Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1011/2484

พ.ศ. 2484 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตำรวจสวมเครื่องแบบไปขู่บังคับเอาเงินเขาในเวลาออกยามนอกสถานที่ และนอกเขตต์ท้องที่ ๆ ประจำอยู่ไม่เป็นผิดกฎหมายอาญามาตรา 136 หลังจากอ่านคำพิพากษาแล้ว ศาลมีคำสั่งให้นับโทษจำเลยต่อจากคดีอื่น ดังนี้เป็นการแก้ไขคำพิพากษาที่ได้อ่านแล้ว ต้องห้ามตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 190 +คำพิพากษาไม่ได้กล่าวให้นับโทษแต่เมื่อใดให้นับแต่วันต้องคุมขัง

คำฟ้องและคำให้การ

ได้ความว่าจำเลยทั้ง ๓ สมคบกันพาตัวนายโซวบุ้นไปขู่เข็ญจะเอาเงิน

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทั้ง ๓ ผิดตามมาตรา ๒๖๘ กฎหมายลักษณอาญา ข้อหาฉะเพาะตัวจำเลยที่ ๑ เรื่องแจ้งความเท็จเห็นว่ายังไม่มีผิด ข้อหาสำหรับจำเลยที่ ๓ ว่าทุจริตต่อหน้าที่ด้วยนั้น เห็นว่าจำเลยประจำอยู่สถานีตำรวจสามเสน เหตุเกิดในท้องที่ยานนาวาซึ่งจำเลยไม่มีตำแหน่งหน้าที่ จึงยังไม่ผิดฐานเจ้าพนักงานกระทำการทุจริตต่อหน้าที่ หลังจากอ่านคำพิพากษาเรื่องนี้แล้ว ๒ วัน ผู้พิพากษาซึ่งลงนามในคำพิพากษานายหนึ่งได้มีคำสั่งในรายงานพิจารณาให้นับโทษจำเลยที่ ๑ นับแต่วันพ้นโทษอีกคดีหนึ่ง โจทก์จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ส่วนเรื่องการนับโทษจำเลยที่ ๑ เห็นว่าเป็นการสั่งแก้ไขคำพิพากษาซึ่งได้อ่านแล้ว จึงต้องห้าม ให้นับโทษแต่วันต้องขังคดีนี้ไปตามปกติ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยที่กระทำผิดในท้องที่ตำรวจยานนาวานอกเขตต์นอกอำนาจหน้าที่ของจำเลย เพราะจำเลยประจำการอยู่สถานีสามเสน แม้ขณะกระทำผิดจำเลยจะสวมเครื่องแบบตำรวจไปด้วยก็ดีก็ยังไม่ถือว่าเป็นความผิดตามมาตรา ๑๓๖ กฎหมายลักษณอาญา ส่วนเรื่องการนับโทษจำเลยที่ ๑ นั้น เห็นว่าการสั่งเรื่องนี้ภายหลังจากได้อ่านคำพิพากษาแล้ว จึงเป็นการแก้ไขคำพิพากษาที่อ่านแล้ว ซึ่งต้องห้ามตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๑๙๐ ดังนี้การนับโทษคดีนี้ต้องเป็นไปตามกฎหมายลักษณอาญามาตรา ๗๒ ซึ่งให้นับแต่วันต้องขังคดีนี้

ผลคำพิพากษา

จึงพิพากษายืนตามศาลล่าง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิเศษ · อิศรภักดีธรรมวิเทต · ธรรมบัณฑิต
ศาลล่าง
ศาลชั้นต้น - พระอินทเบญญา
ศาลอุทธรณ์ - พระสงศาสตร์วินิจฉัย
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้