Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2795/2527

พ.ศ. 2527 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าผู้เสียหายก่อเหตุเข้าทำร้ายจำเลยจำเลยแกว่งขวดแตกไปมาเพื่อป้องกันตัวขวดไปถูกผู้เสียหายครั้งเดียว เป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุ ไม่มีความผิดพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยโกรธใช้ขวดแทงผู้เสียหายไม่เข้าลักษณะป้องกันจำเลยมีเจตนาเพียงทำร้ายไม่มีเจตนาฆ่า พิพากษากลับว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 ดังนี้ เท่ากับศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ยกฟ้องในข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่นโดยอาศัยข้อเท็จจริงโจทก์ฎีกาว่าจำเลยใช้ขวดแตกแทงผู้เสียหายที่หน้าอกอาจทำให้ถึงตายได้ เป็นการกระทำโดยเจตนาขอให้ลงโทษฐานพยายามฆ่าเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 ศาลฎีกา ไม่รับ วินิจฉัย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 ลงโทษจำคุก 1 ปี ของกลางริบโจทก์จำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "พิเคราะห์ฎีกาโจทก์และพยานหลักฐานของโจทก์จำเลยโดยตลอดแล้ว คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานพยายามฆ่าผู้อื่นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 80 ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าผู้เสียหายเป็นฝ่ายก่อเหตุขึ้นก่อน และรุกรานเข้าทำร้ายจำเลยจำเลยแกว่งขวดแตกไปมาเพื่อป้องกันตัว ขวดไปถูกผู้เสียหายครั้งเดียวแล้วจำเลยเดินหนีไป การกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุไม่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 68 พิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยโกรธผู้เสียหายจึงใช้ขวดของกลางแทงเอา

ไม่เข้าลักษณะป้องกันตามกฎหมาย จำเลยมีเจตนาเพียงทำร้ายไม่มีเจตนาฆ่า พิพากษากลับเป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 เห็นว่าศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ต่างวินิจฉัยข้อเท็จจริงต้องกันว่าจำเลยไม่มีเจตนาฆ่า ซึ่งมีผลเท่ากับศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ยกฟ้องในข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่นโดยอาศัยข้อเท็จจริง โจทก์ฎีกาว่าจำเลยใช้ขวดแตกเป็นรูปปากฉลามแหลมคมเป็นอาวุธร้ายแรงตามสภาพแทงผู้เสียหายที่บริเวณหน้าอกอาจทำให้ถึงตายได้ เป็นการกระทำโดยเจตนาขอให้ลงโทษฐานพยายามฆ่าผู้อื่นนั้น เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย คดีมีปัญหาเฉพาะฎีกาของจำเลยว่า

การกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุตามกฎหมายหรือไม่ ในปัญหาดังกล่าวข้อเท็จจริงยุติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ฟังได้ว่าผู้เสียหายมีบาดแผลที่หน้าอกขวาบริเวณช่องซี่โครงที่สี่แผลยาว 6 นิ้ว ลึกถึงเยื้อหุ้มปอด มีเลือดไหลออกจาก ปอดเข้าไปในบริเวณเยื้อหุ้มปอด ดังปรากฏตามผลการตรวจพิสูจน์บาดแผลของแพทย์ท้ายฟ้องอันเกิดจากการกระทำของจำเลย ผู้เสียหายรักษาตัวอยู่โรงพยาบาล 12 วัน แล้วกลับไปรักษาตัวต่อที่บ้านอีกประมาณ 1 เดือนแผลจึงหาย อันเป็นการเจ็บป่วยประกอบกรณียกิจตามปกติไม่ได้เกินยี่สิบวันมูลเหตุที่จะเกิดคดีนี้ผู้เสียหายเบิกความว่าก่อนเกิดเหตุผู้เสียหาย จำเลยกับพวกต่างร่วมวงดื่มสุรากันจนเมาจากที่อื่นแล้ว และพากันไปดื่มสุราต่อที่บ้านนายคำมีอีก

ทุกคนมีอาการเมาสุรา มีการปาขวดสุรา ผู้เสียหายจับขวดสุรามากระแทกกับพื้นดินขวดไม่แตก จำเลยแย่งเอาขวดไปกระแทกกับเสาขวดแตกเป็นปากฉลาม แล้วจำเลยใช้ขวดนั้นแทงหน้าอกผู้เสียหาย แต่กลับตอบคำถามค้านสมคำเบิกความของจำเลยว่า เมื่อผู้เสียหายเอาขวดกระแทกพื้นดินไม่แตกแล้วขวดแกว่งไปชนเสาแตก จำเลยแย่งเอาขวดนั้นไปและแกว่งขวดห้ามไม่ให้ผู้เสียหายเข้าไป ผู้เสียหายเข้าไปแย่งขวดคืน ขวดจึงบาดเอา ซึ่งจำเลยเบิกความว่า จำเลยแย่งขวดจากผู้เสียหายโดยจับคอขวดกระชากมาอย่างแรง ขวดไปกระทบเสาแตก ผู้เสียหายชกหน้าจำเลย จำเลยแกว่งขวดป้องกันไม่ให้ผู้เสียหายเข้ามาทำร้ายอีก ขวดจะถูกผู้เสียหายตรงไหนจำเลยไม่ทราบ นายคำมีเบิกความว่า ก่อนเกิดเหตุได้ยินเสียงผู้เสียหายกับจำเลยทะเลาะกัน และนายอ่อนเบิกความว่าผู้เสียหายรินสุราหกจำเลยไม่พอใจเกิดโต้เถียงกัน

