Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1150/2494

พ.ศ. 2494 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทย์ฟ้องขับไล่จำเลยทั้งสองออกจากห้องเช่าของโจทก์จำเลยที่ 2 ต่อสู้ว่า จำเลยที่ 1 ไม่ใช่ผู้เช่าตามหนังสือสัญญาเช่าความจริง จำเลยที่ 1 เป็นตัวแทนของจำเลยที่ 2 ในการเช่าห้องรายนี้ แต่มิได้กล่าวอ้างว่าโจทก์ได้รู้ถึงการที่จำเลยที่ 1 เป็นเพียงตัวแทนของจำเลยที่ 2 มาก่อน กรณีจึงเข้าลักษณะตัวการตัวแทนตาม ป.ม.แพ่งฯมาตรา 806 ฉะนั้นเมื่อโจทก์ได้บอกเลิกสัญญาเช่ากับจำเลยที่ 1 เสร็จไปแล้ว จำเลยที่ 2 จะมาอ้างเพื่อให้เสื่อมเสียสิทธิของโจทก์อันเขามีแก่จำเลยที่ 1หาได้ไม่ จึงไม่จำต้องสืบพยานตามข้ออ้างของจำเลยที่ 2 ศาลพิพากษาขับไล่จำเลยได้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ ๑ เช่าห้องของโจทก์แล้วให้จำเลยที่ ๒ เช่าอยู่ และทำการค้า สัญญานั้นสิ้นสุดลง โจทก์จึงขอห้องคืน จำเลยไม่ยอมคืนให้ ฯลฯ โจทก์จึงมาฟ้องขอให้ขับไล่ จำเลยที่ ๑ รับว่าได้ทำสัญญาเช่าตามฟ้องจริง แต่จำเลยได้ออกจากห้องเช่าไปเป็นการเสร็จสิ้นไปแล้ว จำเลยที่ ๒ ให้การว่า จำเลยที่ ๑ ไม่ใช่ผู้เช่า ความจริงจำเลยที่ ๑ เป็นตัวแทนของจำเลยที่ ๒ ในการเช่าตึกรายนี้และต่อสู้ในฐานะเป็นผู้เช่าอีกหลายประการ ศาลชั้นต้นงดสืบพยาน ฟังว่าจำเลยที่ ๑ เป็นผู้เช่าโดยตรง ข้อที่จำเลยที่ ๒ อ้างว่าจำเลยที่ ๑ เป็นตัวแทนนั้นเป็นการกล่าวโดยเลื่อนลอยและจะนำสืบเปลี่ยนแปลงแก้ไขสัญญาเช่าหาได้ไม่ จึงพิพากษาขับไล่จำเลย จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๒ ฎีกาต่อมา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยที่ ๒ มิได้กล่าวอ้างเลยว่าโจทก์รู้ถึงการที่จำเลยที่ ๑ เป็นเพียงตัวแทนของจำเลยที่ ๒ มาก่อน กรณีจึงเข้าลักษณะ ป.ม.แพ่งฯมาตรา ๘๐๖ จำเลยที่ ๒ จะมาอ้างเพื่อให้เสื่อมเสียถึงสิทธิของโจทก์อันเขามีต่อตัวแทน และเขาขวนขวายได้มาแต่ก่อนที่รู้ว่าเป็นตัวแทนหาได้ไม่สิทธิของโจทก์ที่ขวนขวายได้มาในคดีนี้ ก็คือได้เลิกสัญญาเช่ากับจำเลยที่ ๑ เสร็จไปแล้ว เมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ไม่จำเป็นต้องสืบพยานบุคคลของจำเลยที่ ๒ ศาลทั้งสองชี้ขาดให้จำเลยแพ้คดีมานั้นชอบแล้ว

ผลคำพิพากษา

จึงพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
นาถปรีชา · ดุลยการณ์โกวิท · ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ
ศาลล่าง
ศาลแขวงพระนครใต้ - นายวีระ มณีดิษฐ์
ศาลอุทธรณ์ - นายไชยเจริญ สันติศิริ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้