Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2506 (ref. 90766)

พ.ศ. 2506 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

1. กรมชลประทานเป็นกรมในรัฐบาล ขึ้นกับกระทรวงเกษตราธิการ และเป็นนิติบุคคล เป็นเจ้าหน้าที่โดยตรงในการทดน้ำ ไขน้ำ เมื่อมีผู้ละเมิด กรมชลประทานย่อมมีอำนาจฟ้องขับไล่ได้ 2. คำฟ้องที่กล่าวถึงเขตที่ดินที่กันไว้เพื่อการชลประทานโดยอาศัยอำนาจตามประกาศกระแสพระบรมราชโองการ ฯ และประกาศของผู้ว่าราชการจังหวัดหวงห้ามที่ดินชายทะเลโดยมีแผนที่ประกอบไว้ท้ายฟ้องด้วย นับว่าเป็นฟ้องที่ไม่เคลือบคลุม 3. ที่พิพาทซึ่งอยู่ในเขตที่ดินของชลประทานจึงเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินซึ่งสงวนไว้เพื่อประโยชน์ร่วมกัน จึงเป็นสาธารณะสมบัติของแผ่นดินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1304 ห้ามมิให้ยกอายุความขึ้นต่อสู้กับแผ่นดินในเรื่องทรัพย์สืบอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินตามมาตรา 1306 4. ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการหวงห้ามที่ดินรกร้างว่างเปล่าอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน พ.ศ.2478 ให้หวงห้ามโดยวิธีการออกพระราชกฤษฎีกาและประกาศในราชกิจจานุเบกษา แต่ก่อนหน้านี้ไม่มีกฎหมายบังคับไว้อย่างไร ผู้ว่าราชการจังหวัดซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของรัฐย่อมออกประกาศหวงห้ามที่รกร้างว่างเปล่าไม่ให้ผู้ใดรับจองหรือเข้าถือเอาโดยพลการ ไม่มีบทบัญญัติของกฎหมายในที่ใดให้สิทธิราษฎรจับจองที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินเอาตามชอบใจ 5. ส.ค.1 ไม่เป็นเอกสารแสดงสิทธิอย่างใดตามกฎหมาย (ซ้ำฎีกาที่ 1218/2504)

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสองสำนวนนี้ ศาลพิจารณารวมกัน ใจความโดยย่อของฟ้องทั้งสองสำนวนก็คือ เมื่อ พ.ศ.๒๔๖๗ ได้มีประกาศกระแสพระบรมราชโองการเรื่องขยายการหวงห้ามและจัดซื้อที่ดินสำหรับสร้างการทดน้ำในบริเวณเชียงรากน้อย และบางเหี้ย ตอนใต้ (ตำบลคลองด่าน) เพื่อประโยชน์แห่งการชลประทานมีอาณาเขตตามแนวเส้นสีแดงในแผนที่ท้ายประกาศ ฯลฯ จำเลยได้บุกรุกเข้ามาทางทิศใต้ ของคันกั้นน้ำเต็ม (ปัจจุบันเป็นถนนสุขุมวิทย์) ระหว่างหลักกิโลเมตร ที่ ๔๕-๔๖ หมู่ที่ ๖ ตำบลบางปู อำเภอเมืองสมุทรปราการ คือ นางยาใจจำเลยบุกรุก ๑๑ ไร่ ปรากฎตามแผนที่ท้ายฟ้องหมายสีเขียว นายกระจ่างจำเลยบุกรุก ๑๑ ไร่ ปรากฎตามแผนที่ด้วยฟ้องหมายสีแดง ขอให้ศาลขับไล่

จำเลยทั้งสองให้การต่อสู้หลายประการและตัดฟ้องว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ฟ้องเคลือบคลุม คดีขาดอายุความ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลจังหวัดสมุทรปราการวินิจฉัยว่า ฟ้องไม่เคลือบคลุม และโจทก์มีอำนาจฟ้อง ที่พิพาทเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินซึ่งสงวนไว้ใช้ในการชลประทานเพื่อประโยชน์ร่วมกัน ตกเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน การครอบครองของจำเลยใช้ยันโจทก์ไม่ได้ จึงพิพากษาให้ขับไล่จำเลยและบริวารห้ามเกี่ยวข้องต่อไป

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่า ๑. เมื่อกรมชลประทานเป็นกรมในรัฐบาลขึ้นกับกระทรวงเกษตรและเป็นนิติบุคคล เป็นเจ้าหน้าที่โดยตรงในการทดน้ำ ไขน้ำ เมื่อมีผู้ละเมิดกรมชลประทานก็มีอำนาจฟ้องขับไล่ได้ ๒. คำฟ้องได้กล่าวถึงเขตที่ดินที่กันไว้เพื่อการชลประทาน โดยอาศัยอำนาจตามประกาศกระแสพระบรมราชโองการ ฯ และประกาศของผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการหวงห้ามที่ดินชายทะเล โดยมีแผนที่ประกอบไว้ท้ายฟ้องด้วยเช่นนี้ นับว่าเป็นฟ้องที่ไม่เคลือบคลุม ๓.พยานหลักฐานโจทก์ฟังได้ว่าที่พิพาทอยู่ในเขตที่ดินซึ่งกรมชลประทานกันเขตไว้ฟังไม่ได้ว่าอยู่ในเขตในไต่สวนหมาย จล.๑ ๔. ที่พิพาทอยู่ในเขตที่ดินของกรมชลประทานจึงเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินซึ่งสงวนไว้เพื่อประโยชน์ร่วมกัน จึงเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๐๔ จำเลยจึงต้องห้ามมิให้ยกอายุความขึ้นต่อสู้กับแผ่นดินในเรื่องทรัพย์สินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๐๖ พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า ประเด็นสำคัญอยู่ที่ว่าเมื่อกรมชลประทานได้ปักหลักกันเขตที่ดินไว้ เพื่อใช้ในการชลประทานนั้น ที่ดินที่พิพาทนี้ได้มีผู้เข้าครอบครองอยู่ก่อนแล้วหรือไม่ แล้วศาลฎีกาฟังว่าที่ดินพิพาทอยู่ในเขตหวงห้ามตามประกาศกระแสพระบรมราชโองการเรื่องขยายการหวงห้ามและจัดซื้อที่ดินสำหรับสร้างการทดน้ำ ไขน้ำ บริเวณเชียงรากน้อย และบางเหี้ยน กับประกาศผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการลงวันที่ ๕ ตุลาคม ๒๔๐+ ให้หวงห้ามที่ดินในบริเวณนั้นไว้เพื่อใช้ประโยชน์สาธารณราชการ ข้อที่จำเลยโต้แย้งว่า ประกาศของผุ้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการใช้ไม่ได้ เพราะขัดกับกฎหมายต่าง ๆ เช่น พระราชบัญญัติว่าด้วยการหวงห้ามที่ดินรกร้างว่างเปล่านั้น

