Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1927/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความผิดตาม พ.ร.บ. จราจรทางบกเป็นความผิดต่อ รัฐ การฟ้องคดีของอัยการศาลทหารกรุงเทพ มิอาจถือ ได้ ว่าเป็นการฟ้องคดีอาญาแทนโจทก์ โจทก์จึงมิใช่คู่ความเดียว กับโจทก์ในคดีอาญาของศาลทหารกรุงเทพ ดังนั้นผลของคำพิพากษาคดีอาญาของ ศาลทหารกรุงเทพจึงไม่ผูกพันโจทก์และศาลที่พิจารณาคดีแพ่งหาจำต้องถือ ข้อเท็จจริงตาม ที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญาไม่.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสองสำนวนนี้ สำนวนแรกนายสุกิจ เจริญอาชาชัย เป็นโจทก์ฟ้องพันโทมนู ศรฤทธิ์ชิงชัย เป็นจำเลย สำนวนหลังพันโทมนู ศรฤทธิ์ชิงชัยเป็นโจทก์ฟ้องนายสุกิจ เจริญอาชาชัย

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษารวมกันโดยให้เรียกโจทก์สำนวนแรกซึ่งเป็นจำเลยในสำนวนหลังเป็นโจทก์และเรียกจำเลยในสำนวนแรกซึ่งเป็นโจทก์ในสำนวนหลังเป็นจำเลยโจทก์สำนวนแรกฟ้องว่า จำเลยขับขี่รถยนต์ด้วยความประมาทเลินเล่อ เป็นเหตุให้ชนกับรถยนต์ของโจทก์ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายเป็นเงินทั้งสิ้น 69,620 บาท ขอให้จำเลยชำระเงินจำนวนดังกล่าว พร้อมด้วยดอกเบี้ย นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จให้แก่โจทก์จำเลยให้การว่า เหตุที่รถชนกันเกิดจากความประมาทของโจทก์ฝ่ายเดียว ทำให้รถจำเลยต้องเสียหาย ซึ่งจำเลยได้ยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายจากโจทก์แล้ว สำหรับความเสียหายของรถโจทก์นั้นค่าซ่อมไม่เกิน 5,000 บาท และใช้เวลาซ่อมไม่เกิน 5 วัน

หากต้องเสียค่าจ้างรถแท็กซี่ไม่เกินวันละ 200 บาท เป็นเงินไม่เกิน 1,000 บาท ทั้งรถโจทก์ไม่เสื่อมราคาอย่างใด เพราะซ่อมเปลี่ยนอุปกรณ์รถใหม่ขอให้ยกฟ้องสำนวนหลังโจทก์ ซึ่งเป็นจำเลยในสำนวนแรก ฟ้องว่า จำเลยขับขี่รถยนต์ด้วยความประมาทเลินเล่อชนรถยนต์ของโจทก์เสียหายเป็นเงิน 18,500 บาท ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวนดังกล่าวพร้อมด้วยดอกเบี้ยจำเลย (โจทก์ในสำนวนแรก) ให้การว่า เหตุครั้งนี้โจทก์ถูกฟ้องดำเนินคดีต่อศาลทหารกรุงเทพแต่ฝ่ายเดียว โจทก์มิได้เสียหายดังฟ้อง นอกจากนี้ความเสียหายเกิดขึ้นเพราะความประมาทเลินเล่อของโจทก์แต่ฝ่ายเดียว จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลย (โจทก์ในสำนวนหลัง)

ชำระค่าเสียหายให้แก่โจทก์ (จำเลยในสำนวนหลัง) เป็นเงิน 46,620 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ กับให้จำเลย (โจทก์ในสำนวนหลัง) ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองสำนวนแทนโจทก์ (จำเลยในสำนวนหลัง) โดยกำหนดค่าทนายความ2,000 บาท ให้ยกฟ้องจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ฎีกาข้อกฎหมายทั้งสองสำนวนของจำเลยที่ว่าเกี่ยวกับเรื่องรถชนกันนี้โจทก์เป็นผู้เสียหายไปร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนว่าจำเลยขับขี่รถยนต์ประมาททำให้โจทก์เสียหายอัยการศาลทหารกรุงเทพได้ยื่นฟ้องจำเลยต่อศาลทหารกรุงเทพและโจทก์ไปเบิกความเป็นพยานโจทก์ในฐานะผู้เสียหายด้วย ผลที่สุดศาลทหารกรุงเทพได้มีคำพิพากษาเป็นคดีหมายเลขแดงที่ 155ก./2528ให้ยกฟ้องโจทก์

