Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1274/2496

พ.ศ. 2496 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ผู้ตายมีความพยาบาทดักซุ่มทำร้ายจำเลย พอจำเลยกลับจากธุระเดินผ่านไป ผู้ตายเอาก้อนหินขว้างถูกคิ้วจำเลยแตกแล้วใช้มีดแทงจำเลยถูกแขนขวา 3 แผล และหน้าอกตรงราวนมขวาใกล้รักแร้ 1 แผล จำเลยเตะขาผู้ตายแล้วชกถูกแขนผู้ตายมีดหลุดจากมือผู้ตาย จำเลยแย่งมีดมาได้ ผู้ตายกระโดดเข้ากอดปล้ำจำเลย จำเลยจึงใช้มีดแทงผู้ตาย แล้วผู้ตายปล่อยมือที่กอด แล้วล้มลงจำเลยก็ออกวิ่งไปขอความช่วยเหลือเพื่อนบ้าน ผู้ตายขาดใจตายอยู่ตรงนั้นในเวลาไล่ ๆ กันนั้นด้วยพิษบาดแผลที่ถูกจำเลยแทงรวม 5 แผล แต่ที่ฉกรรจ์ถึงตายอยู่ที่ไหปลาร้าและลิ้นปี่ทะลุใน นอกนั้นเล็กน้อยดังนี้ตามรูปเรื่องดูเป็นการแลกชีวิตต่อชีวิต ไม่มีทางจะยับยั้งชั่งใจได้ดีกว่านั้น และลักษณะการเช่นนี้แม้การกระทำของจำเลยจะหนักเบาไปหน่อย ก็ควรวินิจฉัยให้เป็นคุณแก่จำเลยซึ่งถูกคู่อาฆาตดักลอบทำร้ายเอาโดยไม่ทันรู้ตัว และกำลังอยู่ในฐานะคับขันมาก ยากแก่การจะคะเนมือให้พอเหมะพอดีได้ นับว่าเป็นการป้องกันชีวิตโดยพอสมควรแก่เหตุ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 50 กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 249 ป.อ. มาตรา 50 ป.อ. มาตรา 249

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานฆ่าคนตายโดยเจตนา ตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา ๒๔๙ จำเลยต่อสู้ว่ากระทำโดยป้องกัน ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุกจำเลย ๗ ปีตาม กฎหมายลักษณะอาญามาตรา ๒๔๙-๕๓ แต่ศาลอุทธรณ์ฟังว่าจำเลยกระทำโดยป้องกัน จึงพิพากษากลับให้ยกฟ้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า ตามข้อเท็จจริง ตามศาลล่างฟังมาว่า ในวันเกิดเหตุเวลาหัวค่ำ ยังไม่มืดสนิท ผู้ตายมีความพยาบาทดักซุ่มทำร้ายจำเลยพอจำเลยกลับจากธุระเดินผ่านไป ผู้ตายเอาก้อนหินขว้างถูกคิ้วจำเลยแตก แล้วใช้มีดเข้าแทงจำเลยถูกแขนขวา ๓ แผล และหน้าอกตรงราวนมขวาใกล้รักแร้ ๑ แผล จำเลยเตะขาผู้ตายแล้วชกถูกแขนผู้ตาย มีดหลุดจากมือผู้ตาย จำเลยแย่งมีดมาได้ ผู้ตายกระโดดเข้าถอดปล้ำจำเลยจำเลยจึงใช้มีดแทงผู้ตาย แล้วผู้ตายปล่อยมือที่กอดและล้มลง จำเลยก็ออกวิ่งไปขอความช่วยเหลือเพื่อนบ้าน ผู้ตายขาดใจตายอยู่ตรงนั้นในเวลาไล่ ๆ กันนั้นด้วยพิษบาดแผลที่ถูกแทงรวม ๕ แผล แต่ที่ฉกรรจ์ถึงตายอยู่ที่ไหปลาร้าและลิ้นปี่ทะลุใน นอกนั้นเล็กน้อย จำเลยต้องไปรักษาบาดแผลอยู่ที่โรงพยาบาล ๑๔ วันจึงหาย