ศาลฎีกาเห็นว่า ที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินนั้น ตามธรรมดารัฐย่อมจัดใช้เพื่อสาธารณประโยชน์หรือสงวนไว้เพื่อประโยชน์ร่วมกันได้ วิธีการที่จะหวงห้ามนั้น เพิ่งมาบัญญัติเป็นกฎหมายขึ้นใช้บังคับเมื่อ พ.ศ.๒๔๗๘ โดยพระราชบัญญัติว่าด้วยการหวงห้ามที่ดินรกร้างว่างเปล่าอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน พ.ศ.๒๔๗๘ ซึ่งให้หวงห้ามโดยวิธีการออกพระราชกฤษฎีกาและประกาศในราชกิจจานุเบกษา ก่อนหน้านั้นหามีกฎหมายบังคับไว้อย่างไรไม่ ดังนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดซึ่งเป็นผู้แทนส่วนหนึ่งของรัฐย่อมออกเป็นประกาศหวงห้ามซึ่งรกร้างว่างเปล่า ไม่ให้ผู้ใดจับจองหรือเข้าถือเอาโดยพลการได้ ไม่มีบทบัญญัติของกฎหมายในที่ใดที่จะให้สิทธิแก่ราษฎรให้จับจองทีสาธารณสมบัติของแผ่นดินเอาตามใจชอบได้ ปัญหาจึงมีแต่เพียงว่า เมื่อกรมชลประทานได้ปักหลักเขตที่ดินไว้เพื่อใช้ในการชลประทานนั้น ที่ดินที่พิพาทนี้ได้มีผู้ครอบครองอยู่หรือไม่

ศาลฎีกาเห็นว่า การครอบครองที่อำเภออ้างว่าได้มีตลอดมานั้น ก็ไม่มีพยานหลักฐานแสดงให้เห็นเค้าแห่งการครอบครองแต่ประการใด นอกจากว่าได้เคยแจ้งการครอบครองแบบ ส.ค.๑ ซึ่งไม่เป็นเอกสารแสดงสิทธิอย่างใดตามกฎหมาย จำเลยอ้างอิงความสำคัญอยู่ที่ใบไต่สวนเลขที่ ๔๐ (เอกสารศาลหมาย จ.ล.๑) ปรากฎว่ามีที่ดิน ๓๒ ไร่ เป็นของอำแดงเปล่งบุตรนายสิน อำแดงเน้ย แต่นางสาวเปล่งพยานจำเลยเบิกความยืนยันว่าที่พิพาทนี้เดิมเป็นของนางสุดยกให้พยานเมื่อ ๔๐ ปีมาแล้ว ได้ขายฝากนางชื่น และต่อมาเมื่อ ๔ ปีนี้ตกลงขายให้จำเลยทั้ง ๒ และนายสัญญา จึงไปไถ่มาจากนางชื่น โอนให้คนทั้งสาม เมื่อนางสาวเปล่ง เดชฤทธิกร มาเบิกความยืนยันว่าตนเป็นผู้ถือใบไต่สวนที่พิพาทมาตั้งแต่ ร.ศ.๑๒๙ แล้ว เหตุใดจึงมิได้ทราบเรื่องที่มีการจดทะเบียนโอนขายให้แก่นางชื่น รูปเรื่องยังจะปลงใจเชื่อไม่ได้ว่านางสาวเปล่งเป็นคนคนเดียวกับอำแดงเปล่ง (และศาลฎีกาได้กล่าวถึงความพิรุธของใบไต่สวน จ.ล.๑ นานาประการ)

ศาลฎีกาเห็นว่า ข้ออ้างของจำเลยที่ว่าที่พิพาทเป็นที่มีใบไต่สวนแล้วนั้นฟังไม่ได้ ศาลฎีกาชี้ขาดว่า ที่พิพาทเป็นที่ป่าแสม ไม่มีเจ้าของ กรมชลประทานได้เข้ากันเขตไว้เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินเพื่อการชลประทานอันเป็นสาธารณประโยชน์โดยชอบแล้ว ข้อโต้แย้งอื่นของจำเลยฟังไม่ขึ้นดังที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยไว้แล้ว

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
ประมูล สุวรรณศร · ยง เหลืองรังษี · อรรถขจรนิติปคุณ
Lower court
ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นายขจร หะวานนท์
ศาลอุทธรณ์ - นายแสวง ยะสารวรรณ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up