Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2514 (เลขอ้างอิง 106698)

พ.ศ. 2514 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่เจ้าของเรือให้จำเลยกับพวกซึ่งเป็นลูกจ้างนำเรือพร้อมทั้งอวนและสิ่งของเครื่องใช้ไปจับปลาในทะเลในระยะเวลา 2 วัน เมื่อจับปลาเสร็จก็ต้องนำเรือกลับมามอบให้แก่เจ้าของเรือเป็นกิจวัตรในการปฏิบัติหน้าที่ของลูกจ้าง ดังนี้ การครอบครองเรือพร้อมทั้งอวนและเครื่องใช้จึงอยู่ในความครอบครองของนายจ้างเจ้าของทรัพย์เมื่อจำเลยได้เอาเรือและอวน สิ่งของเครื่องใช้ไปซุกซ่อนแล้วบอกขายโดยเจตนาทุจริต จึงเป็นการกระทำผิดฐานลักทรัพย์ ไม่ใช่รับของโจร โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานยักยอกทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยกระทำผิดฐานลักทรัพย์ ข้อเท็จจริงในทางพิจารณาจึงต่างกับฟ้องลงโทษจำเลยไม่ได้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีทั้งสองสำนวนศาลชั้นต้นพิจารณารวมกัน สำนวนแรกโจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกอีก ๑ คนที่ยังไม่ได้ตัวมาฟ้อง ได้ร่วมกันกระทำความผิดคือใช้ขวานเป็นอาวุธตีนายโรจน์โดยเจตนาฆ่า นายโรจน์ได้ตกลงไปในทะเลและถึงแก่ความตาย เหตุที่จำเลยฆ่านายโรจน์ก็เพื่อกระทำความผิดฐานยักยอกเรือยนต์ของนายกี่พิงนายจ้างของจำเลยและเพื่อปกปิดความผิด ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๙(๖)(๗), ๘๓ สำนวนที่สอง

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกับพวกได้รับมอบเรือจับปลาจากนายกี่พิงเพื่อให้ใช้ออกไปจับปลาในทะเล จำเลยได้เบียดบังเอาเรือไว้โดยเจตนาทุจริต ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๒, ๓๕๓, ๘๓ นับโทษต่อจากสำนวนแรก

จำเลยให้การปฏิเสธทั้งสองสำนวน

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๓๕๓ ลงโทษตามมาตรา ๒๘๘ ซึ่งเป็นกระทงหนักตามมาตรา ๙๑ จำคุกจำเลยตลอดชีวิต

จำเลยอุทธรณ์ทั้งสองสำนวน

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยสำนวนแรกว่าพยานโจทก์ยังเป็นที่สงสัยไม่พอฟังลงโทษจำเลยฐานฆ่านายโรจน์ได้ สำนวนหลังวินิจฉัยว่า การที่จำเลยเอาเรือไปซุกซ่อนและบอกขายนั้น เป็นการลักทรัพย์ ไม่ใช่ยักยอกดังโจทก์ฟ้อง ข้อเท็จจริงในทางพิจารณาจึงต่างกับฟ้อง ลงโทษจำเลยในความผิดฐานลักทรัพย์ไม่ได้ พิพากษากลับให้ยกฟ้องทั้งสองสำนวน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่าขณะที่จำเลยทำร้ายผู้ตายนั้น จำเลยมิได้มีเจตนาเพื่อเตรียมการหรือเพื่อความสะดวกในการที่จะลักเอาเรือของกลางและมิใช่เจตนาปกปิดการกระทำผิดหรือหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาอันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๙(๖)(๗) สำหรับข้อหาในสำนวนที่สอง นั้น เห็นว่าการที่นายกี่พิงสั่งให้นายจิตรซึ่งเป็นลูกจ้างนำเรือยนต์สงวนศิลป์ออกไปจับปลาตามหน้าที่เช่นนี้ ยังไม่พอฟังว่านายกี่พิงได้มอบการครอบครองเรือยนต์สงวนศิลป์พร้อมด้วยอวนและเครื่องใช้ทั้งหลายให้อยู่ในความครอบครองของนายจิตรเพราะการไปจับปลามีระยะเวลาเพียง ๒ วัน และไปจับปลาตามคำสั่งของนายกี่พิง เมื่อจับปลาเสร็จนายจิตร์ก็จะต้องนำเรือกลับมาเป็นกิจวัตรในการปฏิบัติหน้าที่ของลูกจ้างดังนั้น

การครอบครองเรือยนต์สงวนศิลป์พร้อมด้วยอวนและเครื่องใช้จึงอยู่ในความครอบครองของนายกี่พิงเจ้าทรัพย์ การที่นายจิตรและจำเลยรวมกันนำเอาเรือสงวนศิลป์และอวนสิ่งของเครื่องใช้ไปซุกซ่อนแล้วบอกขายโดยเจตนาทุจริตจึงเป็นการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ ที่ศาลอุทธรณ์ไม่ลงโทษจำเลยฐานยักยอกตามข้อหาในฟ้องสำนวนที่สอง โดยเห็นว่าข้อเท็จจริงที่ปรากฏในทางพิจารณาแต่ต่างกับข้อเท็จจริงที่กล่าวในฟ้อง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๒ วรรค ๒ นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย พร้อมกันพิพากษาแก้ เป็นว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ ให้ลงโทษจำคุกจำเลยไว้ตลอดชีวิตนอกจากที่แก้นี้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อัศนี เกาไศยนันท์ · บุณยเกียรติ อรชุนะกะ · สวัสดิ์ ภู่งาม
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดตรัง - นายเธียร ยูงทอง
ศาลอุทธรณ์ - นายสุมิตร ฟักทองพรรณ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้