Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9450/2554

พ.ศ. 2554 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คดีเป็นเรื่องการขนส่งสินค้าทางทะเลระบบตู้คอนเทนเนอร์แบบ FCL/FCL หรือ CY/CY (SOC) โดยผู้ส่งจะเป็นผู้บรรจุสินค้าพิพาทเข้าตู้คอนเทนเนอร์ของตนที่สถานที่ของผู้ส่ง ปิดตู้ผนึกดวงตราแล้วนำตู้คอนเทนเนอร์ไปส่งมอบให้แก่ผู้ขนส่งที่ท่าเรือต้นทาง ผู้ส่งจึงมีหน้าที่และความรับผิดชอบในการเลือกตู้คอนเทนเนอร์ให้เหมาะสมกับลักษณะและสภาพของสินค้า ทั้งยังต้องจัดบรรจุสินค้าพิพาทเข้าตู้คอนเทนเนอร์อย่างเหมาะสมแก่การขนส่งทางทะเล โดยเฉพาะกรณีเป็นการขนส่งสินค้าจากท่าเรือผ่านมหาสมุทรแปซิฟิกเป็นระยะทางกว่า 6,000 ไมล์ ซึ่งอาจต้องเผชิญกับพายุและคลื่นลมรุนแรงในทะเลอันเป็นภัยธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นได้เป็นธรรมดาแก่เรือเดินทะเล สินค้าพิพาทเป็นลูกกลิ้งทำด้วยเหล็กเป็นส่วนประกอบหลัก มีน้ำหนักมาก โจทก์มิได้นำสืบให้เห็นว่าเชือกไนล่อนรับแรงดึงสูงที่ใช้ผูกรัดสินค้าสามารถรับน้ำหนักได้เท่ากับน้ำหนักของลูกกลิ้งหรือไม่ แต่เชื่อว่าไม่สามารถรับน้ำหนักหรือรับแรงดึงสูงเทียบเท่ากับลวดสลิงหรือโซ่ได้ เมื่อพิจารณาถึงเชือกไนล่อนที่นำมาใช้รัดยึดโยงลูกกลิ้งตามรูปถ่ายแล้ว เชื่อว่าไม่สามารถรัดตรึงลูกกลิ้งดังกล่าวมิให้เคลื่อนไหวได้ เมื่อพบกับสภาพแห่งท้องทะเลที่มีพายุและคลื่นลมที่รุนแรง ส่วนการที่ตู้คอนแทนเนอร์อีกหลายตู้ในเรือไม่ได้รับความเสียหายทั้งที่บรรจุสินค้าลูกกลิ้งลักษณะเดียวกับที่เกิดความเสียหาย ก็ไม่ใช่ข้อบ่งชี้ว่าการจัดบรรจุสินค้าพิพาทในตู้คอนเทนเนอร์ทั้งหมดเหมาะสมแก่สภาพและลักษณะของสินค้าแล้ว นอกจากนี้ ตู้คอนเทนเนอร์ที่ใช้บรรจุสินค้าพิพาทเป็นตู้ใช้แล้วที่มีการซื้อมาเพื่อใช้ในการขนส่งสินค้าพิพาทโดยเฉพาะ และเป็นตู้แบบใช้งานทั่วไป ไม่เหมาะที่จะนำมาใช้กับสินค้าซึ่งมีลักษณะพิเศษเช่นสินค้าพิพาท เมื่อพิจารณาถึงลักษณะความเสียหายของตู้คอนเทนเนอร์ที่บรรจุสินค้าพิพาทที่ได้รับความเสียหายพบว่า ตู้ส่วนใหญ่ผนังฉีกขาดทะลุเป็นรู บางตู้พื้นยุบเป็นช่องเนื่องจากถูกลูกกลิ้งที่บรรจุอยู่ภายในหลุดจากตำแหน่งกระแทกและลูกกลิ้งบางลูกทะลุหลุดออกจากตู้คอนเทนเนอร์ ตู้คอนเทนเนอร์ที่เสียหายทั้งหมดมีลักษณะเป็นสนิมอยู่ทั่วไป ซึ่งอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ตู้คอนเทนเนอร์ฉีดขาดและทะลุเป็นรูได้ง่าย การที่ฝ่ายผู้ส่งของจัดหาตู้คอนเทนเนอร์มาใช้บรรจุสินค้าพิพาทถึง 159 ตู้ โดยการซื้อตู้คอนเทนเนอร์ใช้แล้วมาใช้เพื่อการขนส่งสินค้าพิพาทโดยเฉพาะซึ่งต้องซื้อจากผู้ประกอบกิจการขนส่งระบบตู้คอนเทนเนอร์หลายราย และการที่ผู้ประกอบกิจการขนส่งจะขายตู้คอนเทนเนอร์ซึ่งตนจำเป็นต้องใช้ในการขนส่งสินค้าประจำในราคาถูกนั้น ย่อมหมายความว่าตู้คอนเทนเนอร์นั้นใช้งานมานานจนใกล้หมดอายุการใช้งานหรือหมดอายุการใช้งานไปแล้ว จึงมีเหตุผลที่เป็นไปได้ว่า ตู้คอนเทนเนอร์ที่เสียหายมีสภาพเก่า ไม่มั่นคงแข็งแรงพอที่จะบรรจุสินค้าพิพาท ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าความเสียหายของสินค้าพิพาทเกิดขึ้นเพราะความผิดของผู้ส่งของที่นำตู้คอนเทนเนอร์ที่ไม่มั่นคงแข็งแรง และไม่เหมาะสมแก่สภาพของสินค้าพิพาทมาใช้บรรจุสินค้าพิพาท และการบรรจุผูกรัดสินค้าพิพาทภายในตู้คอนเทนเนอร์ไม่มั่นคงแข็งแรงไม่เหมาะสมกับลักษณะและสภาพของสินค้า

