คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นข้าราชการกลาโหมพลเรือนสามัญประจำการสังกัดกรมเสนาธิการทหารเรือ เป็นเจ้าหน้าที่การเงินของสโมสรกองโรงเรียนชุมพลทหารเรือ มีหน้าที่รักษาเก็บเงินลูกหนี้ของสโมสร จำเลยได้ยักยอกเงินซึ่งจำเลยเก็บจากลูกหนี้สโมสรไป ๔๐๔๗ บาท ๖๑ สตางค์ ขอให้ลงโทษตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๑๓๑,๓๑๙
จำเลยให้การปฏิเสธ ได้ความว่า ผู้บังคับบัญชาของจำเลยสั่งให้จำเลยเป็นผู้ช่วยเหรัญญิกสโมสรทำหน้าที่เก็บเงินตามบิลเชื่อของสมาชิกส่ง ม.เหรัญญิก ศาลทหารกรุงเทพฯ ฟังว่า สโมสรดังกล่าวเป็นส่วนราชการ พิพากษาจำเลยผิดฐานใช้อำนาจและตำแหน่งหน้าที่ในทางทุจริตตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๑๓๑ แก้ไข ๒๔๘๔ มาตรา ๓ ให้จำคุก ๓ ปี และให้คืนเงิน ศาลอาญากลางเห็นว่า จำเลยมิได้เป็นเจ้าพนักงานผู้เก็บรักษาเงิน จำเลยเพียงแต่เป็นผู้รับมอบบิลเพื่อให้ไปเก็บเงินส่งเหรัญญิก จึงผิดเพียงฐานยักยอกในฐานมีหน้าที่เท่านั้น พิพากษาแก้ให้จำคุก ๑ ปี ๖ เดือนตามมาตรา ๓๑๙(๓) นอกนั้นยืน
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ศาลทหารกลางแก้บทและกำหนดโทษของศาลชั้นต้นเป็นการแก้มาก ฎีกาในข้อเท็จจริงได้ส่วนปัญหาข้อกฎหมายคือ ถ้าเงินของสโมสรกองโรงเรียนชุมพลทหารเรือเป็นของทางราชการแล้ว จำเลยก็ต้องผิดมาตรา ๑๓๑ (ฎีกาที่ ๕๓๓/๒๔๘๕ และที่ ๔๖๑/๒๔๙๑) แต่เหรัญญิกของสโมสรฯ พะยานโจทก์ว่าเงินผิดมาตรา ๓๑๙(๓) และกำหนดโทษพอสมควรแก่ความผิดของจำเลยแล้ว
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืน