Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1164/2473

พ.ศ. 2473 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่ผู้ใดถูกกักขังโดยอำนาจของเจ้าพนักงานตำรวจนั้น ภายหลังจะมาฟ้องขอให้ลงโทษผู้ซึ่งบอกให้ตำรวจจับตัวไปตาม ม.270 ไม่ได้ วิธีพิจารณาอาชญา พ.ร.บ. วิธีพิจารณาอาชญาใช้ไปพลางก่อน ร.ศ.115 ม.35 ศาลอุทธรณ์มีอำนาจแก้กำหนดโทษที่ศาลล่างวางมาได้ พ.ร.บ. ฎีกาอุทธรณ์ ม.8 ความเปนคนในบังคับอังกฤษ ฎีกาได้แต่ในปัญหากฎหมาย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

อาชญา มาตรา 270 อาชญา มาตรา 158 อาชญา มาตรา 174

คำฟ้องและคำให้การ

ได้ความว่าจำเลยทั้ง ๒ ได้จ้างหรือจัดการยุยงให้ บ.ผู้เยาว์ไปร้องทุกข์ต่อตำรวจว่า โจทก์ทำผิดกฎหมายอาชญา มง๒๔๒ เจ้าพนักงานตำรวจจึงได้จับตัวโจทก์ไปกักขังไว้ แต่ไต่สวนไม่มีมูลแห่งความจริงจึงปล่อยโจทก์ไป โจทก์จึงขอให้ลงโทษจำเลยตามกฎหมาย ศาลเดิมตัดสินว่าจำเลยมีผิดตาม ม.๑๕๘-๑๗๔ ให้จำคุกไว้คนละ ๑ ปี และให้เพิ่มโทษ ร.อีก ๑ ใน ๓ รวมเปนจำคุก ร.๑ ปี ๔ เดือนศาลอุทธรณ์ตัดสินแก้ในข้อกำหนดโทษให้จำคุกจำเลยไว้คนละ ๒ ปี และให้เพิ่มโทษ ร.จำเลยตาม ม.๗๒ อีก ๑ ใน ๓ รวมเปนจำคุก ร.๒ ปี ๘ เดือน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยตาม ม.๒๗๐ อีกกะทงหนึ่ง ฝ่ายจำเลยฎีกาคัดค้านว่าศาลอุทธรณ์ตัดสินว่าเพิ่มกำหนดโทษจำคุกจำเลยมิชอบด้วยกฎหมาย เพราะโจทก์ไม่ได้ขอมา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้คู่ความฎีกาได้แต่ในปัญหากฎหมาย และข้อที่โจทก์ฎีกาคัดค้านมานั้นฟังไม่ขึ้น เพราะการที่โจทก์ถูกกักขังก็โดยอำนาจของเจ้าพนักงานตำรวจ ดังฎีกาที่ ๙๑๖-๙๑๗/๒๔๖๗ ส่วนฎีกาของจำเลยก็ฟังไม่ขึ้นดุจกัน เพราะตาม พรบ วิธีพิจารณาความอาชญาใช้ไปพลางก่อน ร.ศ. ๑๑๕ ม.๓๕ ให้อำนาจศาลอุทธรณ์ที่จะเพิ่มหรือลดโทษที่ศาลล่างวางมาได้ จึงตัดสินยืนตามศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มนู · พรหม · วิกรม
ศาลล่าง
ศาลชั้นต้น - พระมนูภาณ
ศาลอุทธรณ์ - พระยาธรรมสารนิติ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้