คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยออกจากอาคารเช่าของโจทก์ จำเลยต่อสู้คดีหลายประการ ในที่สุดต่อสู้ว่า ไม่เคยได้รับหนังสือบอกกล่าวจากโจทก์
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษาขับไล่จำเลย
จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่า ยังถือไม่ได้ว่า โจทก์ได้บอกกล่าวเลิกการเช่า จึงพิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว ข้อเท็จจริงคงได้ความว่า การบอกกล่าวเลิกสัญญาเช่าต่อจำเลยนี้โจทก์ได้บอกมอบหมายให้ทนายโจทก์จัดดำเนินการทนายโจทก์ได้จัดให้หม่อมราชวงศ์ทวีวัฒยา นำหนังสือบอกกล่าวเลิกสัญญาเช่าไปส่งแก่จำเลยยังอาคารรายพิพาทซึ่งเป็นถิ่นที่อยู่ของจำเลยแล้ว ๒ ครั้ง ครั้งแรกไม่พบจำเลย และไม่มีใครยอมรับ หม่อมราชวงศ์ทวีวัฒยาจึงนำหนังสือบอกกล่าวเลิกสัญญาเช่าไปส่งพร้อมกับนายเซียะเจ็งอีกครั้งหนึ่ง คงไม่พบจำเลยแต่ได้พบคนจีนซึ่งเป็นลูกจ้างจำเลยอยู่ในสถานที่เช่านั้นหลายคนด้วยกัน ก็ไม่มีใครยอมรับหนังสือบอกกล่าวนั้นไว้ นายเซี๊ยะเจ็งจึงได้อธิบายถึงการบอกกล่าวที่โจทก์ขอเลิกสัญญาเช่าต่อจำเลยให้คนในที่นั้นทราบเป็นภาษาจีน คนในร้านจำเลยก็คงไม่ยอมรับหนังสือนั้นไว้อีก
หม่อมราชวงศ์ทวีวัฒยาจึงนำหนังสือบอกกล่าวเลิกสัญญาเช่านั้นไปคืนแก่ทนายโจทก์ ๆ ยังได้จัดการส่งหนังสือนั้นไปยังจำเลยโดยทางไปรษณีย์ ลงทะเบียนตอบรับสลักหลังซองส่งยังสถานที่เช่ารายนี้อีกครั้งหนึ่ง ก็ปรากฎว่าคนในที่นั้นหายอมรับหนังสือนั้นไม่ ดังนี้
ศาลฎีกาเห็นว่าฝ่ายโจทก์ได้พยายามส่งคำบอกกล่าวเลิกสัญญาเช่ารายนี้ไปยังจำเลย เพื่อให้จำเลยทราบโดยสมควรเท่าที่พอจะทำได้อยู่แล้ว ถือได้ว่า โจทก์ได้แสดงเจตนาในการนี้ไปยังจำเลยแล้วโดยชอบ มีสิทธิที่จะฟ้องคดีต่อศาลได้.
Result
จึงพิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาถึงประเด็นข้ออื่น ๆ ต่อไป แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี.