบัติการชำระหนี้ตามสัญญา แต่จำเลยปฏิเสธไม่ยอมรับและบอกเลิกสัญญา โดยจำเลยไม่มีสิทธิบอกเลิก ขอให้บังคับจำเลยปฏิบัติตามสัญญามัดจำก่อสร้าง ให้จำเลยยอมรับเงินค่าก่อสร้างงวดที่เหลือตามสัญญาจากโจทก์ห้ามไม่ให้จำเลยเอาสิทธิการเช่าอาคารพาณิชย์ดังกล่าวไปให้บุคคลอื่น ให้จำเลยดำเนินการจัดการให้โจทก์เข้าทำสัญญาเช่ากับกรุงเทพมหานครโดยถูกต้องตามกฎหมายจำเลยให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง สัญญาดังกล่าวไม่ผูกพันจำเลยเพราะกรรมการบริษัทจำเลยลงชื่อไม่ครบ

จำเลยไม่ได้รับเงินตามฟ้อง บริษัทจำเลยเปลี่ยนแปลงกรรมการและอำนาจกรรมการใหม่ จำเลยบอกกล่าวให้โจทก์มาทำสัญญาใหม่ โจทก์กลับมาฟ้องโดยไม่ได้บอกกล่าวให้จำเลยผิดนัด ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยปฏิบัติตามสัญญามัดจำก่อสร้าง โดยให้จำเลยยอมรับเงินช่วยค่าก่อสร้างงวดที่ 2 และงวดที่เหลือถัดไปเมื่อถึงกำหนดจากโจทก์ ให้จำเลยจัดการให้โจทก์ได้เข้าทำสัญญาเช่าอาคารพาณิชย์กับกรุงเทพมหานครจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า การเป็นหม้ายเป็นเพียงรายละเอียดข้อเท็จจริงมิใช่สภาพแห่งข้อหาและคำขอบังคับหรือข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหา แม้โจทก์จะมิได้ระบุไว้ในคำฟ้องและหนังสือมอบอำนาจ

โจทก์ก็นำสืบได้ว่าโจทก์เป็นหม้าย หาเป็นการนำสืบนอกฟ้องแต่อย่างใดไม่ ส่วนที่จำเลยฎีกาว่านางสุพิมพร ธนาดิเรก ผู้รับมอบอำนาจ ไม่ได้รับความยินยอมจากสามี การมอบอำนาจไม่สมบูรณ์ตามกฎหมายนั้น จำเลยมิได้ยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ไว้ในคำให้การจึงมิใช่ข้อที่ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้น ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยที่จำเลยฎีกาว่านายประสงค์ กรรมการบริษัทจำเลยแต่ผู้เดียวไม่มีอำนาจทำสัญญาแทนจำเลย ทั้งนายประสงค์ทำสัญญาในนามของตนเอง สัญญาไม่ผูกพันจำเลย

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า สัญญามัดจำก่อสร้างตามเอกสารหมาย จ.3มีข้อความระบุไว้ว่า นายประสงค์ทำสัญญาในฐานะที่เป็นกรรมการผู้จัดการบริษัทจำเลยมิใช่ทำในนามของตนเองแต่อย่างใด แม้อำนาจกรรมการของบริษัทจำเลยตามที่จดทะเบียนไว้จะต้องมีกรรมการสองคนร่วมกันลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญของบริษัทด้วย ข้อเท็จจริงก็ได้ความว่า นายประสงค์เป็นทั้งกรรมการและผู้จัดการบริษัทจำเลยในขณะที่มีการทำสัญญา เมื่อคณะกรรมการแต่งตั้งให้นายประสงค์เป็นผู้จัดการบริษัทจำเลย นายประสงค์แต่ผู้เดียวก็ย่อมมีอำนาจทำสัญญาแทนจำเลย ทั้งบริษัทจำเลยก็ยอมรับเอาผลแห่งการกระทำของนายประสงค์ตลอดมาเพิ่งจะมาอ้างว่านายประสงค์ไม่มีอำนาจหลังจากที่มีการเปลี่ยนกรรมการใหม่ ซึ่งไม่มีผลลบล้างสัญญาที่ทำไว้แล้ว สัญญาดังกล่าวจึงผูกพันจำเลยที่จำเลยฎีกาว่า จำเลยมิได้ผิดนัดผิดสัญญา เพราะโจทก์มิได้บอกกล่าวเป็นหนังสือให้จำเลยรับชำระเงิน โจทก์ไม่เคยติดต่อชำระเงินแก่จำเลย และการชำระหนี้ยังไม่ถึงกำหนด โจทก์ยังไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยนั้น

ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยปฏิเสธสิทธิของโจทก์ซึ่งมีอยู่ตามสัญญาตลอดมาตั้งแต่ก่อนโจทก์ฟ้องและเมื่อโจทก์ฟ้องจำเลยก็ยังคงให้การปฏิเสธสิทธิของโจทก์อยู่เช่นเดิม ดังนั้นไม่ว่าตามสัญญาจะมีเงื่อนเวลาอย่างหนึ่งอย่างใดที่เป็นประโยชน์แก่จำเลยก็ถือได้ว่าจำเลยสละประโยชน์แห่งเงื่อนเวลานั้นแล้ว โจทก์จึงอำนาจฟ้องบังคับให้จำเลยปฏิบัติตามสัญญาได้พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ศักดิ์ สนองชาติ · นิยม ติวุตานนท์ · ม.ร.ว.ชัยวัฒน์ ชมพูนุท
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้