Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

มาตรา 220 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

หมวด ๑ หลักทั่วไป

ห้ามมิให้คู่ความฎีกาในคดีที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์

แนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่เกี่ยวข้อง

576 คดี
ค้นหาคำพิพากษาเพิ่มเติม
ในคดีซึ่งศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์โดยอาศัยข้อเท็จจริง โจทก์ฎีกาว่าศาลอุทธรณ์มิได้วินิจฉัยและพิพากษาในประเด็นที่โจทก์ฟ้องเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 220 อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.วิ.อ. มาตรา 220
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยบุกรุก ทำให้เสียทรัพย์ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง โดยฟังข้อเท็จจริงว่าที่พิพาทเป็นที่สาธารณประโยชน์ และฟังไม่ได้ว่าจำเลยทำให้เสียทรัพย์ตามฟ้อง โจทก์จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 คดีส่วนแพ่ง โจทก์เรียกร้องให้จำเลยร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายรวมทั้งสิ้นเป็นเงิน 32,600 บาท จึงเป็นคดีมีทุนทรัพย์ไม่เกิน 50,000 บาทต้องห้ามมิให้ฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มา… อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.วิ.อ. มาตรา 40 ป.วิ.อ. มาตรา 220 ป.วิ.พ. มาตรา 248 ป.วิ.พ. มาตรา 249
ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าผู้เสียหายก่อเหตุเข้าทำร้ายจำเลยจำเลยแกว่งขวดแตกไปมาเพื่อป้องกันตัวขวดไปถูกผู้เสียหายครั้งเดียว เป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุ ไม่มีความผิดพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยโกรธใช้ขวดแทงผู้เสียหายไม่เข้าลักษณะป้องกันจำเลยมีเจตนาเพียงทำร้ายไม่มีเจตนาฆ่า พิพากษากลับว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 ดังนี้ เท่ากับศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ยกฟ้องในข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่นโดยอาศัยข้อเท็จจริงโจทก์ฎีกาว่าจำเลยใช้ขวดแตกแท… อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.วิ.อ. มาตรา 220
การที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องจำเลยที่ 4 และให้ริบรถยนต์ของกลางศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นไม่ริบรถยนต์ของกลางส่วนการยกฟ้องจำเลยที่ 4 คงเป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น แล้วโจทก์ฎีกาว่าจำเลยที่ 4 ซึ่งเป็นเจ้าของรถยนต์ของกลางคดีนี้มีส่วนรู้เห็นในการใช้รถยนต์เป็นพาหนะในการกระทำผิดของจำเลยอื่น ขอให้ริบของกลางนั้น เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 220 อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.อ. มาตรา 33 ป.วิ.อ. มาตรา 220
การที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องจำเลยที่ 4 และให้ริบรถยนต์ของกลางศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นไม่ริบรถยนต์ของกลางส่วนการยกฟ้องจำเลยที่ 4 คงเป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น แล้วโจทก์ฎีกาว่าจำเลยที่ 4 ซึ่งเป็นเจ้าของรถยนต์ของกลางคดีนี้มีส่วนรู้เห็นในการใช้รถยนต์เป็นพาหนะในการกระทำผิดของจำเลยอื่น ขอให้ริบของกลางนั้น เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 220 อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.อ. มาตรา 33 ป.วิ.อ. มาตรา 220
ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ววินิจฉัยว่า โจทก์มิได้มาเบิกความด้วยตนเอง มีแต่ผู้รับมอบอำนาจมาเบิกความ จึงเป็นพยานบอกเล่า ไม่อาจรับฟังว่าโจทก์ได้รับความเสียหายทั้งเป็นความเสียหายที่ไกลเกินคาดคิดโจทก์ไม่ได้รับความเสียหายจากการที่มูลนิธิชินนะปูโตอนุสรณ์ถูกเพิกถอนใบอนุญาตโจทก์จึงมิใช่ผู้เสียหายไม่มีอำนาจฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโดยฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยสั่งยกอุทธรณ์ของโจทก์โดยไม่มีเจตนาทุจริต จึงเป็นการพิพากษายืนยกฟ้องในปัญหาข้อเท็จจริง แม้ศาลชั้นต้นและ… อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.วิ.อ. มาตรา 220
การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องยืนตามศาลชั้นต้นโดยฟังข้อเท็จจริงต่างกันนั้น หาใช่เป็นเรื่องที่ศาลอุทธรณ์ฟังพยานผิดไปจากพยานหลักฐานในท้องสำนวนไม่ที่โจทก์ฎีกาคัดค้านในข้อนี้จึงเป็นการโต้เถียงข้อเท็จจริงไม่ใช่ปัญหาข้อกฎหมาย สำหรับฎีกาโจทก์ในข้อที่ว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดทางอาญาฐานยักยอก มิใช่เป็นเรื่องผิดสัญญาทางแพ่งดังที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัย ก็เท่ากับฎีกาให้นำข้อเท็จจริงที่จำเลยทำผิดสัญญาทางแพ่งมาลงโทษจำเลยในทางอาญาจึงเป็นปัญหาข้อเท็จจริงเช่… อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.วิ.อ. มาตรา 220 ป.อ. มาตรา 352
ฟ้องแย้งของจำเลยที่ขอให้ตั้งผู้ตรวจสอบบัญชีและเอกสารของธนาคารโจทก์เพื่อแสดงผลความรับผิดชอบว่าใครเป็นหนี้ใครเท่าใดเป็นเรื่องจำเลยแสวงหาหลักฐานเพื่อสู้คดี มิใช่เป็นการเสนอข้อหาต่อศาล ไม่ถือว่าเป็นฟ้องแย้ง อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.วิ.อ. มาตรา 220 ป.วิ.อ. มาตรา 15 ป.วิ.พ. มาตรา 249
ฎีกาของโจทก์ที่ว่าเมื่อหมายค้นเป็นหมายที่มิชอบด้วยกฎหมายเพราะไม่มีรายการครบถ้วนแล้ว การกระทำของจำเลยจึงเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามกฎหมาย เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง และในความผิดฐานหมิ่นประมาทคำพูดของจำเลยกล่าวเพื่อมีเจตนาหมิ่นประมาทและดูหมิ่นโจทก์เป็นการผิดหลักภาษาไทยหรือไม่ ก็เป็นปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.วิ.อ. มาตรา 220
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงต้องกันว่าจำเลยออกเช็คพิพาทเพื่อประกันหนี้ ไม่มีเจตนาให้มีการใช้เงินตามเช็คโจทก์จะฎีกาโต้เถียงข้อเท็จจริงว่าจำเลยออกเช็คชำระหนี้ให้โจทก์ เมื่อรับเงินตามเช็คไม่ได้การกระทำย่อมเป็นความผิดเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.วิ.อ. มาตรา 220
คดีอาญาศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษายืนให้ยกฟ้องโจทก์โดยฟังข้อเท็จจริงว่าการที่ชาวบ้านช่วยกันเก็บของและขนของกลางจำเลยมิได้รู้เห็นเป็นใจหรือมีส่วนขนของโจทก์จะฎีกาว่าจำเลยอยู่ในที่เกิดเหตุรู้เห็นเหตุการณ์โดยตลอดมิได้ห้ามปรามเป็นความผิดตามฟ้อง เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา220 อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.วิ.อ. มาตรา 220
ในคดีอาญา กรณีที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ในข้อเท็จจริง คดีต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 นั้น เป็นบทบัญญัติที่ใช้บังคับในชั้นไต่สวนมูลฟ้องด้วยมิใช่ใช้บังคับเฉพาะในชั้นพิจารณาเท่านั้นและใช้บังคับในกรณีที่ศาลพิพากษายกฟ้องจำเลยคนใดคนหนึ่งด้วย ไม่ใช่ใช้บังคับเฉพาะกรณีที่ศาลพิพากษายกฟ้องจำเลยทุกคน อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.วิ.อ. มาตรา 220
ในคดีอาญาพฤติการณ์ที่โจทก์บรรยายในฎีกาโดยอ้างว่าเพื่อนำไปสู่ข้อกฎหมายนั้น ก็คือข้อเท็จจริงจึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.วิ.อ. มาตรา 220
คดีอาญาโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในฐานเป็นผู้สั่งจ่ายเช็ค2 ฉบับอันเป็นการกระทำผิดรวม 2 กรรม ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์เฉพาะตามเช็คฉบับแรก และพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยตามเช็คฉบับ ที่ 2 ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ยกฟ้องโจทก์ตามเช็คฉบับ ที่ 2 ด้วย โจทก์ฎีกาขอให้พิพากษากลับลงโทษจำเลยตามเช็คฉบับแรกมิได้ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยตามเช็คฉบับที่ 2 คดีสำหรับเช็คฉบับแรก จึงเป็นกระทงที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนให้ยกฟ้องตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตา… อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.วิ.อ. มาตรา 220 พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 มาตรา 3
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ยกฟ้องโจทก์โดยอาศัยข้อเท็จจริง โจทก์ฎีกาโต้แย้งคัดค้านคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์อันเกี่ยวกับการรับฟังข้อเท็จจริงจากพยานหลักฐานตามท้องสำนวนว่าคดีจะมีมูลความผิดตามฟ้องหรือไม่ เป็นปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 220 อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.วิ.อ. มาตรา 220
มาตรานี้เกี่ยวกับเรื่องของคุณหรือไม่?
ทนายความช่วยดูข้อเท็จจริงและบอกทางเลือกที่เหมาะกับคุณ
ขอรับคำปรึกษา

ตัวบทเพื่อการค้นคว้า ฉบับที่ใช้อ้างอิงทางกฎหมายคือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา · ชุดข้อมูลตัวบทกฎหมายไทย (Dhamanoon/thai-code-of-law_dataset, CC-BY 4.0) คัดจากฉบับรวมแก้ไขของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้