Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 760/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

เมื่อปรากฏว่ารายจ่ายพิพาท มิใช่รายจ่ายเกี่ยวกับกิจการทำเหมืองแร่ของโจทก์ที่ตำบลบางริ้น ในรอบระยะเวลาบัญชีปี 2524แต่เป็นรายจ่ายเกี่ยวกับการเตรียมการเพื่อขอประทานบัตรเหมืองแร่ใหม่ซึ่งเป็นรายจ่ายที่ทำให้ได้มาซึ่งสิทธิประทานบัตรการทำเหมืองแร่เมื่อโจทก์ใช้จ่ายเงินดังกล่าวไปแล้ว ภายหลังเมื่อโจทก์ได้รับประทานบัตร โจทก์ก็จะได้รับประโยชน์จากการใช้จ่ายจนบังเกิดเป็นทุนรอนของโจทก์ขึ้นมา อันถือได้ว่าเป็นทรัพย์สินของโจทก์ มิใช่รายจ่ายในการซ่อมแซมเหมืองบางริ้นให้คงสภาพเดิม จึงเป็นรายจ่ายอันมีลักษณะเป็นการลงทุนซึ่งต้องห้ามมิให้ถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิในรอบระยะเวลาบัญชีดังกล่าว ตามมาตรา 65 ตรี(5)แห่งประมวลรัษฎากร โจทก์นำเอาค่าใช้จ่ายซึ่งต้องห้ามมิให้ถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิมาหักเป็นรายจ่ายและไม่ยอมเสียภาษีอากรให้แก่จำเลยกลับนำคดีมาฟ้องต่อศาลภาษีอากรกลาง ขอให้เพิกถอนการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์เช่นนี้ ตามพฤติการณ์ยังไม่มีเหตุที่จะงดเบี้ยปรับให้แก่โจทก์แต่การที่โจทก์ให้ความร่วมมือแก่เจ้าหน้าที่ของจำเลยในการตรวจสอบภาษี โดยมอบอำนาจให้คนของโจทก์ไปให้ถ้อยคำและส่งมอบเอกสารต่อเจ้าหน้าที่ของจำเลยแทนโจทก์ กรณีจึงมีเหตุสมควรที่จะลดเบี้ยปรับให้โจทก์ แม้โจทก์จะอุทธรณ์ต่อศาลภาษีอากรกลางเพียงขอให้งดเบี้ยปรับศาลภาษีอากรกลางก็มีอำนาจลดเบี้ยปรับให้ได้ ไม่เป็นการพิพากษาเกินคำขอ แต่ที่ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้ลดเบี้ยปรับตามหนังสือแจ้งภาษีเงินได้นิติบุคคลและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ฉบับอื่นซึ่งโจทก์มิได้อุทธรณ์และมีคำขอมาในคดีนี้ด้วย เป็นการพิพากษาเกินคำขอไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 142 ประกอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ. 2528 มาตรา 17

Provisions the court ruled on

ป.รัษฎากร Section 22 ป.รัษฎากร Section 65 ป.วิ.พ. Section 142 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 Section 17

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนหนังสือแจ้งภาษีเงินได้นิติบุคคลที่8652/2/00696 ลงวันที่ 6 มกราคม 2531 ของเจ้าพนักงานประเมินภาษีเงินได้นิติบุคคล สำหรับท้องที่สรรพากรจังหวัดภูเก็ตและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ตามหนังสือ ภ.ส.7เลขที่ 4/2531 ลงวันที่ 31 สิงหาคม 2531 ที่สั่งให้โจทก์เสียภาษีเงินได้นิติบุคคล รวมทั้งเบี้ยปรับเป็นเงิน 98,835.68 บาทโดยโจทก์ไม่ต้องชำระภาษีเงินได้นิติบุคคลและเบี้ยปรับจำนวนดังกล่าวให้แก่จำเลย หากศาลฟังว่าโจทก์ต้องชำระภาษีให้แก่จำเลยก็ขอให้งดเบี้ยปรับเพราะโจทก์ไม่มีเจตนาหลบเลี่ยงภาษีจำเลยให้การว่า การประเมินของเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ชอบด้วยกฎหมายแล้วและพฤติการณ์ไม่มีเหตุอันควรงดเบี้ยปรับ

