คำฟ้องและคำให้การ
เดิมโจทก์ฟ้องขับไล่จำเลย ศาลล่างพิพากษาต้องกันให้จำเลยรื้อถอนห้องแถวและสิ่งปลูกสร้างออกไป
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกาและขอทุเลาการบังคับคดี ศาลฎีกาไม่อนุญาตจำเลยได้รื้อถอนห้องแถวและสิ่งปลูกสร้างไปแล้ว ต่อมาศาลฎีกาพิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ จำเลยยื่นคำร้องขอเข้าทำการปลูกสร้างห้องแถวใหม่ โจทก์คัดค้านว่าจำเลยไม่มีสิทธิจะขอให้ศาลบังคับตามคำร้อง ศาลชั้นต้นสอบถามคู่ความได้ความว่าจำเลยเข้าไปปลูกสร้างตั้งเสาไว้ ๓ - ๔ ต้น รุ่งขึ้นโจทก์ก็เข้าตั้งเสาขึ้น ๙ ต้น และขัดขวางไม่ยอมให้จำเลยทำต่อไป ศาลชั้นต้นเห็นว่าสิทธิการเช่าจำเลยยังมีอยู่ สั่งและบังคับให้โจทก์ปฏิบัติตามคำพิพากษาศาลฎีกา โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่าโจทก์มีสิทธิปลูกสร้างได้ต่อไป
จำเลยฎีกา ศาลฎีกาโดยที่ประชุมใหญ่เห็นว่าที่พิพาทยังว่างเปล่าอยู่มีแต่โจทก์จำเลยแย่งกันปักเสา เมื่อศาลพิพากษายกฟ้องโจทก์แล้วเช่นนี้ สิทธิที่จะปลูกโรงเรือนตามสัญญาของจำเลยจึงยังมีอยู่ตามเดิม ยังไม่มีใครมาปลูกสร้างสิ่งใดลงไป สภาพยังเปิดช่องให้ศาลบังคับคดีได้ตาม ป.วิ.แพ่ง ม.๒๓๒
ผลคำพิพากษา
พิพากษากลับให้บังคับคดีตามคำสั่งศาลชั้นต้น.