Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1362/2508

พ.ศ. 2508 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ที่เกิดเหตุเป็นร้านค้าและเป็นที่ซึ่งประชาชนมีความชอบธรรมที่จะเข้าไปได้ จึงเป็นสาธารณสถานตามมาตรา 1(3) เมื่อจำเลยทะเลาะกันอื้ออึงในสาธารณสถานจึงเป็นผิดมาตรา 372 ข้อที่ว่าที่เกิดเหตุเป็นเคหสถานหรือไม่ หาใช่ประเด็นแห่งคดีไม่ จำเลยที่ 1 ที่ 2 ฝ่ายหนึ่ง จำเลยที่ 3 ถึงที่ 8 อีกฝ่ายหนึ่ง ทะเลาะกันอื้ออึงในสาธารณสถาน ฉะนั้น การที่จำเลยที่ 1 ที่ 2 เพียงแต่เป็นโจทก์ฟ้องจำเลยที่ 3 ถึงที่ 8 เป็นจำเลยต่อศาลอาญา (ฐานบุกรุกทำร้ายร่างกาย) ในคดีเกี่ยวพันกันนี้โดยในชั้นนี้ศาลอาญาเพียงแต่รับฟ้องไว้พิจารณา ย่อมไม่เป็นการขัดขวางต่อการที่จำเลยที่ 1 ที่ 2 ถูกผู้ว่าคดี ฯ ฟ้องเป็นจำเลยต่อศาลแขวงซึ่งเป็นศาลที่มีอำนาจชำระในความผิด (ฐานทะเลาะกันอื้ออึงในศาธารณสถาน) ซึ่งมีอัตราโทษต่ำกว่าและมิใช่เป็นกรณีตามมาตรา 24 วรรค 2 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ทั้งศาลแขวง ฯ มิได้ตกลงกับศาลอาญาสั่งให้ไปฟ้องยังศาลอาญาตามมาตรา 25 ส่วนมาตรา 24 วรรค 3 บัญญัติถึงความผิดอันเกี่ยวพันกัน มีอัตราโทษอย่างสูงเสมอกัน ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ฝ่ายหนึ่ง จำเลยที่ ๓ ถึงที่ ๘ อีกฝ่ายหนึ่งทะเลาะกันอื้ออึงในร้านขายผ้าของจำเลยที่ ๑ กับที่ ๒ ตอนหน้าร้านซึ่งเป็นสาธารณสถาน ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๗๒

จำเลยให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแขวงพระนครเหนือพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ และที่ ๗ ผิดมาตรา ๓๗๒ ปรับคนละ ๓๐๐ บาท ลดโทษให้จำเลยที่ ๓ ที่ ๗ คนละกึ่ง คงปรับคนละ ๑๕๐ บาท จำเลยนอกนั้นให้ยกฟ้อง จำเลยที่ ๑ ที่ ๒อุทธรณ์ว่าจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ได้ฟ้องจำเลยที่ ๓ ถึงที่ ๗ และบุคคลอื่นเป็นจำเลยต่อศาลอาญาว่า สมคบกันบุกรุกทำร้ายร่างกายและสั่งประทับฟ้องไว้พิจารณาก่อนผู้ว่าคดียื่นฟ้องคดีนี้ ซึ่งคดีทั้ง ๒ เป็นมูลคดีเดียวกัน เกิดในวาระเดียวกัน กรรมเดียวกัน สถานที่เดียวกัน ศาลแขวงพระนครเหนือจึงไม่ชอบที่จะรับฟ้อง คำพิพากษาคดีนี้จึงไม่มีผลบังคับแก่จำเลย และเหตุเกิดในเคหสถานไม่ใช่สาธารณสถาน ไม่เป็นผิดมาตรา ๓๗๒ ขอให้ยกฟ้อง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ฎีกาศาลชั้นต้นรับเฉพาะข้อกฎหมาย ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมาแล้วตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๒๑๘,๒๒๒ คือ ที่เกิดเหตุเป็นร้านค้า และเป็นที่ซึ่งประชาชนมีความชอบธรรมที่จะเข้าไปได้ ดังนี้ เห็นว่าที่เกิดเหตุจึงเป็นสาธารณสถาน ตามมาตรา ๑(๓)แห่งประมวลกฎหมายอาญา จำเลยทะเลาะกันอื้ออึงในสาธารณสถานจึงเป็นผิดมาตรา ๓๗๒ ข้อที่ว่าที่เกิดเหตุเป็นเคหสถานหรือไม่ หาใช่ประเด็นแห่งคดีไม่ และเห็นว่า การที่จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ เพียงแต่ฟ้องจำเลยที่ ๓ ถึงที่ ๘ เป็นจำเลยต่อศาลอาญาในคดีเกี่ยวพันกันนี้ โดยในชั้นนี้ศาลอาญาเพียงแต่รับฟ้องไว้พิจารณา ย่อมไม่เป็นการขัดขวางต่อการที่จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ถูกผู้ว่าคดี

ฯ ฟ้องเป็นจำเลยต่อศาลแขวงพระนครเหนือ และเห็นว่ามิใช่เป็นกรณีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๒๔ วรรค ๒ ทั้งปรากฏว่าศาลแขวง ฯ มิได้ตกลงกับศาลอาญาสั่งให้ไปฟ้องศาลอาญาตามมาตรา ๒๕ ฉะนั้น ศาลแขวงฯ จึงเป็นศาลที่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีนี้ ส่วนข้อความในวรรค ๓ แห่งมาตรา ๒๔ ได้บัญญัติถึงความผิดอันเกี่ยวพันกัน มีอัตราโทษอย่างสูงเสมอกัน ซึ่งไม่ตรงกับข้อเท็จจริงในคดีนี้ จึงไม่จำต้องวินิจฉัย

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ไฉน บุญยก · จิตติ ติงศภัทิย์ · เพรียง โรจนรัส
ศาลล่าง
ศาลแขวงพระนครเหนือ - นายอุทัย บูรณสมภพ
ศาลอุทธรณ์ - นายไพฑูรย์ พันธุฟัก
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้