ขอให้ยกฟ้องศาลภาษีอากรกลาง พิพากษาให้เพิกถอนหนังสือแจ้งภาษีเงินได้นิติบุคคลเลขที่ 8652/2/00696 และ 8652/2/00697ลงวันที่ 6 มกราคม 2531 และคำวินิจฉัยอุทธรณ์เลขที่ 4/2531ลงวันที่ 31 สิงหาคม 2531 ของจำเลยเฉพาะเงินค่าเบี้ยปรับเสียโดยให้โจทก์เสียเบี้ยปรับในอัตราร้อยละ 50 ของเบี้ยปรับตามกฎหมายคำขอของโจทก์นอกจากนี้ให้ยกโจทก์และจำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า ประเด็นวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์มีว่า รายจ่ายจำนวน 2,052,582.47 บาท เป็นรายจ่ายในรอบระยะเวลาบัญชีปี 2524 มิใช่รายจ่ายในรอบระยะเวลาบัญชีปี 2523และรายจ่ายดังกล่าวจำนวน 1,310,913.10 บาท เป็นรายจ่ายในการซ่อมแซมเหมืองแร่บางริ้นให้อยู่ในสภาพเดิม

มิใช่เป็นการต่อเติมเปลี่ยนแปลง หรือทำให้ดีขึ้น เป็นรายจ่ายสิ้นเปลืองมิใช่เป็นรายจ่ายอันมีลักษณะเป็นการลงทุนหรือไม่ ประเด็นข้อนี้ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงฟังได้ว่า รายจ่ายจำนวน 2,052,582.47 บาทเป็นรายจ่ายในรอบระยะเวลาบัญชีปี 2523 สำหรับค่าใช้จ่ายดังกล่าวจำนวน 1,130,913.10 บาท นั้น หาใช่รายจ่ายเกี่ยวกับกิจการทำเหมืองของโจทก์ที่ตำบลบางริ้นในรอบระยะเวลาบัญชีปี 2524 แต่เป็นรายจ่ายเกี่ยวกับการเตรียมการเพื่อขอประทานบัตรใหม่ เป็นรายจ่ายซึ่งทำให้ได้มาซึ่งสิทธิประทานบัตรการทำเหมืองแร่ซึ่งเมื่อโจทก์ใช้จ่ายเงินดังกล่าวไปแล้ว ภายหลังเมื่อโจทก์ได้รับประทานบัตรโจทก์ก็จะได้รับประโยชน์จากการใช้จ่ายจนบังเกิดเป็นทุนรอนของโจทก์ขึ้นมา

อันถือได้ว่าเป็นทรัพย์สินของโจทก์ มิใช่รายจ่ายในการซ่อมแซมเหมืองบางริ้นให้คงสภาพเดิม จึงเป็นรายจ่ายอันมีลักษณะเป็นการลงทุนซึ่งต้องห้ามมิให้ถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 65 ตรี(5) โจทก์จึงไม่อาจนำรายจ่ายดังกล่าวมาเป็นค่าใช้จ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิของโจทก์ได้ประเด็นที่จะวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์และจำเลยต่อไปว่ามีเหตุควรงดเบี้ยปรับให้โจทก์หรือไม่ และศาลภาษีอากรกลางพิพากษาเกินคำขอของโจทก์หรือไม่ ซึ่งศาลฎีกาจะวินิจฉัยพร้อมกันไปพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยนำสืบรับว่า ในชั้นตรวจสอบภาษีของเจ้าหน้าที่จำเลย โจทก์ได้มอบอำนาจให้นายชวน ตันนุกิจ ไปให้ถ้อยคำและส่งมอบเอกสารแทน ตามที่ถูกหมายเรียกทุกครั้ง และเมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า

โจทก์นำเอาค่าใช้จ่ายซึ่งต้องห้ามมิให้ถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิดังที่วินิจฉัยแล้วข้างต้นมาหักและไม่ยอมเสียภาษีอากรให้จำเลย กลับนำคดีมาฟ้องร้องหรืออุทธรณ์ต่อศาลภาษีอากรกลาง ตามพฤติการณ์จึงยังไม่มีเหตุที่จะงดเบี้ยปรับให้โจทก์ แต่เห็นว่า เมื่อโจทก์ได้ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ของจำเลยในการตรวจสอบภาษีครั้งนี้ โดยมอบอำนาจให้นายชวนไปให้ถ้อยคำและส่งมอบเอกสารต่อเจ้าหน้าที่ของจำเลยแทนโจทก์ กรณีจึงมีเหตุสมควรที่จะลดเบี้ยปรับให้โจทก์ได้เฉพาะหนี้ภาษีอากร ตามหนังสือแจ้งภาษีเงินได้นิติบุคคลเลขที่8652/2/00696 ลงวันที่ 6 มกราคม 2531 และคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ ตามหนังสือ ภ.ส.7 เลขที่ 4/2531ลงวันที่ 31 สิงหาคม 2531 เท่านั้น ซึ่งแม้โจทก์จะอุทธรณ์ต่อศาลภาษีอากรกลางเพียงขอให้งดเบี้ยปรับ