คดีถึงที่สุดแล้ว คำพิพากษาคดีอาญาของศาลทหารกรุงเทพดังกล่าวจึงมีผลผูกพันโจทก์และจำเลยในคดีนี้ ตามพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ. 2498 มาตรา 54 และตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ 914/2520 ระหว่างนางปรียา ทองพุฒ โจทก์นายสุรัตน์ นิตย์แสง กับพวก จำเลย จึงต้องฟังว่าโจทก์เป็นฝ่ายประมาทเลินเล่อนั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าตามคำพิพากษาศาลทหารกรุงเทพ(ใช้กฎ 6 ต.ค. 19) คดีดำที่ 422ก./2527 คดีแดงที่ 145ก./2528ระหว่างอัยการศาลทหารกรุงเทพ โจทก์ พันโทมนู ศรฤทธิ์ชิงชัย จำเลยที่จำเลยอ้างถึงโดยโจทก์มิได้โต้แย้งคัดค้านว่าอัยการศาลทหารกรุงเทพได้ยื่นฟ้องจำเลยในความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 เท่านั้น ซึ่งศาลฎีกาเห็นว่า ความผิดตามพระราชบัญญัติดังกล่าวเป็นความผิดต่อรัฐโจทก์มิใช่ผู้เสียหาย จึงไม่อาจถือได้ว่าอัยการศาลทหารกรุงเทพฟ้องคดีอาญาแทนโจทก์ โจทก์ในคดีนี้จึงมิใช่คู่ความเดียวกับโจทก์ในคดีอาญาของศาลทหารกรุงเทพผลของคำพิพากษาคดีอาญาของศาลทหารกรุงเทพดังกล่าวจึงไม่ผูกพันโจทก์ศาลที่พิจารณาคดีแพ่งหาจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญาไม่ คำพิพากษาฎีกาที่จำเลยอ้างข้อเท็จจริงต่างกับคดีนี้ปัญหาในสำนวนแรกตามฎีกาของจำเลยมีต่อไปว่า เหตุที่รถชนกันเกิดจากความประมาทเลินเล่อของจำเลยหรือไม่เพียงใด...

ศาลฎีกาเห็นว่าพยานหลักฐานโจทก์มีน้ำหนักมากกว่าฝ่ายจำเลยข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยขับรถยนต์เลี้ยวขวาตัดหน้ารถยนต์ที่โจทก์ขับขี่สวนทางมาในระยะกระชั้นชิด โดยจำเลยไม่ให้สัญญาณไฟเลี้ยว และไม่หยุดรอให้ถนนที่เป็นช่องทางเดินรถของรถที่แล่นสวนมาว่างเสียก่อน โจทก์จึงไม่สามารถหยุดรถหรือหลบหลีกได้ทัน เป็นเหตุให้รถของโจทก์ชนกับรถของจำเลย พฤติการณ์ดังกล่าวย่อมชี้ชัดว่าจำเลยกระทำประมาทเลินเล่อต่อโจทก์โดยผิดกฎหมาย เป็นเหตุให้ทรัพย์สินของโจทก์เสียหายฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เคียง บุญเพิ่ม · พินิจ ฉิมพาลี · มีพาศน์ โปตระนันทน์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2533 (เลขอ้างอิง 109608)

คดีสำนวนหลังซึ่งจำเลยเป็นโจทก์เป็นคดีต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 224 วรรคแรก ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยมิได้ฎีกาคัดค้านในปัญหาข้อนี้ แต่กลับฎีกาว่าโจ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2530 (เลขอ้างอิง 104866)

จำเลยที่ 1 ถูกอัยการศาลมณฑลทหารบกที่ 3 (อัยการจังหวัดมหาสารคาม) ฟ้องเป็นจำเลยต่อศาลมณฑลทหารบกที่ 3 (ศาลจังหวัดมหาสารคาม) ฐานขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้บุคคลอื่นถึงแก่ความตายและบาดเจ็บ และไม่หยุดช่วยเหลื…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2530 (เลขอ้างอิง 26557)

จำเลยที่ 1 ถูกอัยการศาลมณฑลทหารบกที่ 3(อัยการจังหวัดมหาสารคาม) ฟ้องเป็นจำเลยต่อศาลมณฑลทหารบกที่ 3(ศาลจังหวัดมหาสารคาม)ฐานขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้บุคคลอื่นถึงแก่ความตายและบาดเจ็บ และไม่หยุดช่วยเหลือ ห…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 276/2520

ศาลทหารพิพากษาถึงที่สุดในคดีที่อัยการเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ในข้อหากระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย โดยโจทก์เป็นผู้เสียหายว่า เท่าที่โจทก์นำสืบยังมีข้อสงสัยฟังไม่ได้สนิทใจว่าเหตุที่เก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7640/2550

ป.วิ.อ. มาตรา 46 บัญญัติว่า ในการพิจารณาคดีส่วนแพ่งศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญา โดยไม่ปรากฏว่ามีบทบัญญัติของกฎหมายใดที่ให้นำข้อเท็จจริงที่ได้จากคำพิพากษาของคดีในส่วนแพ่งมาฟ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้