Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1023/2505

พ.ศ. 2505 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ถือหนังสือเดินทางที่พนักงานตรวจคนเข้าเมืองที่ฮ่องกงออกให้เป็นคนสัญชาติจีน เมื่อโจทก์เดินทางเข้ามาถึงประเทศไทยเพื่อขออยู่ชั่วคราว กองตรวจคนเข้าเมืองก็อนุญาต แต่ก่อนถึงวันครบกำหนด โจทก์ก็ยื่นฟ้องกรมตำรวจกับหัวหน้ากองตรวจคนเข้าเมืองเป็นจำเลย อ้างว่าโจทก์เป็นคนไทยโดยกำเนิด ขอให้จำเลยระงับคำสั่งให้โจทก์ออกไปจากประเทศไทย ทั้งนี้ โดยโจทก์ให้เหตุผลว่ากลัวจะถูกส่งออกนอกประเทศไทย เมื่อครบกำหนดวันที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ ซึ่งแท้จริงแล้วทางจำเลยยังมิได้โต้แย้งสิทธิของโจทก์ที่จะอยู่ในประเทศไทยและโจทก์ไม่มีหลักฐานใด แสดงว่าก่อนยื่นฟ้องคดีนี้โจทก์ได้เคยร้องต่อจำเลยว่าโจทก์เป็นคนไทย ไม่ได้ยื่นขอพิสูจน์สัญชาติต่อศาลหรือต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ดังนี้ โจทก์ยังไม่มีสิทธิที่จะฟ้องจำเลยต่อศาลได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.พ. มาตรา 55 พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2493 มาตรา 43

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นคนไทยโดยกำเนิด เมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๒ มารดาพาไปยังประเทศจีน ครั้นโตขึ้นอยากกลับประเทศไทย ได้ไปติดต่อกับสถานกงสุลไทย ณ เมืองฮ่องกง ขอเดินทางกลับในฐานะคนไทย แต่ทางกงสุลไทยไม่ยอมรับเรื่องราวโจทก์จึงปลอมแปลงเป็นคนจีนขอหนังสือเดินทางชั่วคราวจากทางราชการเมืองฮ่องกง เดินทางเข้ามาถึงประเทศไทยเมื่อวันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๐๒ ครั้นมาถึงก็ถูกกองตรวจคนเข้าเมืองกำหนดให้อยู่ในประเทศได้ภายในวันที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๐๒ โจทก์เป็นคนไทยโดยกำเนิดมีความประสงค์ที่จะอยู่ในประเทศไทย แต่จำเลยไม่ยอมให้โจทก์อยู่และได้กำหนดให้โจทก์ออกไปภายในวันที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๐๒ คำสั่งของจำเลยเป็นการละเมิดสิทธิของโจทก์ ขอให้พิพากษาให้จำเลยระงับคำสั่งให้โจทก์ออกไปจากประเทศไทย และให้แสดงว่าโจทก์มีสัญชาติเป็นคนไทย มีสิทธิที่จะอยู่อาศัยในประเทศไทย

จำเลยให้การว่าโจทก์เป็นคนสัญชาติจีนและเกิดที่ประเทศจีน ได้รับอนุญาตให้เข้ามาในราชอาณาจักรไทยและอยู่ได้จนถึงวันที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๐๒ การที่โจทก์มาฟ้องจำเลยต่อศาลเช่นนี้ไม่ชอบ เพราะจำเลยหรือพนักงานเจ้าหน้าที่กองตรวจคนเข้าเมืองไม่ได้สั่งให้โจทก์ออกไปจากประเทศไทย กำหนดที่โจทก์จะออกจากประเทศไทยเกิดจากคำร้องของโจทก์เอง ถือได้ว่าไม่มีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ของโจทก์แต่อย่างใด