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.การรับขนของทางทะเล พ.ศ.2534 มาตรา 52

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 84,517,924.52 บาท และ 119,338.83 ดอลลาร์สหรัฐ พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จากต้นเงิน 79,425,958.93 บาท และ 112,149 ดอลลาร์สหรัฐ นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ให้การและแก้ไขคำให้การ ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน 15,858,178.80 บาท และจำนวน 109,149 ดอลลาร์สหรัฐ พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันถัดจากวันฟ้อง (วันที่ 8 มีนาคม 2547) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยที่ 1 ชำระค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 50,000 บาท คำขออื่นให้ยก ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 2 ให้เป็นพับ โจทก์และจำเลยที่ 1 อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า คดีนี้เป็นเรื่องการขนส่งสินค้าทางทะเลระบบตู้คอนเทนเนอร์แบบ FCL/FCL หรือ CY/CY (SOC) โดยที่ต้นทางผู้ส่งจะเป็นผู้บรรจุสินค้าพิพาทเข้าตู้คอนเทนเนอร์ของตนที่สถานที่ของผู้ส่งปิดตู้ผนึกดวงตราแล้วนำตู้คอนเทนเนอร์ไปส่งมอบให้แก่ผู้ขนส่งที่ท่าเรือต้นทาง

ดังนั้นผู้ส่งจึงมีหน้าที่และความรับผิดชอบในการเลือกตู้คอนเทนเนอร์ให้เหมาะสมกับลักษณะและสภาพของสินค้า ทั้งยังต้องจัดบรรจุสินค้าพิพาทเข้าตู้คอนเทนเนอร์อย่างเหมาะสมแก่การขนส่งทางทะเล โดยเฉพาะกรณีเป็นการขนส่งสินค้าจากท่าเรือเมืองโอ๊คแลนด์ มลรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา แล่นผ่านมหาสมุทรแปซิฟิกมายังท่าเรือไทจุง ดินแดนไต้หวัน เป็นระยะทางกว่า 6,000 ไมล์ ซึ่งอาจต้องเผชิญกับพายุคลื่นสูงและลมรุนแรง และข้อเท็จจริงก็ได้ความว่า เรือ WAN HAI 263 และเรือ WAN HAI 262 ที่เกิดเหตุในระหว่างวันที่ 26 และ 27 ตุลาคม 2545 ได้เผชิญกับพายุรุนแรง ทะเลมีคลื่นสูงถึง 7 และ 8 เมตร ทำให้เรือโคลงมาก น้ำทะเลถูกพัดขึ้นมาบนดาดฟ้าเรือตลอดเวลา แต่เรือ

WAN HAI 263 และเรือ WAN HAI 262 ก็ได้แล่นถึงท่าเรือไทจุงในวันที่ 5 และวันที่ 7 พฤศจิกายน 2545 ตามลำดับ ขณะเกิดเหตุเรือ WAN HAI 263 บรรทุกตู้คอนเทนเนอร์จำนวน 739 ตู้ โดยเป็นตู้คอนเทนเนอร์เปล่า 694 ตู้ และตู้คอนเทนเนอร์ที่บรรจุสินค้า 45 ตู้ รวมทั้งตู้ที่บรรจุสินค้าพิพาทจำนวน 4 ตู้ ด้วย ส่วนเรือ WAN HAI 262 บรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ที่บรรจุสินค้าจำนวน 829 ตู้ โดยรวมตู้คอนเทนเนอร์บรรจุสินค้าพิพาทด้วยจำนวน 50 ตู้ ซึ่งถูกจัดวางไว้ในระวางการบรรทุกแตกต่างกันมีทั้งในระวางเรือและบนปากระวางเรือ เมื่อเรือทั้งสองลำเข้าเทียบท่าเรือไทจุง ปรากฏว่าตู้คอนเทนเนอร์บรรจุสินค้าพิพาททั้ง 4 ตู้ บนเรือ WAN HAI 263 และตู้คอนเทนเนอร์บรรจุสินค้าพิพาทจำนวน 24 ตู้