ศาลฎีกาเห็นว่า ผู้ตายเป็นผู้ก่อเหตุอาฆาตดักซุ่มทำร้ายจำเลยในที่มืด จำเลยจำต้องต่อสู้เพื่อป้องกันชีวิตในขณะคับขันไม่มีทางเลี่ยง ตอนที่จำเลยแย่งมีดได้แล้ว ก็ยังไม่พ้นภัยเลย เพราะผู้ตายยังไม่ลดละ เข้ากอดปล้ำตัวจำเลยอีก ผู้ตายร่างใหญ่กว่า อายุ ๒๙ แก่กว่าจำเลยถึง ๕ ปี จำเลยถูกผู้ตายแทงบาดเจ็บเลือดโทรมอ่อนเพลียอยู่แล้วด้วย ถ้าผู้ตายแย่งมีดกลับไปได้ชีวิตของจำเลยจะล่อแหลมต่อภยันตรายที่สุด ตามรูปเรื่องดูเป็นการแลกชีวิตต่อชีวิตไม่มีทางจะยังยั้งชั่งใจได้ดีกว่านั้น และลักษณะการเช่นนี้แม้การกระทำของจำเลยจะหนักเบาไปหน่อย ก็ควรวินิจฉัยให้เป็นคุณแก่ฝ่ายจำเลยซึ่งถูกคู่อาฆาตดักลอบกระทำร้ายเอาโดยไม่ทันรู้ตัว และกำลังอยู่ในฐานะคับขันมาก ยากแก่การคะเนมือให้พอเหมาะพอดีได้ นับว่าเป็นการป้องกันชีวิตโดยพอสมควรแก่เหตุ

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ดุลยพากย์สุวมัณฑ์ · ธรรมบัณฑิต · ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดเชียงใหม่ - นายผล พิทักษ์พล
ศาลอุทธรณ์ - หลวงอรรถพิศวลโสภณ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1442/2498

ผู้ตายห้อยโหนลงมาจากหน้าต่างเรือนของจำเลยในเวลาดึกดื่น (ผู้ตายกับพี่สาวจำเลยผูกสมัครรักใคร่กัน) ทั้งเป็นเวลาเดือนมืดและได้ลงมายืนประจันหน้ากับจำเลย พฤติการณ์เช่นนี้ย่อมทำให้จำเลยเข้าใจว่าผู้ที่ยืนอยู่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1045/2498

การที่จำเลยใช้ปืนสั้นยิงในระยะใกล้ กระสุนปืนถูกผู้เสียหายมีบาดแผลถึง 7 แห่ง ดังนี้ย่อมแสดงว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าให้ตายแต่เผอิญถูกในที่ไม่สำคัญจึงไม่ตาย จำเลยจึงต้องมีความผิดฐานพยายามฆ่าคนเมื่อจำเลยเป็นผู้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1319/2497

จำเลยและผู้ตายได้พูดเถียงกัน ผู้ตายชักมีดพกยาว 1 คืบเศษ จำเลยลุกขึ้นยืน ผู้ตายลุกขึ้นยืน จำเลยถอยไปข้างฝาและหยิบขวานที่เหน็บฝาไว้ พอผู้ตายเดินเข้ามา จำเลยก็ใช้ขวานทุบศีรษะผู้ตาย 1 ที ผู้ตายล้มลงและถึง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 53/2487

ผู้ตายกอดปล้ำจะข่มขื่นทำชำเราภรรยาจำเลยแต่ได้ผละหนีไปแล้วจำเลยตามทำร้ายผู้ตายถึงตายดังนี้ ไม่เปนการป้องกันแต่เปนการกะทำโดยถูกยั่วโทสะ.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 766/2486

ผู้ไหย่บ้านไปตามจับผู้ต้องหาถานลักทรัพย์ ผู้ต้องหาไม่ได้ต่อสู้ ผู้ไหย่บ้านไม่มีอำนาดก็จับผู้ต้องหานั้น. ผู้ไหย่บ้านมีอาวุธปืนไม่ได้รับอนุญาต แม้จะตั้งไจเอาปืนนั้นไปไช้ไนการจับผู้ต้องหาก็ไม่เปนเหตุไห้พ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้