Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 1152/2526

พ.ศ. 2526 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์ฟ้องให้จำเลยที่ 3 รับผิดในฐานะผู้รับประกันภัยรถยนต์ของจำเลยที่ 2 ตามสำเนาภาพถ่ายกรมธรรม์ประกันภัยท้ายฟ้อง จำเลยที่ 3 ให้การว่า สำเนาภาพถ่ายเอกสารดังกล่าวไม่มีการรับรองจากจำเลยที่ 3 จึงขอปฏิเสธว่าจำเลยที่ 3 ไม่ได้รับประกันภัยรถยนต์คันเกิดเหตุไว้จากจำเลยที่ 2 และไม่มีนิติสัมพันธ์ใดๆ ต่อกัน ถ้าฟังว่าจำเลยที่ 3 ได้รับประกันภัยรถยนต์คันเกิดเหตุไว้จากจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 3 ก็ไม่ต้องรับผิด เพราะจำเลยที่ 2 ไม่ได้ปฏิบัติไปตามเงื่อนไขแห่งสัญญากรมธรรม์ประกันภัย กล่าวคือลูกจ้างของจำเลยที่ 2ขับขี่รถยนต์โดยไม่ได้รับอนุญาตให้ขับรถยนต์ได้ตามกฎหมายจึงไม่ได้รับความคุ้มครองความเสียหาย ดังนี้ คำให้การของจำเลยที่ 3 จึงขัดกันเองและเป็นคำให้การที่ไม่ชัดแจ้งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177 วรรคสองคดีไม่มีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยว่าจำเลยที่ 3 ได้รับประกันภัยรถยนต์คันเกิดเหตุไว้จากจำเลยที่ 2 หรือไม่และกรณีเช่นนี้ก็ถือไม่ได้ว่าจำเลยที่ 3 ได้คัดค้านความถูกต้องแท้จริงของสำเนาเอกสารดังกล่าวไว้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 125 แล้ว

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ขับรถยนต์หมายเลขทะเบียน ก.ท.4ม-7885 เพื่อรับพนักงานของจำเลยที่ 2 ไปส่งโรงงานของจำเลยที่ 2 อันเป็นการกระทำในทางการที่จ้าง ด้วยความประมาทเลินเล่อถอยหลังชนรถยนต์ของโจทก์เสียหายทั้งสิ้นเป็นเงิน88,737 บาท ขอให้บังคับจำเลยที่ 1 ที่ 2 และจำเลยที่ 3 ผู้รับประกันภัยรถยนต์ของจำเลยที่ 2 ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายดังกล่าวให้แก่โจทก์จำนวนดังกล่าวพร้อมด้วยดอกเบี้ยจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ให้การว่า จำเลยที่ 1 ไม่ได้เป็นลูกจ้างตำแหน่งหน้าที่ขับรถของจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 1 ไม่ได้ขับรถในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2 และไม่ได้ขับด้วยความประมาทเลินเล่อ ความประมาทเกิดจากทางฝ่ายโจทก์ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง

โจทก์ไม่เสียหายดังฟ้อง และจำเลยที่ 3 ไม่ได้รับประกันภัยรถยนต์คันดังกล่าวไว้จากจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 3 เคยรับประกันภัยไว้แต่สัญญากรมธรรม์ประกันภัยหมดอายุแล้วลูกจ้างของจำเลยที่ 2 ขับรถยนต์ไปโดยไม่ได้รับอนุญาตให้ขับได้ตามกฎหมาย เป็นการไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขแห่งสัญญากรมธรรม์ประกันภัยจึงไม่ได้รับความคุ้มครองความเสียหายขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระค่าเสียหายให้แก่โจทก์รวมทั้งสิ้น 85,737 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยจำเลยทั้งสามอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงิน 74,263 บาทจำเลยทั้งสามฎีกาศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์เป็นเจ้าของผู้ครอบครองรถยนต์เก๋งยี่ห้อซีตรองคันหมายเลขทะเบียน

ก.ท.7-9778 เหตุที่เกิดขึ้นเป็นความประมาทของจำเลยที่ 1ลูกจ้างของจำเลยที่ 2 ในทางการที่จ้าง และวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องให้จำเลยที่ 3 รับผิดในฐานะผู้รับประกันภัยรถยนต์คันเกิดเหตุของจำเลยที่ 2ตามสำเนาภาพถ่ายกรมธรรม์ประกันภัยท้ายฟ้อง จำเลยที่ 3 ให้การว่าสำเนาภาพถ่ายเอกสารดังกล่าวไม่มีการรับรองจากจำเลยที่ 3 จึงขอปฏิเสธว่าจำเลยที่ 3 ไม่ได้รับประกันภัยรถยนต์คันเกิดเหตุไว้จากจำเลยที่ 2 และไม่มีนิติสัมพันธ์ใด ๆ ต่อกันถ้าฟังว่าจำเลยที่ 3 ได้รับประกันภัยรถยนต์คันดังกล่าวไว้จากจำเลยที่ 2 จำลยที่ 3ก็ไม่ต้องรับผิดทั้งนี้เพราะจำเลยที่ 2 ไม่ได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขแห่งสัญญากรมธรรม์ประกันภัย กล่าวคือลูกจ้างของจำเลยที่ 2 ขับขี่รถยนต์โดยไม่ได้รับอนุญาตให้ขับรถยนต์ได้ตามกฎหมาย จึงไม่ได้รับความคุ้มครองความเสียหาย

ดังนี้คำให้การของจำเลยที่ 3จึงขัดกันเองและเป็นคำให้การที่ไม่ชัดแจ้งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 177 วรรคสอง คดีไม่มีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยว่าจำเลยที่ 3 ได้รับประกันภัยรถยนต์คันเกิดเหตุไว้จากจำเลยที่ 2 หรือไม่ และกรณีเช่นนี้ก็ถือไม่ได้ว่าจำเลยที่ 3ได้คัดค้านความถูกต้องแท้จริงของสำเนาเอกสารดังกล่าวไว้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 125 และข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ตามที่โจทก์และจำเลยทั้งสามนำสืบพยานไม่ได้โต้เถียงฟังเป็นยุติว่าจำเลยที่ 3 ได้รับประกันภัยรถยนต์คันเกิดเหตุจากจำเลยที่ 2 ไว้ตามสำเนาภาพถ่ายกรมธรรม์ประกันภัยท้ายฟ้องจริง ส่วนค่าเสียหายนั้นวินิจฉัยให้จำเลยทั้งสามต้องรับผิดเพียง 31,420 บาทพิพากษาแก้ ให้จำเลยรับผิดใช้ค่าเสียหายจำนวน 31,420 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ย

Matter details

Panel of judges
กิติ บูรพรรณ์ · ประสม ศรีเจริญ · ธรรมสถิตย์ ธีรกุล
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up