Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2514 (ref. 106698)

พ.ศ. 2514 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

การที่เจ้าของเรือให้จำเลยกับพวกซึ่งเป็นลูกจ้างนำเรือพร้อมทั้งอวนและสิ่งของเครื่องใช้ไปจับปลาในทะเลในระยะเวลา 2 วัน เมื่อจับปลาเสร็จก็ต้องนำเรือกลับมามอบให้แก่เจ้าของเรือเป็นกิจวัตรในการปฏิบัติหน้าที่ของลูกจ้าง ดังนี้ การครอบครองเรือพร้อมทั้งอวนและเครื่องใช้จึงอยู่ในความครอบครองของนายจ้างเจ้าของทรัพย์เมื่อจำเลยได้เอาเรือและอวน สิ่งของเครื่องใช้ไปซุกซ่อนแล้วบอกขายโดยเจตนาทุจริต จึงเป็นการกระทำผิดฐานลักทรัพย์ ไม่ใช่รับของโจร โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานยักยอกทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยกระทำผิดฐานลักทรัพย์ ข้อเท็จจริงในทางพิจารณาจึงต่างกับฟ้องลงโทษจำเลยไม่ได้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีทั้งสองสำนวนศาลชั้นต้นพิจารณารวมกัน สำนวนแรกโจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกอีก ๑ คนที่ยังไม่ได้ตัวมาฟ้อง ได้ร่วมกันกระทำความผิดคือใช้ขวานเป็นอาวุธตีนายโรจน์โดยเจตนาฆ่า นายโรจน์ได้ตกลงไปในทะเลและถึงแก่ความตาย เหตุที่จำเลยฆ่านายโรจน์ก็เพื่อกระทำความผิดฐานยักยอกเรือยนต์ของนายกี่พิงนายจ้างของจำเลยและเพื่อปกปิดความผิด ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๙(๖)(๗), ๘๓ สำนวนที่สอง

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกับพวกได้รับมอบเรือจับปลาจากนายกี่พิงเพื่อให้ใช้ออกไปจับปลาในทะเล จำเลยได้เบียดบังเอาเรือไว้โดยเจตนาทุจริต ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๒, ๓๕๓, ๘๓ นับโทษต่อจากสำนวนแรก

จำเลยให้การปฏิเสธทั้งสองสำนวน

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๓๕๓ ลงโทษตามมาตรา ๒๘๘ ซึ่งเป็นกระทงหนักตามมาตรา ๙๑ จำคุกจำเลยตลอดชีวิต

จำเลยอุทธรณ์ทั้งสองสำนวน

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยสำนวนแรกว่าพยานโจทก์ยังเป็นที่สงสัยไม่พอฟังลงโทษจำเลยฐานฆ่านายโรจน์ได้ สำนวนหลังวินิจฉัยว่า การที่จำเลยเอาเรือไปซุกซ่อนและบอกขายนั้น เป็นการลักทรัพย์ ไม่ใช่ยักยอกดังโจทก์ฟ้อง ข้อเท็จจริงในทางพิจารณาจึงต่างกับฟ้อง ลงโทษจำเลยในความผิดฐานลักทรัพย์ไม่ได้ พิพากษากลับให้ยกฟ้องทั้งสองสำนวน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่าขณะที่จำเลยทำร้ายผู้ตายนั้น จำเลยมิได้มีเจตนาเพื่อเตรียมการหรือเพื่อความสะดวกในการที่จะลักเอาเรือของกลางและมิใช่เจตนาปกปิดการกระทำผิดหรือหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาอันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๙(๖)(๗) สำหรับข้อหาในสำนวนที่สอง นั้น เห็นว่าการที่นายกี่พิงสั่งให้นายจิตรซึ่งเป็นลูกจ้างนำเรือยนต์สงวนศิลป์ออกไปจับปลาตามหน้าที่เช่นนี้ ยังไม่พอฟังว่านายกี่พิงได้มอบการครอบครองเรือยนต์สงวนศิลป์พร้อมด้วยอวนและเครื่องใช้ทั้งหลายให้อยู่ในความครอบครองของนายจิตรเพราะการไปจับปลามีระยะเวลาเพียง ๒ วัน และไปจับปลาตามคำสั่งของนายกี่พิง เมื่อจับปลาเสร็จนายจิตร์ก็จะต้องนำเรือกลับมาเป็นกิจวัตรในการปฏิบัติหน้าที่ของลูกจ้างดังนั้น

การครอบครองเรือยนต์สงวนศิลป์พร้อมด้วยอวนและเครื่องใช้จึงอยู่ในความครอบครองของนายกี่พิงเจ้าทรัพย์ การที่นายจิตรและจำเลยรวมกันนำเอาเรือสงวนศิลป์และอวนสิ่งของเครื่องใช้ไปซุกซ่อนแล้วบอกขายโดยเจตนาทุจริตจึงเป็นการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ ที่ศาลอุทธรณ์ไม่ลงโทษจำเลยฐานยักยอกตามข้อหาในฟ้องสำนวนที่สอง โดยเห็นว่าข้อเท็จจริงที่ปรากฏในทางพิจารณาแต่ต่างกับข้อเท็จจริงที่กล่าวในฟ้อง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๒ วรรค ๒ นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย พร้อมกันพิพากษาแก้ เป็นว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ ให้ลงโทษจำคุกจำเลยไว้ตลอดชีวิตนอกจากที่แก้นี้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

Matter details

Panel of judges
อัศนี เกาไศยนันท์ · บุณยเกียรติ อรชุนะกะ · สวัสดิ์ ภู่งาม
Lower court
ศาลจังหวัดตรัง - นายเธียร ยูงทอง
ศาลอุทธรณ์ - นายสุมิตร ฟักทองพรรณ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up