Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1161/2520

พ.ศ. 2520 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ศาลทหารมีคำพิพากษาถึงที่สุดฟังว่า จำเลยที่ 1 ขับรถยนต์โดยประมาทแซงรถคันอื่นขึ้นมาล้ำเข้าไปในเส้นทางของรถยนต์โดยสาร จนเป็นเหตุให้ชนรถยนต์โดยสารได้รับความเสียหาย ในการพิพากษาคดีส่วนแพ่งเฉพาะเกี่ยวกับจำเลยที่ 1 จึงต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญาตามพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ. 2498 มาตรา 54 และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 46 ส่วนจำเลยที่ 2 นายจ้างของจำเลยที่ 1 มิได้ถูกฟ้องในคดีอาญาด้วยคำพิพากษาในคดีอาญาจึงไม่ผูกพันจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นบุคคลภายนอก จำเลยที่ 2 จึงชอบที่จะยกข้อต่อสู้และนำสืบได้ว่าจำเลยที่ 1 มิได้เป็นฝ่ายละเมิด หากเป็นแต่ความประมาทของคนขับรถยนต์โดยสารฝ่ายเดียว

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ.2498 มาตรา 54 ป.วิ.อ. มาตรา 46

เนื้อความคำพิพากษา

โจกท์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของรถยนต์โดยสารมีนายถนอมเป็นคนขับจำเลยที่ 2 เป็นเจ้าของรถยนต์อีกคันหนึ่งและเป็นนายจ้างของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1ขับรถยนต์คันดังกล่าวไปในทางที่จ้างของจำเลยที่ 1 ด้วยความเร็วสูง ถึงทางโค้งก็ไม่ชะลอความเร็ว กลับแซงรถยนต์ที่วิ่งข้างหน้าอีก 2 คันล้ำเข้าไปในเส้นทางด้านขวาพุ่งเข้าชนรถยนต์โดยสารของโจทก์ซึ่งสวนทางมาเสียหาย ขอให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหาย 262,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยจำเลยทั้งสองให้การและจำเลยที่ 2 ฟ้องแย้งว่า เหตุที่เกิดขึ้นรถโจทก์ชนรถจำเลยเป็นเพราะความประมาทของนายถนอมลูกจ้างของโจทก์ฝ่ายเดียวขับรถล้ำเส้นทางของรถจำเลยด้วยความเร็วมาก ค่าเสียหายโจทก์ไม่มากตามฟ้องเหตุที่ลูกจ้างโจทก์ประมาทจำเลยเสียหาย 37,000 บาท

ขอให้โจทก์ชดใช้ค่าเสียหายจำนวนดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยโจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า เหตุที่เกิดขึ้นเป็นความประมาทของรถจำเลยฝ่ายเดียว ค่าเสียหายไม่มากเท่าฟ้องแย้งศาลชั้นต้นฟังว่า รถของโจทก์เป็นฝ่ายประมาทฝ่ายเดียว พิพากษายกฟ้องโจทก์ ให้โจทก์ใช้ค่าเสียหายให้แก่จำเลยที่ 2 เป็นเงิน 11,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยโจทก์และจำเลยที่ 2 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้โจทก์ใช้ค่าเสียหายให้จำเลย 36,912 บาท พร้อมดอกเบี้ยโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ประเด็นที่ว่าฝ่ายใดเป็นฝ่ายประมาทเลินเล่อ ทำให้ฝ่ายหนึ่งเสียหายนั้น ปรากฏว่าคดีอาญาหมายเลขดำที่ 141/2516 หมายเลขแดงที่ 344/2517 ของศาลมณฑลทหารบกที่ 3 (ศาลจังหวัดอุดรธานี) ได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดฟังว่า

จำเลยที่ 1 ขับรถยนต์โดยประมาทแซงรถคันอื่นขึ้นมาล้ำเข้าไปในเส้นทางของรถยนต์โดยสารหมายเลขทะเบียน อ.ด. 04659 จนเป็นเหตุให้ชนรถยนต์โดยสารได้รับความเสียหาย ในการพิพากษาคดีส่วนแพ่งเฉพาะเกี่ยวกับจำเลยที่ 1 จึงต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญาตามพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ. 2498 มาตรา 54 และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 46 ส่วนจำเลยที่ 2 นายจ้างของจำเลยที่ 1 จะต้องร่วมรับผิดในความเสียหายด้วยหรือไม่นั้น จำเลยที่ 2 มิได้ถูกฟ้องคดีอาญาด้วย คำพิพากษาในคดีอาญาจึงไม่ผูกพันจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นบุคคลภายนอก จำเลยที่ 2 จึงชอบที่จะยกข้อต่อสู้ และนำสืบได้ว่าจำเลยที่ 1 มิได้เป็นฝ่ายละเมิด

หากแต่เป็นความประมาทของคนขับรถยนต์โดยสารฝ่ายเดียวศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ 1 ขับรถยนต์บรรทุกของจำเลยที่ 2 ในทางการที่จ้างบนถนนซึ่งเป็นเนินและทางโค้งแซงรถยนต์บรรทุกคันอื่นขึ้นมาล้ำเส้นกึ่งกลางถนนเข้าไปในเส้นทางรถยนต์โดยสารชนรถยนต์โดยสารของโจทก์จำเลยที่ 1 ฝ่ายเดียวประมาทเลินเล่อ โจทก์เสียหาย 253,000 บาท จำเลยที่ 2 ในฐานะนายจ้างจึงต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ด้วยพิพากษากลับให้ยกฟ้องของจำเลยที่ 2 ให้จำเลยทั้งสองชดใช้ค่าเสียหาย253,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยให้แก่โจทก์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ขจร หะวานนท์ · ยิ่งศักดิ์ กฤษณจินดา · สนิท อังศุสิงห์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6200/2538

ศาลทหารกลางมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่าจำเลยที่ 2 ขับรถยนต์บรรทุกโดยประมาทชนกับรถยนต์บรรทุกของผู้ตายที่แล่นสวนทางมาเป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตาย ในการพิพากษาคดีส่วนแพ่งศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏใน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1927/2533

ความผิดตาม พ.ร.บ. จราจรทางบกเป็นความผิดต่อ รัฐ การฟ้องคดีของอัยการศาลทหารกรุงเทพ มิอาจถือ ได้ ว่าเป็นการฟ้องคดีอาญาแทนโจทก์ โจทก์จึงมิใช่คู่ความเดียว กับโจทก์ในคดีอาญาของศาลทหารกรุงเทพ ดังนั้นผลของคำพ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2533 (เลขอ้างอิง 109608)

คดีสำนวนหลังซึ่งจำเลยเป็นโจทก์เป็นคดีต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 224 วรรคแรก ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยมิได้ฎีกาคัดค้านในปัญหาข้อนี้ แต่กลับฎีกาว่าโจ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2530 (เลขอ้างอิง 26557)

จำเลยที่ 1 ถูกอัยการศาลมณฑลทหารบกที่ 3(อัยการจังหวัดมหาสารคาม) ฟ้องเป็นจำเลยต่อศาลมณฑลทหารบกที่ 3(ศาลจังหวัดมหาสารคาม)ฐานขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้บุคคลอื่นถึงแก่ความตายและบาดเจ็บ และไม่หยุดช่วยเหลือ ห…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2530 (เลขอ้างอิง 104866)

จำเลยที่ 1 ถูกอัยการศาลมณฑลทหารบกที่ 3 (อัยการจังหวัดมหาสารคาม) ฟ้องเป็นจำเลยต่อศาลมณฑลทหารบกที่ 3 (ศาลจังหวัดมหาสารคาม) ฐานขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้บุคคลอื่นถึงแก่ความตายและบาดเจ็บ และไม่หยุดช่วยเหลื…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้