คำฟ้องและคำให้การ
ความว่า เดิมโจทก์ฟ้องจำเลยครั้งหนึ่งแล้วเป็นคดีแพ่งแดงที่ 101/2491 ขอให้เพิกถอนสัญญายอมความระหว่างนายคร้ามกับนายฟุ้งจำเลยในคดีแพ่งแดง 204/90 โดยอ้างเหตุว่า ที่ดินส่วนหนึ่งที่นายคร้ามจำเลยเอาไปทำยอมความให้แก่นายฟุ้งจำเลยนั้นเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ ศาลชั้นต้นนัดสืบพยานและอนุญาตให้โจทก์เลื่อนคดีครบ 3 ครั้ง โจทก์ไม่มีพยานมาสืบ ศาลสั่งงดสืบพยานแล้วพิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษายืน คู่ความฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แล้ว โจทก์ยื่นคำฟ้องต่อศาลฟ้องจำเลยในประเด็นข้อหาอย่างเดียวกับคดีแพ่งแดงที่ 101/2491 และมีคำขอท้ายฟ้องอย่างเดียวกันศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า เป็นฟ้องซ้ำกับคดีแดงที่ 101/2491 ให้ยกฟ้อง
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาว่า คดีเดิมของโจทก์ ศาลยังมิได้วินิจฉัยชี้ขาดประเด็นที่ศาลยกฟ้องไม่ตัดสิทธิให้โจทก์ฟ้องใหม่ศาลฎีกาเห็นว่า ความบกพร่องของโจทก์ในการเสนอพยานหลักฐานที่รับฟังไม่ได้ก็ดี หรือได้ยื่นพยานหลักฐานโดยฝ่าฝืนต่อวิธีพิจารณาความก็ดี อันเป็นเหตุให้ศาลปฏิเสธไม่รับฟังพยานหลักฐานของโจทก์ผู้กล่าวอ้างข้อเท็จจริงนั้นแล้ว เมื่อศาลพิพากษายกฟ้องก็ได้ชื่อว่า โจทก์ไม่มีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะสนับสนุนข้ออ้างในประเด็นที่โจทก์นำมาฟ้อง เป็นการวินิจฉัยชี้ขาดประเด็นแห่งคดีของโจทก์นั้นแล้ว กรณีต้องห้ามมิให้โจทก์ดำเนินกระบวนพิจารณาในประเด็นข้อกล่าวอ้างของโจทก์ในศาลนั้นอีก ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 144 ทั้งห้ามมิให้โจทก์ฟ้องใหม่อีกตามมาตรา 148 แม้คดีอยู่ในระหว่างพิจารณา โจทก์ก็ยังต้องห้ามมิให้ยื่นคำฟ้องในเรื่องเดียวกันนั้นต่อศาลอีกตามมาตรา 173 คำพิพากษาคดีแพ่งแดงที่ 101/2491 ไม่มีข้อความใดที่จะแสดงว่าได้ยกฟ้องโจทก์ โดยไม่ตัดสิทธิ โจทก์นำคำฟ้องมายื่นใหม่พิพากษายืน