Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1638/2549

พ.ศ. 2549 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 1 และที่ 2 ว่าจ้างให้จำเลยที่ 3 ทำการขนส่งสินค้าที่บรรจุในตู้สินค้าทางเรือจากประเทศสิงคโปร์มายังท่าเรือกรุงเทพภายใต้เงื่อนไขแบบซีวาย/ซีวาย ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าสินค้าได้รับความเสียหายตั้งแต่ก่อนเปิดตู้สินค้าแล้ว เมื่อไม่ปรากฏว่าตู้สินค้าดังกล่าวอยู่ในสภาพผิดปกติหรือมีรอยชำรุดเสียหายที่จะแสดงให้เห็นว่าจำเลยที่ 3 ทำการขนส่งด้วยความประมาทเลินเล่อทำให้สินค้าถูกกระทบกระแทก จึงรับฟังได้ว่าความเสียหายนั้นเกิดขึ้นหรือเป็นผลจากเหตุอื่นที่มิใช่ความผิดหรือความประมาทเลินเล่อหรืออยู่ในความรู้เห็นของจำเลยที่ 3 จำเลยที่ 3 จึงไม่ต้องรับผิดเพื่อความเสียหายของสินค้านั้น ตาม พ.ร.บ. การรับขนของทางทะเล พ.ศ. 2534 มาตรา 52 (13)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.การรับขนของทางทะเล พ.ศ.2534 มาตรา 52

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันใช้เงินแก่โจทก์จำนวน 96,711 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 91,008 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยที่ 1 และที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การและไม่มาศาลในวันนัดพิจารณา จำเลยที่ 3 ให้การและแก้ไขคำให้การขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้จำเลยทั้งสามชำระเงินแก่โจทก์ 91,088 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 10 พฤษภาคม 2544 จนกว่าจะชำระเสร็จ ดอกเบี้ยถึงวันฟ้องต้องไม่เกิน 5,703 บาท ให้จำเลยทั้งสามใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ 4,500 บาท จำเลยที่ 3 อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งนั่งพิจารณาคดีในศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางรับรองว่ามีเหตุอันควรอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงยังรับฟังได้ว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 ได้ว่าจ้างให้จำเลยที่ 3 ทำการขนส่งสินค้าทางเรือจากประเทศสาธารณรัฐสิงคโปร์มายังท่าเรือกรุงเทพภายใต้เงื่อนไขแบบ

ซีวาย/ซีวาย กล่าวคือ ที่ท่าเรือต้นทางผู้ส่งสินค้ามีหน้าที่มารับตู้สินค้าจากผู้ขนส่งเพื่อนำไปบรรจุสินค้าเข้าตู้สินค้าแล้วปิดตราผนึกตู้สินค้าเองโดยผู้ขนส่งไม่เกี่ยวข้อง จากนั้นผู้ส่งของจะนำตู้สินค้ามาส่งมอบแก่ผู้ขนส่งที่ท่าเรือเพื่อให้ผู้ขนส่งทำการขนส่งต่อไปโดยในการบรรจุได้เรียงสินค้าเข้าตู้สินค้า จำเลยที่ 3 ไม่ได้เกี่ยวข้องด้วย จำเลยที่ 1 และที่ 2 ซึ่งเป็นผู้ส่งสินค้าเป็นผู้บรรจุสินค้าเข้าตู้สินค้าและปิดตราผนึกประตูตู้สินค้าเอง ทั้งจำเลยที่ 3 ผู้ขนส่งสินค้าไม่ทราบถึงสภาพของสินค้าที่อยู่ในตู้สินค้าว่ามีสภาพอย่างไร ดังนี้หากสินค้าได้รับความเสียหายในระหว่างที่จำเลยที่ 1 และที่ 2 บรรจุสินค้าเข้าไปในตู้สินค้าและนำตู้สินค้ามาที่ท่าเรือต้นทาง

จำเลยที่ 3 ก็ไม่ต้องรับผิดเพราะเหตุแห่งความเสียหายนั้นมิได้เกิดขึ้นในระหว่างที่สินค้าดังกล่าวอยู่ในความดูแลของจำเลยที่ 3 ตามที่ได้รับมอบหมาย นอกจากนี้ยังได้ความว่าในระหว่างการเดินทางของเรือโกตาเสรีซึ่งบรรทุกตู้สินค้าจากท่าเรือสิงคโปร์มายังท่าเรือกรุงเทพนั้นไม่ปรากฏว่าเรือประสบกับพายุหรือคลื่นลมรุนแรงที่จะทำให้ตู้สินค้าได้รับการกระทบกระแทกแต่อย่างใด นายเรือและลูกเรือได้ดูแลเอาใจใส่ตู้สินค้าซึ่งบรรจุสินค้าด้วยความระมัดระวังตามปกติวิสัยของผู้ประกอบอาชีพรับขนส่งสินค้าทางทะเลเป็นอย่างดีตลอดการเดินทาง และเมื่อเรือมาถึงท่าเรือกรุงเทพก็ได้ทำการส่งมอบตู้สินค้าให้การท่าเรือแห่งประเทศไทยในสภาพเรียบร้อยและมีตราผนึกประตูตู้สินค้าเรียบร้อย แต่เมื่อตัวแทนของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ขอเปิดตู้สินค้าพบว่ามีสินค้าของเจ้าของสินค้าหลายรายบรรจุอัดแน่นเบียดเสียดกันอยู่ประมาน 98 หีบห่อ