บนเรือ WAN HAI 262 ได้รับความเสียหาย เนื่องจากสินค้าพิพาทที่บรรจุอยู่ภายในตู้คอนเทนเนอร์ดังกล่าว เคลื่อนตัวหลุดจากตำแหน่งกระแทกตู้คอนเทนเนอร์ เป็นเหตุให้ตู้คอนเทนเนอร์รวม 28 ตู้ ดังกล่าวได้รับความเสียหาย ฉีก ขาด ทะลุเป็นรู และมีสินค้าพิพาทบางส่วนหลุดทะลุออกจากตู้หล่นกระแทกกับตู้คอนเทนเนอร์อื่นที่อยู่ใกล้เคียงและอุปกรณ์เรือบางส่วนได้รับความเสียหาย โดยข้อเท็จจริงจากทางนำสืบของจำเลยที่ 1 โดยโจทก์มิได้นำสืบหักล้างฟังได้ว่า สินค้าพิพาทที่บรรจุอยู่ในตู้คอนเทนเนอร์ที่เหลือ รวมทั้งตู้คอนเทนเนอร์ที่บรรจุสินค้ารายอื่นที่บรรทุกมากับเรือทั้งสองลำไม่ได้รับความเสียหายแต่อย่างใด และตู้คอนเทนเนอร์ทุกตู้บนเรือทั้งสองลำยังถูกผูกรัดอยู่บนระวางการบรรทุกของเรือ

ไม่มีตู้คอนเทนเนอร์ใดหลุดหรือตกจากระวางการบรรทุก รวมทั้งไม่มีความเสียหายเกิดขึ้นแก่ตัวเรือและอุปกรณ์เรือทั้งสองลำ อันเนื่องจากเรือได้ผจญกับพายุและคลื่นลมแรงดังกล่าวแต่อย่างใด อันเป็นข้อบ่งชี้ได้ว่าพายุและคลื่นลมรุนแรงในทะเลเป็นภัยธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นได้เป็นธรรมดาแก่เรือเดินทะเล ซึ่งผู้ที่ประกอบอาชีพเกี่ยวกับการเดินเรือในทะเลพึงคาดหมายได้อยู่แล้ว สมควรหยิบยกปัญหาตามอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ขึ้นวินิจฉัยก่อนว่า ความเสียหายของสินค้าพิพาทตามฟ้องเกิดขึ้นจากความผิดของผู้ส่งของหรือไม่ เห็นว่า สินค้าพิพาทที่บรรจุอยู่ในตู้คอนเทนเนอร์ที่เสียหายทั้ง 28 ตู้ นั้น เป็นสินค้าประเภทลูกกลิ้งทำด้วยเหล็กเป็นส่วนประกอบหลัก จึงมีน้ำหนักมาก

นายวงศ์หิรัญ พยานโจทก์เบิกความตอบคำถามค้านของทนายจำเลยที่ 1 ว่า ลูกกลิ้งแต่ละลูกจะมีน้ำหนักประมาณ 10,000 กิโลกรัม ซึ่งจะบรรจุในตู้คอนเทนเนอร์ตู้ละ 2 ลูก ส่วนลูกกลิ้งที่มีน้ำหนักประมาณ 20,000 กิโลกรัม จะบรรจุเพียงลูกเดียวในหนึ่งตู้คอนเทนเนอร์ ลูกกลิ้งที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางใหญ่ที่สุดคือ ขนาด 60 นิ้ว แต่ไม่ใช่ลูกกลิ้งที่มีขนาดน้ำหนักมากที่สุด เป็นลูกกลิ้งขนาด 60 นิ้ว การบรรจุลูกกลิ้งขนาดต่าง ๆ เข้าตู้คอนเทนเนอร์ดำเนินการโดยบริษัท Precision Industrial Constructors (PIC) ซึ่งเป็นบริษัทผู้เชี่ยวชาญในการถอดประกอบเครื่องจักร รวมทั้งการจัดบรรจุชิ้นส่วนของเครื่องจักรเข้าตู้คอนเทนเนอร์เพื่อการขนส่งทางทะเล โดยโจทก์ได้ว่าจ้างนายโรเบิร์ต