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยข้อเท็จจริงแล้วพิพากษาใหม่

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า ทางพนักงานตรวจคนเข้าเมืองที่ฮ่องกงได้ออกหนังสือเดินทางชนิดที่เรียกว่า เซอติฟีเกตออฟไอเด็นติตี้ ระบุว่าโจทก์เป็นคนสัญชาติจีน เมื่อโจทก์เดินทางเข้ามาประเทศไทยเพื่อขออยู่ชั่วคราว กองตรวจคนเข้าเมืองก็อนุญาตให้อยู่ได้ถึงวันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๐๒ ครั้นครบกำหนดโจทก์ร้องขออยู่ต่อกองตรวจคนเข้าเมืองก็อนุญาตให้อยู่ได้อีก ๑๕ วัน จะครบในวันที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๐๒ แต่วันที่ ๒๙ มิถุนายน ๒๕๐๒ โจทก์ก็ฟ้องจำเลยเพื่อขอให้เพิกถอนคำสั่งที่ให้จำเลยออกจากประเทศไทย ทั้งนี้ โดยให้เหตุผลว่ากลัวจะถูกส่งออกนอกประเทศไทยเมื่อครบกำหนด ซึ่งแท้จริงแล้วจำเลยยังมิได้โต้แย้งสิทธิของโจทก์ที่จะอยู่ในประเทศไทย และโจทก์ก็ไม่มีหลักฐานใดแสดงว่าได้เคยร้องต่อจำเลยว่าโจทก์เป็นคนไทยก่อนยื่นฟ้องคดีนี้ ซึ่งตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง

พ.ศ. ๒๔๙๓ มาตรา ๔๓ โจทก์ชอบที่จะยื่นขอพิสูจน์สัญชาติต่อศาลหรือต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ตามที่กฎหมายบัญญัติ แต่โจทก์ไม่ทำ กลับมายื่นฟ้องจำเลยซึ่งเป็นการก้าวล่วงวิธีการ โจทก์จึงยังไม่มีสิทธิที่จะฟ้องจำเลยต่อศาลได้

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เชื้อ คงคากุล · ประกอบ หุตะสิงห์ · สนิท สุมาวงศ์
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายวรุณ นุมานิต
ศาลอุทธรณ์ - นายเนิ่น กฤษณะเศรนี
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2784/2523

ผู้ร้องเข้ามาในประเทศไทยโดยใช้หนังสือเดินทางของประเทศมาเลเซีย เจ้าพนักงานตรวจคนเข้าเมืองอนุญาตให้ผู้ร้องอยู่ในประเทศไทยชั่วคราวมีกำหนดหนึ่งเดือน พ้นกำหนดหนึ่งเดือนผู้ร้องจึงยื่นคำร้องขอพิสูจน์สัญชาติต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3078/2522

ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 218 ข้อ 5 กำหนดให้กรมตำรวจมีฐานะเป็นนิติบุคคล แต่การแบ่งส่วนราชการในกรมตำรวจออกเป็นกองตามข้อ 31 มิได้กำหนดให้มีฐานะเป็นนิติบุคคล กองตรวจคนเข้าเมืองจำเลยที่ 2 จึงไม่อาจถูกฟ้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2001/2517

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่าเป็นคนสัญชาติไทย แต่พี่ชายส่งผู้ร้องไปเรียนหนังสือที่ประเทศจีน ผู้ร้องได้เดินทางกลับเข้ามาในประเทศไทย ต่อมาพนักงานตรวจคนเข้าเมืองได้จับผู้ร้องในข้อหาอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยมิได้รับ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 150/2506

เมื่อเจ้าหน้าที่กองตรวจคนเข้าเมืองสั่งไม่ให้อยู่ในราชอาณาจักรและให้ออกไปให้พ้น ถ้าผู้นั้นได้โต้แย้งคำสั่งว่าเขาเป็นคนเกิดในประเทศไทย จะแต่งทนายร้องขอให้ศาลวินิจฉัย ดังนี้ ถือว่ามีข้อโต้แย้ง ชอบที่จะฟ้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 349/2506

บุคคลใดซึ่งเข้ามาในราชอาณาจักร อ้างว่าเป็นคนไทย บุคคลนั้นต้องเป็นผู้พิสูจน์ การพิสูจน์นั้นจะกระทำโดยร้องขอพิสูจน์ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่หรือร้องขอต่อศาลก็ได้ ตามความที่บัญญัติไว้ในมาตรา 43 แห่งพระราชบัญ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้