Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 7368/2546

พ.ศ. 2546 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ผู้ตายกับ ช. ชกต่อยกับ ก. และ ร. ระหว่างนั้น ว. วิ่งเข้าไปใช้อาวุธมีดฟันศีรษะผู้ตาย 9 ที แล้ววิ่งหนีไป ต่อมาจำเลยวิ่งไปใช้ขวดตีศีรษะผู้ตาย โดยไม่ปรากฏข้อเท็จจริงใดที่แสดงว่าจำเลย ก. ร. และ ว. ร่วมกันคบคิดจะฆ่าผู้ตายมาก่อน ผู้ตายกับจำเลยและพวกไม่เคยมีสาเหตุโกรธเคืองอย่างรุนแรงถึงขนาดจะเอาชีวิตกันมาก่อน จำเลยไม่เคยรู้จักกับผู้ตาย เบื้องต้นจำเลยกับพวกมีวัตถุประสงค์มาเที่ยวงานวัด จำเลยไม่ทราบมาก่อนว่า ว. มีอาวุธ ก. กับ ร. ไม่ได้ชักชวนให้จำเลยไปทำร้ายผู้ตาย เหตุที่จำเลยใช้ขวดตีทำร้ายผู้ตายเกิดจากความไม่พอใจและหมั่นไส้ในกิริยาท่าทางและมีอาการเมาสุราเท่านั้น และเหตุที่จำเลยกับพวกวิ่งหนีไปขึ้นรถจักรยานยนต์ด้วยกัน เพราะเมื่อตอนมาเที่ยวงานวัดที่เกิดเหตุจำเลยกับพวกมาด้วยกันจึงต้องกลับด้วยกัน บาดแผลที่ผู้ตายได้รับมิใช่ผลโดยตรงที่เกิดจากการกระทำของจำเลย การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดฐานเป็นตัวการร่วมกันฆ่าผู้อื่น การกระทำของจำเลยเป็นเพียงความผิดฐานทำร้ายผู้อื่นไม่ถึงกับเป็นเหตุให้ถึงอันตรายแก่กายและจิตใจ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 391 เท่านั้น

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ , ๘๓

จำเลยให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ ประกอบมาตรา ๘๓

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๔ พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๙๑

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า การที่จะเป็นตัวการร่วมกันตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓ นั้น จะต้องมีพฤติการณ์ที่ส่อแสดงว่า ได้ร่วมรู้เห็นเป็นใจโดยร่วมแรงร่วมใจกันมาก่อนโดยยอมรับเอาการกระทำของพวกเดียวกันเป็นการกระทำของตนเองด้วย คดีนี้พยานโจทก์เบิกความทำนองเดียวกันว่า ระหว่างที่ผู้ตายชกต่อยกับนายกาศและนายรอนนั้น นายวารินทร์ได้วิ่งเข้าไปใช้อาวุธมีดฟันศีรษะผู้ตายแล้ววิ่งหนีไป ต่อมาจำเลยวิ่งเข้าไปใช้ขวดตีศีรษะผู้ตายเท่านั้น ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงใดแสดงว่า จำเลยกับนายกาศ นายรอน และนายวารินทร์ได้ร่วมกันคบคิดจะมาฆ่าผู้ตายอยู่ก่อน ผู้ตายกับจำเลยและพวกก็ไม่มีสาเหตุโกรธเคืองกันมาก่อนอย่างรุนแรงถึงกับต้องการเอาชีวิตกัน

จำเลยก็ไม่เคยรู้จักกับผู้ตายมาก่อน แม้ในชั้นสอบสวนจำเลยจะให้การว่า จำเลยได้นั่งดื่มสุราร่วมกับนายกาศ นายรอน และนายวารินทร์ที่บ้านของนายชม จากนั้นจึงขี่รถจักรยานยนต์ไปเที่ยวงานด้วยกัน เมื่อไปถึงได้แยกย้ายกันไปดูมหรสพต่าง ๆ จนกระทั่งเวลาประมาณ ๒๓ นาฬิกา ขณะที่จำเลยยืนชมหมอลำซิ่งอยู่นั้นนายกาศกับนายรอนเดินมาหาจำเลย นายกาศบอกว่าผู้ตายตบหัวนายกาศ จากนั้นนายกาศกับนายรอนได้เดินไปหาผู้ตายที่บริเวณหน้าเวทีแล้วชกต่อยกับผู้ตาย เมื่อมีผู้เข้าไปฟันศีรษะผู้ตายแล้ว จำเลยจึงถือขวดสุราวิ่งเข้าไปตีผู้ตาย จากนั้นได้วิ่งออกจากบริเวณที่เกิดเหตุไปหน้าวัดทางด้านทิศเหนือบริเวณที่จอดรถจักรยานยนต์ของพวกจำเลยที่ขับรถจักรยานยนต์มาเที่ยว