วิศวกรผู้เชี่ยวชาญให้กำกับดูแลการถอดชิ้นส่วนและการบรรจุเข้าตู้คอนเทนเนอร์ซึ่งนายโรเบิร์ต ได้จัดทำคู่มือในการขนย้าย เก็บรักษาและจัดบรรจุในตู้คอนเทนเนอร์ให้พนักงานของ PIC เป็นแนวทางในการปฏิบัติงานดังกล่าว โดยเฉพาะในส่วนของการบรรจุลูกกลิ้งเข้าตู้คอนเทนเนอร์ มีข้อแนะนำว่า ลูกกลิ้งที่บรรจุในตู้คอนเทนเนอร์ต้องถูกรองรับบริเวณเพลาด้วยไม้หมอน ต้องรองรับลูกกลิ้งด้วยไม้หรือแผ่นวัสดุกันกระแทกอื่น ๆ และวางลูกกลิ้งให้อยู่กับที่โดยใช้ทั้งหมอนไม้และสายยึดโยงเพื่อกันการเลื่อนไหล หมอนไม้กันกระแทกที่เป็นรูปลิ่มหรือหมอนไม้กันกระแทกอย่างอื่นที่ต้องสัมผัสกับพื้นผิวของลูกกลิ้งโดยตรงต้องมีวัสดุรองกั้นอีกชั้นหนึ่ง และนายโรเบิร์ต

ได้มาเป็นพยานโจทก์เบิกความประกอบบันทึกถ้อยคำยืนยันข้อเท็จจริงว่า ได้กำกับดูแลพนักงานของ PIC ในการบรรจุชิ้นส่วนเครื่องจักรเข้าตู้คอนเทนเนอร์ทุกตู้จนหมด การบรรจุและยึดโยงสินค้าพิพาทภายในตู้คอนเทนเนอร์ทุกตู้ได้ดำเนินการอย่างเหมาะสมเพื่อการขนส่งทางทะเล และโจทก์มีนายดุลพัฒน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการและผู้รับมอบอำนาจจากโจทก์เบิกความประกอบบันทึกถ้อยคำยืนยันข้อเท็จจริงว่า โจทก์ตกลงซื้อเครื่องจักรใช้แล้วและอุปกรณ์ที่เกี่ยวกับการผลิตกระดาษยี่ห้อ Beloit จากผู้ขายที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ราคาซื้อขายรวมค่าถอดแยกเครื่องจักรและบรรจุอุปกรณ์ชิ้นส่วนเครื่องจักรเข้าตู้คอนเทนเนอร์เพื่อการขนส่งทางทะเล ผู้ขายได้ว่าจ้างบริษัท

PIC ซึ่งเป็นบริษัทที่มีความชำนาญและมีประสบการณ์ในการถอดแยกเครื่องจักรและบรรจุหีบห่อ โจทก์ได้ว่าจ้างนายโรเบิร์ต ไปกำกับดูแลการถอดชิ้นส่วนเครื่องจักร และการบรรจุชิ้นส่วนเข้าตู้คอนเทนเนอร์ ทั้งได้จัดส่งนายวงศ์หิรัญ วิศวกรของโจทก์เดินทางไปสังเกตการณ์การรื้อถอนถอดแยกรวมทั้งการบรรจุชิ้นส่วนเครื่องจักรเข้าตู้คอนเทนเนอร์ และนายวงศ์หิรัญเป็นพยานโจทก์เบิกความยืนยันว่า การจัดบรรจุชิ้นส่วนเครื่องจักรของ PIC ได้ดำเนินการอย่างเหมาะสมแล้วนั้น เมื่อพิเคราะห์รูปถ่ายการจัดบรรจุสินค้าพิพาท รวม 5 รูป แสดงให้เห็นภายในตู้คอนเทนเนอร์ที่มีการบรรจุลูกกลิ้งขนาดใหญ่ ตู้ละ 1 ลูก ลูกกลิ้งถูกวางรองรับบริเวณเพลาหัวท้ายด้วยหมอนไม้เซาะเป็นร่องพอดีกับขนาดของเพลา

หมอนไม้ดังกล่าวทำด้วยไม้เนื้ออ่อน หนาพอประมาณ แต่หมอนไม้ดังกล่าวไม่ได้มีความยาวตลอดความกว้างของตู้คอนเทนเนอร์ เพียงแต่กว้างกว่าตัวลูกกลิ้งเล็กน้อย และถูกตอกยึดติดกับพื้นตู้คอนเทนเนอร์ซึ่งเป็นพื้นไม้ปูทับอยู่บนพื้นเหล็กของตู้คอนเทนเนอร์ และตามรูปที่ 2 และ 3 ของรูปถ่าย จะเห็นว่าลูกกลิ้งเหล็กที่วางบนหมอนไม้ยึดติดกับพื้นตู้คอนเทนเนอร์นั้น มีเชือกไนล่อนลักษณะเป็นแผ่นบาง ๆ หนาประมาณครึ่งเซนติเมตร กว้างประมาณ 2 ถึง 3 เซนติเมตร ปลายทั้งสองข้างยึดโยงกับห่วงที่อยู่ติดกับพื้นตู้ส่วนที่ติดผนังด้านข้างทั้งสองด้านรัดตัวลูกกลิ้งเป็นระยะตลอดความยาวของลูกกลิ้ง เพื่อยึดโยงลูกกลิ้งไม่ให้ยกตัวขึ้นจากหมอนไม้ ซึ่งนายโรเบิร์ต