ได้พิจารณาคำเบิกความดังยกขึ้นกล่าวประกอบจำนวนสุราที่ผู้เสียหาย จำเลยกับพวกตั้งวงดื่มกันที่บ้านนายหนูหมดไป 6 ขวด ที่บ้านนายชาย 1 ขวด แล้วยังไปดื่มต่อที่บ้านนายคำมีอีก เชื่อว่าเหตุเกิดขึ้นเพราะผู้เสียหายกับจำเลยต่างเมาสุราแล้วโต้เถียงทะเลาะกัน ส่วนคำเบิกความของผู้เสียหายเห็นว่าจะฟังเอาเป็นแน่นอนประการใดไม่ได้ว่าบาดแผลของผู้เสียหายนั้นเกิดจากจำเลยแทงหรือเพราะผู้เสียหายเข้าไปแย่งขวดสุราที่แตกขณะที่จำเลยกวัดแกว่งอยู่แล้วขวดบาดเอา เหตุที่เป็นดังนี้อาจเป็นเพราะขณะเกิดเหตุผู้เสียหายเมาจนจำเหตุการณ์ไม่ได้ หรือมิฉะนั้นก็เพราะผู้เสียหายได้รับค่าสินไหมทดแทนจำนวน 9,500 บาทจากจำเลยจนเป็นที่พอใจแล้ว จึงตอบคำถามค้านให้สมข้อต่อสู้ของจำเลยเสียเลย

ศาลต้องพิจารณาหาความจริงในข้อนี้ จากคำเบิกความของนยแพทย์วีระผู้ตรวจรักษาผู้เสียหายประกอบรายงานการตรวจพิสูจน์บาดแผลท้ายฟ้อง ปรากฏว่าผู้เสียหายมีบาดแผลที่หน้าอกขวาตรงช่องซี่โครงที่สี่ยาว 6 นิ้ว ลึกถึงช่องเยื้อหุ้มปอด ซึ่งไม่ถูกซี่โครงเลยหากเป็นบาดแผลเกิดจากจำเลยกวัดแกว่งขวดแตกบาดแผลน่าจะถูกซี่โครงบ้าง ลักษณะบาดแผลของผู้เสียหายเช่นนี้เชื่อว่าเกิดจากจำเลยแทงอันมีสาเหตุมาจากโต้เถียงทะเลาะกันดังวินิจฉัยแล้ว การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย เมื่อการกระทำของจำเลยเป็นเหตุให้ผู้เสียหายได้รับอันตรายแก่กายถึงสาหัสจำเลยจึงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 ซึ่งศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำคุก 1 ปี

สาเหตุเกิดจากการเมาสุราด้วยกันทั้งสองฝ่ายแล้วทะเลาะวิวาทกันในวงสุรานั้นเอง โดยไม่เคยมีสาเหตุโกรธเคืองกันมาก่อน ซึ่งผู้เสียหายก็มีส่วนก่อเหตุอยู่ด้วยดังศาลอุทธรณ์วินิจฉัย และจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้เป็นเงิน 9,500 บาทจนเป็นที่พอใจผู้เสียหาย ผู้เสียหายไม่ติดใจเอาความแก่จำเลยตามหลักฐานเอกสารหมาย ล.1ทั้งจำเลยไม่เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน มีอาชีพทำนาเป็นหลักเป็นฐานควรเปิดโอกาสให้จำเลยสักครั้งหนึ่ง เพื่อกลับตนเป็นพลเมืองดีต่อไป"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้รอการลงโทษจำคุกจำเลยไว้มีกำหนดสามปีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ยนต์ พิรวินิจ · อุดม บรรลือสินธุ์ · พจน์ บุญเลี้ยง
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 713891)

ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์เห็นว่าข้อความที่ตัดสินไม่เป็นปัญหาสำคัญอันควรสู่ศาลสูงสุด และมีคำสั่งไม่อนุญาตให้โจทก์ฎีกา ถือว่าเป็นดุลพินิจเด็ดขาดของผู้พิพากษาผู้นั้…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 713890)

โจทก์ฎีกาขอให้ศาลฎีกามีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งงดสืบพยานโจทก์ ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 1 แล้วมีคำสั่งให้ย้อนสำนวนให้ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์และจำเลยทั้งห้าและมีคำพิพากษาใหม่ตามรูปคดีต่อไป เป็นฎี…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2563 (เลขอ้างอิง 649867)

ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายกฟ้องโจทก์ที่ 2 ข้อ 4.1 และ 4.2 ในส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 3 และที่ 4 จึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 220 โจทก์ที่ 2 ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยที่ 3 และที่ 4…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1939/2561

คดีส่วนอาญาศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยถูกผู้ตายข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรมจึงกระทำความผิดต่อผู้ตาย อันเป็นการกระทำความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยบันดาลโทสะตาม ป.อ. มาตรา 288 ประกอบมาตรา 72 ผู้ตาย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8488/2561

คดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายกฟ้องโจทก์ จึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 220 ข้อห้ามมิให้ฎีกาเช่นว่านี้ ย่อมห้ามมิให้ฎีกาทั้งในปัญหาข้อเท็จจริงและปัญหาข้อกฎหมาย เว้นแต่ผู้พิพ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้