Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1152/2526

พ.ศ. 2526 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องให้จำเลยที่ 3 รับผิดในฐานะผู้รับประกันภัยรถยนต์ของจำเลยที่ 2 ตามสำเนาภาพถ่ายกรมธรรม์ประกันภัยท้ายฟ้อง จำเลยที่ 3 ให้การว่า สำเนาภาพถ่ายเอกสารดังกล่าวไม่มีการรับรองจากจำเลยที่ 3 จึงขอปฏิเสธว่าจำเลยที่ 3 ไม่ได้รับประกันภัยรถยนต์คันเกิดเหตุไว้จากจำเลยที่ 2 และไม่มีนิติสัมพันธ์ใดๆ ต่อกัน ถ้าฟังว่าจำเลยที่ 3 ได้รับประกันภัยรถยนต์คันเกิดเหตุไว้จากจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 3 ก็ไม่ต้องรับผิด เพราะจำเลยที่ 2 ไม่ได้ปฏิบัติไปตามเงื่อนไขแห่งสัญญากรมธรรม์ประกันภัย กล่าวคือลูกจ้างของจำเลยที่ 2ขับขี่รถยนต์โดยไม่ได้รับอนุญาตให้ขับรถยนต์ได้ตามกฎหมายจึงไม่ได้รับความคุ้มครองความเสียหาย ดังนี้ คำให้การของจำเลยที่ 3 จึงขัดกันเองและเป็นคำให้การที่ไม่ชัดแจ้งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177 วรรคสองคดีไม่มีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยว่าจำเลยที่ 3 ได้รับประกันภัยรถยนต์คันเกิดเหตุไว้จากจำเลยที่ 2 หรือไม่และกรณีเช่นนี้ก็ถือไม่ได้ว่าจำเลยที่ 3 ได้คัดค้านความถูกต้องแท้จริงของสำเนาเอกสารดังกล่าวไว้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 125 แล้ว

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ขับรถยนต์หมายเลขทะเบียน ก.ท.4ม-7885 เพื่อรับพนักงานของจำเลยที่ 2 ไปส่งโรงงานของจำเลยที่ 2 อันเป็นการกระทำในทางการที่จ้าง ด้วยความประมาทเลินเล่อถอยหลังชนรถยนต์ของโจทก์เสียหายทั้งสิ้นเป็นเงิน88,737 บาท ขอให้บังคับจำเลยที่ 1 ที่ 2 และจำเลยที่ 3 ผู้รับประกันภัยรถยนต์ของจำเลยที่ 2 ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายดังกล่าวให้แก่โจทก์จำนวนดังกล่าวพร้อมด้วยดอกเบี้ยจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ให้การว่า จำเลยที่ 1 ไม่ได้เป็นลูกจ้างตำแหน่งหน้าที่ขับรถของจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 1 ไม่ได้ขับรถในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2 และไม่ได้ขับด้วยความประมาทเลินเล่อ ความประมาทเกิดจากทางฝ่ายโจทก์ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง

โจทก์ไม่เสียหายดังฟ้อง และจำเลยที่ 3 ไม่ได้รับประกันภัยรถยนต์คันดังกล่าวไว้จากจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 3 เคยรับประกันภัยไว้แต่สัญญากรมธรรม์ประกันภัยหมดอายุแล้วลูกจ้างของจำเลยที่ 2 ขับรถยนต์ไปโดยไม่ได้รับอนุญาตให้ขับได้ตามกฎหมาย เป็นการไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขแห่งสัญญากรมธรรม์ประกันภัยจึงไม่ได้รับความคุ้มครองความเสียหายขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระค่าเสียหายให้แก่โจทก์รวมทั้งสิ้น 85,737 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยจำเลยทั้งสามอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงิน 74,263 บาทจำเลยทั้งสามฎีกาศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์เป็นเจ้าของผู้ครอบครองรถยนต์เก๋งยี่ห้อซีตรองคันหมายเลขทะเบียน

ก.ท.7-9778 เหตุที่เกิดขึ้นเป็นความประมาทของจำเลยที่ 1ลูกจ้างของจำเลยที่ 2 ในทางการที่จ้าง และวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องให้จำเลยที่ 3 รับผิดในฐานะผู้รับประกันภัยรถยนต์คันเกิดเหตุของจำเลยที่ 2ตามสำเนาภาพถ่ายกรมธรรม์ประกันภัยท้ายฟ้อง จำเลยที่ 3 ให้การว่าสำเนาภาพถ่ายเอกสารดังกล่าวไม่มีการรับรองจากจำเลยที่ 3 จึงขอปฏิเสธว่าจำเลยที่ 3 ไม่ได้รับประกันภัยรถยนต์คันเกิดเหตุไว้จากจำเลยที่ 2 และไม่มีนิติสัมพันธ์ใด ๆ ต่อกันถ้าฟังว่าจำเลยที่ 3 ได้รับประกันภัยรถยนต์คันดังกล่าวไว้จากจำเลยที่ 2 จำลยที่ 3ก็ไม่ต้องรับผิดทั้งนี้เพราะจำเลยที่ 2 ไม่ได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขแห่งสัญญากรมธรรม์ประกันภัย กล่าวคือลูกจ้างของจำเลยที่ 2 ขับขี่รถยนต์โดยไม่ได้รับอนุญาตให้ขับรถยนต์ได้ตามกฎหมาย จึงไม่ได้รับความคุ้มครองความเสียหาย

ดังนี้คำให้การของจำเลยที่ 3จึงขัดกันเองและเป็นคำให้การที่ไม่ชัดแจ้งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 177 วรรคสอง คดีไม่มีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยว่าจำเลยที่ 3 ได้รับประกันภัยรถยนต์คันเกิดเหตุไว้จากจำเลยที่ 2 หรือไม่ และกรณีเช่นนี้ก็ถือไม่ได้ว่าจำเลยที่ 3ได้คัดค้านความถูกต้องแท้จริงของสำเนาเอกสารดังกล่าวไว้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 125 และข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ตามที่โจทก์และจำเลยทั้งสามนำสืบพยานไม่ได้โต้เถียงฟังเป็นยุติว่าจำเลยที่ 3 ได้รับประกันภัยรถยนต์คันเกิดเหตุจากจำเลยที่ 2 ไว้ตามสำเนาภาพถ่ายกรมธรรม์ประกันภัยท้ายฟ้องจริง ส่วนค่าเสียหายนั้นวินิจฉัยให้จำเลยทั้งสามต้องรับผิดเพียง 31,420 บาทพิพากษาแก้ ให้จำเลยรับผิดใช้ค่าเสียหายจำนวน 31,420 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ย

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
กิติ บูรพรรณ์ · ประสม ศรีเจริญ · ธรรมสถิตย์ ธีรกุล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้