ยืนยันว่าเชือกไนล่อนที่ใช้ยึดโยงลูกกลิ้งเป็นเชือกไนล่อนชนิดรับแรงดึงสูง เพียงพอและเหมาะสมต่อการยึดโยงลูกกลิ้งดังกล่าว แต่นายเลสสี่ ผู้จัดการฝ่ายการขายของบริษัทเมทโซ่ เปเปอร์ (ประเทศไทย) จำกัด พยานโจทก์ ซึ่งจบการศึกษาด้านวิศวกรรมไฟฟ้าชั้นปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยนิวเซาท์ เวลล์ ประเทศออสเตรเลีย ทำงานกับบริษัทเมทโซ่ เปเปอร์ (ประเทศไทย) จำกัด มาประมาณ 2 ปี โดยเริ่มทำงานจากกลุ่มบริการลูกค้าส่วนของลูกกลิ้งของเครื่องจักรผลิตกระดาษ นับว่าเป็นผู้มีประสบการณ์เกี่ยวกับการซ่อมและเคลื่อนย้ายลูกกลิ้ง เบิกความว่าในกรณีการบรรจุลูกกลิ้งเข้าตู้คอนเทนเนอร์เพื่อส่งให้แก่ลูกค้าต่างประเทศ ต้องมีการบรรจุที่แข็งแรงโดยการนำลูกกลิ้งไปวางบนเพลาของลูกกลิ้งโดยมีฐานหรือขารองรับเพลาของลูกกลิ้งหรือตัวลูกกลิ้ง

ฐานลูกกลิ้งโดยปกติจะใช้เหล็กหรือหมอนไม้ขนาดสูงเพื่อรองรับเพลา หมอนไม้ต้องจัดให้ได้ระดับความชัน 60 องศา เพื่อรองรับลูกกลิ้งป้องกันมิให้ลูกกลิ้งกลิ้งออกจากฐาน จากนั้นใช้ลวด โซ่หรือสลิงรัดที่ตัวลูกกลิ้ง ยึดไว้กับตู้คอนเทนเนอร์เพื่อป้องกันการเคลื่อนตัว ซึ่งปกติตู้คอนเทนเนอร์มีห่วงสำหรับล็อกคล้องโซ่อยู่แล้ว การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามคู่มือเอกสาร ซึ่งเป็นมาตรฐานของบริษัทและใช้กันทั่วโลก เจือสมกับคำเบิกความของนายชัยทรามณี กรรมการผู้จัดการบริษัทซีเจเอ มารีน เซอร์วิส (ประเทศไทย) จำกัด พยานจำเลยที่ 1 ซึ่งมีประสบการณ์ในการทำงานเกี่ยวกับการตรวจสอบลักษณะการบรรจุและผูกรัดสินค้าเพื่อการขนส่งทางทะเลและทางอื่นมานานถึง 17 ปี ที่เบิกความประกอบบันทึกถ้อยคำยืนยันข้อเท็จจริงว่า

วัสดุที่เหมาะสมที่จะนำมาผูกรัดสินค้าพิพาทคือลวดสลิง ต้องนำลวดสลิงมาผูกมัดรอบตัวสินค้าพิพาทแล้วนำปลายลวดไปผูกยึดไว้อีกด้านหนึ่ง โจทก์มิได้นำสืบให้เห็นว่าเชือกไนล่อนรับแรงดึงสูงที่ใช้ผูกรัดสินค้าพิพาทนั้นสามารถรับน้ำหนักได้เพียงใด เท่ากับน้ำหนักของลูกกลิ้งหรือไม่ แต่เชื่อว่าคงไม่สามารถรับน้ำหนักหรือรับแรงดึงสูงเทียบเท่ากับลวดสลิงหรือโซ่ได้ แม้แต่ลวดสลิงหรือโซ่ก็ต้องพิจารณาถึงขนาดว่าสามารถรับน้ำหนักของลูกกลิ้งที่ถูกรัดตรึงนั้นได้หรือไม่ ถ้ามีขนาดเล็กเกินไปก็ไม่อาจนำมาใช้ยึดโยงลูกกลิ้งที่มีน้ำหนักมาก ๆ เพื่อไม่ให้ลูกกลิ้งเคลื่อนไหวได้ ซึ่งเมื่อพิจารณาถึงเชือกไนล่อนที่นำมาใช้รัดยึดโยงลูกกลิ้งตามรูปถ่ายแล้ว