รอกันอยู่ประมาณครึ่งนาทีนายกาศ นายวารินทร์และจำเลยได้ขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไปด้วยกัน ซึ่งเห็นได้ว่า จำเลยกับพวกมีวัตถุประสงค์จะมาเที่ยวงานวัดเท่านั้น จำเลย นายกาศ หรือนายรอนจึงมิได้พกพาอาวุธใดมาด้วย นายวารินทร์จะนำอาวุธมีดมาจากไหนก็ไม่ปรากฏ น่าเชื่อว่าจำเลยคงไม่รู้มาก่อนว่านายวารินทร์มีอาวุธมีดซึ่งจำเลยก็ให้การว่า ไม่ทราบมาก่อนว่าพวกที่มาด้วยกันผู้ใดพกอาวุธใดมาด้วย ซึ่งก็น่าจะเป็นความจริง เหตุที่นายกาศกับนายรอนมาบอกจำเลยว่านายกาศถูกผู้ตายตบหัวก็เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนนั้นระหว่างนายกาศกับผู้ตายเท่านั้นไม่ปรากฏว่า นายกาศกับนายรอนมาพูดชักชวนให้จำเลยไปทำร้ายผู้ตาย แม้ขณะที่นายกาศกับผู้ตายชกต่อยกันจำเลยจะถือขวดสุรายืนอยู่ข้างเวทีก็ปรากฏว่า

จำเลยให้การว่า เหตุที่ใช้ขวดตีทำร้ายผู้ตายเกิดจากความไม่พอใจและหมั่นไส้ในกิริยาท่าทางและมีอาการเมาสุราเท่านั้น เหตุที่จำเลยกับพวกวิ่งหนีและไปขึ้นรถจักรยานยนต์ด้วยกันก็เพราะเมื่อตอนมาเที่ยวงานวัดได้มาด้วยกันและจอดรถจักรยานยนต์ไว้ที่หน้าวัดจึงต้องกลับด้วยกัน นอกจากนี้บาดแผลที่ผู้ตายได้รับที่ทำให้ผู้ตายถึงแก่ความตายโดยตรงก็คือบาดแผลที่เกิดจากของมีคมฟันอย่างรุนแรง มิใช่ผลโดยตรงที่เกิดจากการกระทำของจำเลย พฤติการณ์ของจำเลยกับพวกดังกล่าวมิได้แสดงว่าจำเลยกับพวกร่วมรู้เห็นเป็นใจและร่วมกันกระทำผิดโดยมีเจตนาฆ่าผู้ตาย อันเป็นตัวการร่วมกันตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓ การกระทำของจำเลยเป็นเพียงเจตนาทำร้ายผู้อื่นไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๙๑ ดังที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๔ วินิจฉัยเท่านั้น ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

Result

พิพากษายืน.

Matter details

Panel of judges
ประพันธ์ ทรัพย์แสง · ดลจรัส รัตนโศภิต · จิระวรรณ ศิริบุตร
Lower court
ศาลจังหวัดนครพนม - นายสมยศ ไขประพาย
ศาลอุทธรณ์ภาค 4 - นายฉัตรไชย จันทร์พรายศรี
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 3913/2534

ขณะเกิดเหตุคนที่มาในงานเลี้ยงโกรธผู้ตายที่ยิงปืน จึงต่างคนต่างทำร้ายผู้ตาย โดยจำเลยเพียงเข้าไปเตะและกระทืบผู้ตายซึ่งนั่งอยู่ในครัว มิได้ใช้สิ่งใดเป็นอาวุธทำร้ายร่างกายผู้ตาย จำเลยได้กระทำไปตามลำพังโดย…

Supreme Court Judgment No. 95/2532

จำเลยทั้งสองทราบดีว่า ส. กับผู้ตายมีสาเหตุโกรธเคืองกันมาก่อนวันเกิดเหตุ จำเลยทั้งสองกับ ส. เดินไปพบผู้ตายกับพวก ส. ชักมีดปลายแหลมไล่แทงทำร้ายผู้ตาย จำเลยทั้งสองได้วิ่งตาม ส. เข้าไปด้วย เมื่อ ส. แทงผู้…

Supreme Court Judgment No. 583/2531

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานพยายามฆ่าผู้เสียหาย ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กาย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง ดังนั้น ข้อหาฐานพยาย…

Supreme Court Judgment No. 2893/2562

การที่จำเลยที่ 1 ยิงปืนเพื่อข่มขู่ผู้เสียหายเป็นการยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้านหรือที่ชุมนุมชน อันเป็นส่วนหนึ่งของความผิดฐานใช้อาวุธปืนยิงพยายามฆ่าผู้เสียหายอยู่ในตัว จึงเป็นการกระ…

Supreme Court Judgment, B.E. 2562 (ref. 636366)

การที่จำเลยทั้งสี่กับพวกขับรถจักรยานยนต์ติดตามผู้เสียหายมาถึงบริเวณที่เกิดเหตุ จำเลยที่ 2 และ น. มีมีดติดตัวไปด้วย แม้มีดที่ น. พาติดตัวไปจะมีขนาดใหญ่เป็นที่สังเกตเห็นได้โดยง่ายแก่บุคคลทั่วไปรวมทั้งจำ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up