ประกอบกับการบรรจุหีบห่อของสินค้าที่เอาประกันภัยไม่มั่นคงแข็งแรงจึงทำให้สินค้ารับความเสียหาย นอกจากนี้ยังได้ความจากบันทึกถ้อยคำยืนยันข้อเท็จจริงหรือความเห็นและคำเบิกความของนางสาวสุกัญญา พยานจำเลยที่ 3 ว่า เจ้าหน้าที่ของการท่าเรือแห่งประเทศไทยและพยานได้ร่วมเปิดตู้สินค้า พบว่ามีสินค้าบรรจุอยู่จำนวนมากถึง 98 หีบห่อ อัดแน่นเบียดเสียดกันอยู่ รวมทั้งสินค้าที่เอาประกันภัยซึ่งบรรจุอยู่ในลังไม้ 1 ลัง และในกล่องอีก 1 กล่อง สินค้าได้รับความเสียหายเนื่องจากการบรรจุหีบห่อไม่มั่นคงแข็งแรง ประกอบกับการจัดเรียงสินค้าที่ไม่เหมาะสมดังกล่าวและสินค้าที่เอาประกันภัยได้รับความเสียหายตั้งแต่ก่อนเปิดตู้สินค้าแล้ว ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่าสินค้าได้รับความเสียหายตั้งแต่ก่อนเปิดตู้สินค้าแล้ว และเมื่อไม่ปรากฏว่าตู้สินค้าดังกล่าวอยู่ในสภาพผิดปกติหรือมีรอยชำรุดเสียหายที่จะแสดงให้เห็นว่า

จำเลยที่ 3 ทำการขนส่งด้วยความประมาทเลินเล่อทำให้สินค้าถูกกระทบกระแทก ดังนี้ ข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้ว่าความเสียหายนั้นเกิดขึ้นหรือเป็นผลจากเหตุอื่นที่มิใช่ความผิดหรือความประมาทเลินเล่อหรืออยู่ในความรู้เห็นของจำเลยที่ 3 จำเลยที่ 3 จึงไม่ต้องรับผิดเพื่อความเสียหายของสินค้านั้นตามพระราชบัญญัติการรับขนของทางทะเล พ.ศ.2534 มาตรา 52 (13) จำเลยที่ 3 จึงไม่ต้องรับผิดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ และกรณีไม่มีประโยชน์ที่จะวินิจฉัยอุทธรณ์ข้ออื่นๆ ของจำเลยที่ 3 อีก เพราะไม่ทำให้ผลของคดีในส่วนที่เกี่ยวกับความรับผิดของจำเลยที่ 3 เปลี่ยนแปลงไปที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้จำเลยที่ 3 ร่วมรับผิดต่อโจทก์ด้วยนั้น ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของจำเลยที่ 3 ฟังขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 3 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ให้โจทก์ใช่ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนจำเลยที่ 3 โดยกำหนดค่าทนายความรวม 5,000 บาท

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พินิจ บุญชัด · สุวัฒน์ วรรธนะหทัย · สมศักดิ์ เนตรมัย
ศาลล่าง
ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง - นางเสาวลักษณ์ จุลมนต์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 69/2556

การที่สินค้าสูญหายไปจากตู้สินค้าโดยมีการนำถุงทรายมาแทนที่นั้นเป็นไปเพื่อเจตนาลวงว่าสินค้ายังอยู่ครบถ้วนในตู้สินค้าระหว่างขนส่งด้วยเหตุที่สินค้าที่สูญหายไปมีน้ำหนักถึง 3,243.20 กิโลกรัม และการที่ดวงตรา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9450/2554

คดีเป็นเรื่องการขนส่งสินค้าทางทะเลระบบตู้คอนเทนเนอร์แบบ FCL/FCL หรือ CY/CY (SOC) โดยผู้ส่งจะเป็นผู้บรรจุสินค้าพิพาทเข้าตู้คอนเทนเนอร์ของตนที่สถานที่ของผู้ส่ง ปิดตู้ผนึกดวงตราแล้วนำตู้คอนเทนเนอร์ไปส่งม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4856/2554

การขนส่งสินค้าพิพาทนี้เป็นการขนส่งแบบ CY/CY คือ ผู้ส่งรับตู้สินค้าจากผู้ขนส่งนำไปบรรจุสินค้าเข้าตู้สินค้าเอง แล้วผู้ส่งนำตู้สินค้าที่บรรจุสินค้าและปิดผนึกตู้สินค้าแล้วมาส่งมอบแก่ผู้ขนส่ง ผู้ขนส่งได้รั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5482/2552

การอ้างมูลแห่งการฟ้องร้องที่ต่างกันระหว่างมูลตามสัญญารับขนของทางทะเลกับมูลเจ้าของกรรมสิทธิ์ใช้สิทธิติดตามเอาทรัพย์คืนนั้นย่อมมีผลต่อรูปคดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องหน้าที่นำสืบที่ต่างกัน โดยในมูลที่ฟ้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4581/2552

พายุที่เกิดขึ้นเป็นประจำในทะเลจีนใต้และมิใช่พายุที่มีความรุนแรงมิอาจคาดหมาย ทั้งก่อนออกเรือนายเรือก็ทราบข่าวพยากรณ์อากาศว่าจะเกิดคลื่นลมแรง นายเรือยังอาจหลีกเลี่ยงไม่ไปเผชิญกับพายุโดยหยุดเรือรอจนกว่าค…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้