เชื่อได้ว่าไม่สามารถรัดตรึงลูกกลิ้งที่ปรากฏในรูปภาพดังกล่าวมิให้เคลื่อนไหวได้ ดังปรากฏจากคำเบิกความของนายหวาง ผู้ตรวจสอบความเสียหายของสินค้าพิพาทและตู้คอนเทนเนอร์ที่บรรจุสินค้าพิพาทที่ท่าเรือไทจุง พยานจำเลยที่ 1 ประกอบรูปถ่าย น่าจะยังไม่เพียงพอที่จะยึดโยงลูกกลิ้งที่มีน้ำหนักมากเคลื่อนหลุดจากฐานจากการโคลง การโยนตัวและเหวี่ยงตัวของเรือทั้งสองลำ เมื่อพบกับสภาพแห่งท้องทะเลที่มีพายุและคลื่นลมที่รุนแรง ซึ่งนายโรเบิร์ต ก็เบิกความยอมรับว่า หากเรือถูกเหวี่ยงขึ้นลงอย่างรุนแรงเกินปกติ อุปกรณ์ที่บรรจุอยู่ภายในตู้คอนเทนเนอร์อาจหลุดเลื่อนเคลื่อนออกจากกันได้ หรือกรณีที่ตู้คอนเทนเนอร์ไม่สามารถตั้งอยู่ในแนวราบตามปกติ แต่อยู่สภาพเทเอียงมากและถูกกระแทกไปมาหลายครั้ง

ก็อาจทำให้หมอนไม้และเชือกไนล่อนหลุดออกจากตำแหน่งที่ยึดโยงไว้ได้ ส่วนการที่มีตู้คอนเทนเนอร์บรรจุสินค้าพิพาทอีกหลายตู้ในเรือ WAN HAI 262 ไม่ได้รับความเสียหายทั้งที่บรรจุสินค้าพิพาทประเภทลูกกลิ้งลักษณะเดียวกับที่เกิดความเสียหาย ก็ไม่ใช่ข้อบ่งชี้ว่าการจัดบรรจุสินค้าพิพาทในตู้คอนเทนเนอร์ทั้งหมดเหมาะสมแก่สภาพและลักษณะของสินค้าแล้ว อาจขึ้นอยู่กับตู้คอนเทนเนอร์ที่ไม่ได้รับความเสียหายบางส่วนถูกจัดวางไว้ในตำแหน่งบริเวณกลางลำเรือ จึงอาจไม่ได้รับการเหวี่ยงกระแทกที่รุนแรง ทั้งสินค้าพิพาทอาจมีขนาดและน้ำหนักไม่มากก็เป็นได้ นอกจากนี้ ข้อเท็จจริงยังได้ความว่าตู้คอนเทนเนอร์ที่ใช้บรรจุสินค้าพิพาทจำนวน 159 ตู้ นั้น เป็นตู้คอนเทนเนอร์ใช้แล้วที่มีการซื้อมาเพื่อใช้ในการขนส่งสินค้าพิพาทโดยเฉพาะ

นายชัยทรามณี พยานจำเลยที่ 1 เบิกความประกอบบันทึกถ้อยคำยืนยันข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการเลือกใช้ตู้คอนเทนเนอร์บรรจุสินค้าว่า ตู้คอนเทนเนอร์ที่นำมาใช้บรรจุสินค้าพิพาทเป็นตู้คอนเทนเนอร์แบบใช้งานทั่วไป เหมาะสำหรับบรรจุสินค้าทั่ว ๆ ไป แต่ไม่เหมาะที่จะนำมาใช้กับสินค้าซึ่งมีลักษณะพิเศษ เช่น สินค้าที่มีน้ำหนักมาก(Heavy Cargo) และมีลักษณะทำด้วยเหล็กเป็นแท่งกลมยาวขนาดใหญ่อย่างสินค้าพิพาทจากลักษณะของตู้คอนเทนเนอร์ประเภทใช้งานทั่วไป โครงสร้างของตู้จะทำด้วยเหล็กมีคานรอบตู้สูงประมาณ 5 นิ้ว มีคานรองรับพื้นตู้เป็นเหล็กรูปตัวยู หนาประมาณ 3 มิลลิเมตร ขนาด 3 คูณ 4 นิ้ว จำนวน 28 ตัว หากนำสินค้าประเภทมีน้ำหนักมากมาบรรทุก

