คำฟ้องและคำให้การ
ผู้ร้องยื่นคำร้องใจความว่า ผู้ร้องเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในสมัยรัฐบาลนายกรัฐมนตรีพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณระหว่างวันที่ 9 สิงหาคม 2531 ถึงวันที่ 14 ธันวาคม 2533ครั้นวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2534 ได้มีคณะบุคคลคณะหนึ่งโดย การนำของพลเอกสุนทร คงสมพงษ์ เรียกคณะบุคคลนี้ว่า"คณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ" มีชื่อย่อว่า รสช. ได้เข้ายึดและควบคุมอำนาจการปกครองประเทศจากรัฐบาลพลเอกชาติชายและประกาศให้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2531 วุฒิสภาสภาผู้แทนราษฎร และคณะรัฐมนตรีสิ้นสุดลงพร้อมกัน แต่ยังให้ศาลทั้งหลายคงมีอำนาจดำเนินการพิจารณาและพิพากษาอรรถคดีตามบทกฎหมายต่อไป ต่อมาวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2534 รสช.
ได้ออกประกาศรสช. ฉบับที่ 26 แต่งตั้งคณะบุคคลขึ้นคณะหนึ่งเรียกว่า "คณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สิน" มีชื่อย่อว่า คตส.ประกอบด้วยบุคคลต่าง ๆ รวม7 คน มีพลเอกสิทธิ จิรโรนจ์เป็นประธานกรรมการ แล้ว รสช.ได้ออกประกาศ รสช.ฉบับที่ 45 ลงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2534แต่งตั้งกรรมการ คตส.เพิ่มขึ้นอีก 2 คน โดยกำหนดให้ คตส.มีอำนาจพิจารณารายชื่อนักการเมืองที่มีพฤติการณ์อันส่อแสดงให้เห็นได้ว่ามีทรัพย์สินร่ำรวยผิดปกติ ผิดวิสัยของผู้ประกอบอาชีพโดยสุจริต และให้ประกาศรายชื่อบุคคลดังกล่าวให้สาธารณชนทราบและให้รวบรวมทรัพย์สินที่ถูกอายัดไว้และทรัพย์สินอื่น ๆที่น่าเชื่อว่าเป็นของบุคคลดังกล่าว และพิจารณาวินิจฉัยว่าบุคคลนั้น ๆ ร่ำรวยผิดปกติหรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติหรือไม่และให้บรรดาทรัพย์สินที่
คตส.ตรวจสอบวินิจฉัยว่าเป็นทรัพย์สินที่ได้มาโดยมิชอบหรือมีเพิ่มขึ้นผิดปกตินั้นตกเป็นของแผ่นดินซึ่ง คตส.ได้ประกาศรายชื่อผู้ร้องให้สาธารณชนทราบว่าเป็นผู้มีทรัพย์สินร่ำรวยผิดปกติพร้อมทั้งมีคำสั่งให้อายัดและห้ามจำหน่ายโอนทรัพย์สินทั้งปวงของผู้ร้อง รวมทั้งของบุตรภริยาผู้ร้องด้วย หลังจากที่ คตส.ได้ประกาศรายชื่อว่าผู้ร้องเป็นผู้มีทรัพย์สินร่ำรวยเพิ่มขึ้นผิดปกติแล้ว ผู้ร้องได้ยื่นคำให้การแก้ข้อกล่าวหาของ คตส.ปฏิเสธ พร้อมทั้งชี้แจงแสดงข้อเท็จจริงว่าผู้ร้องมิได้เป็นผู้มีทรัพย์สินร่ำรวยผิดปกติวิสัยของผู้ประกอบอาชีพโดยสุจริตอีกทั้งทรัพย์สินบางรายการตามข้อกล่าวหาของ คตส.ที่ปรากฏอยู่ในชื่อหรือในความครอบครองของบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นก็มิใช่เป็นของผู้ร้องแล้ว คตส.ได้แจ้งคำวินิจฉัยถึงผู้ร้องว่าผู้ร้องมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติเป็นจำนวนมากในนามบุคคลอื่นโดยไม่อาจอธิบาย และชี้แจง