ศาลภาษีอากรกลางก็มีอำนาจลดเบี้ยปรับให้ได้ ไม่เป็นการพิพากษาเกินคำขอของโจทก์แต่อย่างใดแต่ที่ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้เพิกถอนรวมตลอดถึงหนี้ภาษีอากรตามหนังสือแจ้งภาษีเงินได้นิติบุคคลเลขที่ 8652/2/00697 ลงวันที่6 มกราคม 2531 และคำวินิจฉัยอุทธรณ์ตามหนังสือ ภ.ส.7 เลขที่ 4/2531ลงวันที่ 31 สิงหาคม 2531 ของจำเลยเฉพาะเงินค่าเบี้ยปรับ โดยให้โจทก์เสียเบี้ยปรับในอัตราร้อยละ 50 ของเบี้ยปรับตามกฎหมายทั้ง ๆ ที่โจทก์มิได้อุทธรณ์หรือมีคำขอมาในคดีนี้ด้วยเป็นการพิพากษาเกินคำขอ ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 142 ประกอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากร พ.ศ. 2528มาตรา 17พิพากษายกคำพิพากษาศาลภาษีอากรกลางในส่วนที่ให้เพิกถอนหนังสือแจ้งภาษีเงินได้นิติบุคคลและลดเบี้ยปรับให้โจทก์ตามหนังสือแจ้งภาษีเงินได้นิติบุคคลเลขที่ 8652/2/00697 ลงวันที่6 มกราคม 2531 และคำวินิจฉัยอุทธรณ์ตามหนังสือ ภ.ส.7 เลขที่ 4/2531ลงวันที่ 31 สิงหาคม 2531 นอกจากนั้นให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลภาษีอากรกลาง

Matter details

Panel of judges
จรัส อุดมวรชาติ · ก้าน อันนานนท์ · เพ็ง เพ็งนิติ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 4258/2536

โจทก์บรรยายฟ้องแต่เพียงว่า ขอให้สั่งให้จำเลยงดเรียกเงินเพิ่มจากโจทก์เท่านั้น การที่โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลดเงินเพิ่มจึงเป็นเรื่องนอกคำฟ้อง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย โจทก์ยอมรับผิดต่อผู้ซื้อในค่าระวางเรือสำหรับ…

Supreme Court Judgment No. 2278/2548

ขณะที่เจ้าพนักงานประเมินออกหมายเรียกโจทก์ โจทก์ได้ยื่นแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี 2535 แต่ไม่ได้ยื่นแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับรอบระยะเวลาบั…

Supreme Court Judgment No. 833/2541

โจทก์ฟ้องว่า บริษัทในเครือของบริษัท อ.ซึ่งอยู่ต่างประเทศเป็นผู้ขายและส่งมอบน้ำมันแก่บริษัท ก.ในต่างประเทศโดยลำพังตนเอง ไม่ได้ขายแทนโจทก์ จำเลยให้การว่า การขายและส่งมอบน้ำมันแก่บริษัท ก.ในต่างประเทศบริ…

Supreme Court Judgment No. 3524/2530

ตามระเบียบสำหรับพนักงานของโจทก์ เงินบำเหน็จพิเศษไม่มีลักษณะเป็นกองทุนเพราะมิได้มีการจัดตั้งกองทุน ทั้งไม่มีลักษณะเป็นการจ่ายสมทบเนื่องจากมิได้มีการหักเงินเดือนจากพนักงานมาสมทบ แต่เงินบำเหน็จพิเศษนี้ก็…

Supreme Court Judgment No. 10773/2557

หนังสือแจ้งการประเมินภาษีธุรกิจเฉพาะ (ภ.ธ.73.1) ในเดือนภาษีสิงหาคม 2540 กันยายน 2540 ตุลาคม 2540 พฤศจิกายน 2540 มกราคม 2541 และมีนาคม 2541 ตามลำดับ มีทุนทรัพย์ที่พิพาทกันไม่เกินเดือนภาษีละ 50,000 บาท…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up