เมื่อสินค้ามีการเคลื่อนตัว พื้นตู้อาจหักและเกิดความเสียหายได้ง่าย นอกจากนี้พื้นตู้ยังปูด้วยไม้อัด หนาประมาณ 2.5 เซนติเมตร หากนำตะปูหรือวัสดุอื่นไปตอกยึดระหว่างไม้รองสินค้ากับพื้นตู้ พื้นไม้อาจฉีกขาดได้ง่าย ส่งผลให้ไม้รองเคลื่อนตัว และบริเวณพื้นตู้มีจุดผูกรัดข้างละ 8 จุด แต่ละจุดสามารถรับแรงยึดได้ประมาณ 1.5 ตัน ดังนั้น จึงสามารถทำการผูกรัดสินค้าเฉพาะจุดดังกล่าวเท่านั้น จึงอาจไม่เพียงพอที่จะเหนี่ยวยึดลูกกลิ้งที่มีขนาดใหญ่และมีน้ำหนักมาก ๆ ได้ และเมื่อพิจารณาถึงลักษณะความเสียหายของตู้คอนเทนเนอร์ที่บรรจุสินค้าพิพาทชนิดลูกกลิ้งทั้ง 28 ตู้ ที่ได้รับความเสียหายจาก คำเบิกความของนายหวาง ประกอบรูปถ่ายและภาพที่บันทึกไว้ในแผ่นซีดีพบว่า

ตู้คอนเทนเนอร์ส่วนใหญ่ ผนังตู้ฉีกขาดทะลุเป็นรู บางตู้พื้นตู้ยุบเป็นช่องเนื่องจากถูกลูกกลิ้งที่บรรจุอยู่ภายในหลุดจากตำแหน่งกระแทกและลูกกลิ้งบางลูกทะลุหลุดออกจากตู้คอนเทนเนอร์ ตู้คอนเทนเนอร์ที่เสียหายทั้งหมดมีลักษณะเป็นสนิมอยู่ทั่วไป ซึ่งอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ตู้คอนเทนเนอร์ฉีกขาดและทะลุเป็นรูได้ง่าย การที่ฝ่ายผู้ส่งของจัดหาตู้คอนเทนเนอร์มาใช้บรรจุสินค้าพิพาท จำนวนถึง 159 ตู้ โดยการซื้อตู้คอนเทนเนอร์ใช้แล้วมาใช้เพื่อการขนส่งสินค้าพิพาทโดยเฉพาะซึ่งต้องซื้อจากผู้ประกอบกิจการขนส่งระบบตู้คอนเทนเนอร์หลายราย และการที่ผู้ประกอบกิจการขนส่งจะขายตู้คอนเทนเนอร์ซึ่งตนจำเป็นต้องใช้ในการขนส่งสินค้าประจำในราคาถูกนั้น

ย่อมหมายความว่าตู้คอนเทนเนอร์นั้นใช้งานมานานจนใกล้หมดอายุการใช้งานหรือหมดอายุการใช้งานไปแล้ว ดังนั้น จึงมีเหตุผลที่เป็นไปได้ว่า ตู้คอนเทนเนอร์ที่เสียหายทั้ง 28 ตู้ มีสภาพเก่า ไม่มั่นคงแข็งแรงพอที่จะบรรจุสินค้าพิพาทประเภทลูกกลิ้งที่มีน้ำหนักมาก และมีความอ่อนไหวต่อการเคลื่อนตัวเป็นพิเศษ พยานหลักฐานของจำเลยที่ 1 ที่นำสืบมามีเหตุผลและน้ำหนักให้รับฟังได้ยิ่งกว่าพยานหลักฐานของโจทก์ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าความเสียหายของสินค้าพิพาทเกิดขึ้นเพราะความผิดของผู้ส่งของที่นำตู้คอนเทนเนอร์ที่ไม่มั่นคงแข็งแรง และไม่เหมาะสมแก่สภาพของสินค้าพิพาทมาใช้บรรจุสินค้าพิพาทซึ่งเป็นสินค้าที่มีลักษณะพิเศษและมีน้ำหนักมาก และการบรรจุผูกรัดสินค้าพิพาทภายในตู้คอนเทนเนอร์ไม่มั่นคงแข็งแรงและไม่เหมาะสมกับลักษณะและสภาพของสินค้า

จำเลยที่ 1 ผู้ขนส่งจึงไม่ต้องรับผิดชอบในความเสียหายของสินค้าพิพาท ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางวินิจฉัยว่า ความเสียหายของสินค้าพิพาทเกิดขึ้นเพราะความประมาทปราศจากความระมัดระวังของจำเลยที่ 1 ผู้ขนส่งนั้น ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ฟังขึ้น ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยต่อไปตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า จำเลยที่ 2 ผู้รับประกันภัยสินค้าพิพาทต้องรับผิดในความเสียหายของสินค้าพิพาทหรือไม่ เห็นว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า โจทก์ได้ทำสัญญาประกันภัยแบบเปิด (Marine Open Cover) สำหรับสินค้าของโจทก์ที่จะมีการขนส่งจากต่างประเทศมายังประเทศไทยไว้กับจำเลยที่ 2 และความเสียหายของสินค้าพิพาทเกิดขึ้นในระหว่างอายุสัญญาประกันภัย แต่ตามสัญญาประกันภัย ซึ่งท้ายสัญญาประกันภัยดังกล่าวได้ระบุข้อกำหนดและเงื่อนไขการให้ความคุ้มครองแก่สินค้าของโจทก์

รวมทั้งได้ระบุถึงข้อยกเว้นที่กรมธรรม์ประกันภัยนี้จะไม่ให้ความคุ้มครองไม่ว่าการประกันภัยนั้นจะมีเงื่อนไขความคุ้มครองแบบ Clause A หรือ Clause C ก็ตาม ในข้อ 4.3 ว่า ความเสียหายที่มีสาเหตุมาจากการตระเตรียมหรือการหีบห่อวัตถุที่เอาประกันภัยอย่างไม่เหมาะสมหรือไม่เพียงพอ ซึ่งรวมถึงการบรรจุเข้าตู้คอนเทนเนอร์ด้วย เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ความเสียหายของสินค้าพิพาทมีสาเหตุมาจากการบรรจุสินค้าพิพาทเข้าตู้คอนเทนเนอร์และการผูกรัดสินค้าพิพาทอย่างไม่เหมาะสม จึงเข้าข้อยกเว้นที่จำเลยที่ 2 ผู้รับประกันภัยไม่ต้องรับผิดตามข้อกำหนดการให้ความคุ้มครองสินค้าที่เอาประกันภัยดังกล่าว กรณีไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยปัญหาตามอุทธรณ์ของโจทก์ที่ว่า โจทก์ได้เปลี่ยนเงื่อนไขความคุ้มครองสินค้าพิพาทตามเงื่อนไขแบบ Clause A แล้วหรือไม่ เพราะไม่ทำให้ผลของคำพิพากษาเปลี่ยนแปลงไป ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษายกฟ้องสำหรับจำเลยที่ 2 มานั้น ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศเห็นพ้องด้วยในผล

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุวัฒน์ วรรธนะหทัย · อร่าม เสนามนตรี · สมศักดิ์ เนตรมัย
ศาลล่าง
ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง - นายสิทธิพงศ์ ตัญญพงศ์ปรัชญ์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
ทก.(ค)201/2550
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ27/2547
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ39/2550
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 69/2556

การที่สินค้าสูญหายไปจากตู้สินค้าโดยมีการนำถุงทรายมาแทนที่นั้นเป็นไปเพื่อเจตนาลวงว่าสินค้ายังอยู่ครบถ้วนในตู้สินค้าระหว่างขนส่งด้วยเหตุที่สินค้าที่สูญหายไปมีน้ำหนักถึง 3,243.20 กิโลกรัม และการที่ดวงตรา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4856/2554

การขนส่งสินค้าพิพาทนี้เป็นการขนส่งแบบ CY/CY คือ ผู้ส่งรับตู้สินค้าจากผู้ขนส่งนำไปบรรจุสินค้าเข้าตู้สินค้าเอง แล้วผู้ส่งนำตู้สินค้าที่บรรจุสินค้าและปิดผนึกตู้สินค้าแล้วมาส่งมอบแก่ผู้ขนส่ง ผู้ขนส่งได้รั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5482/2552

การอ้างมูลแห่งการฟ้องร้องที่ต่างกันระหว่างมูลตามสัญญารับขนของทางทะเลกับมูลเจ้าของกรรมสิทธิ์ใช้สิทธิติดตามเอาทรัพย์คืนนั้นย่อมมีผลต่อรูปคดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องหน้าที่นำสืบที่ต่างกัน โดยในมูลที่ฟ้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4581/2552

พายุที่เกิดขึ้นเป็นประจำในทะเลจีนใต้และมิใช่พายุที่มีความรุนแรงมิอาจคาดหมาย ทั้งก่อนออกเรือนายเรือก็ทราบข่าวพยากรณ์อากาศว่าจะเกิดคลื่นลมแรง นายเรือยังอาจหลีกเลี่ยงไม่ไปเผชิญกับพายุโดยหยุดเรือรอจนกว่าค…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4580/2552

โจทก์ฟ้องโดยอาศัยมูลตามสัญญารับขนของทางทะเลที่โจทก์ในฐานะผู้ส่งทำสัญญาว่าจ้างผู้ขนส่งให้ขนส่งสินค้าไปถึงปลายทางตามกำหนดเวลา แต่ผู้ขนส่งและผู้ขนส่งอื่นขนส่งสินค้าด้วยความล่าช้าทำให้สินค้าเสื่อมคุณภาพ เ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้