คำฟ้องและคำให้การ
คดีนี้โจทก์ได้รับเงินเบี้ยเลี้ยงชีพตามพระราชพินัยกรรม์ปีละ ๔๕๕๐ บาท แต่โจทก์ยังมิได้รับเงินในปี พ.ศ.๒๔๗๔-๒๔๗๕ โจทก์พึ่งได้รับจากพระคลังข้างที่เมื่อปี พ.ศ.๒๔๗๖ รวมเป็นเงิน ๘๖๔๕ บาท ซึ่งเป็นเวลาที่ได้ประกาศใช้ พรบภาษีเงินได้แล้วจำเลยได้เรียกเก็บภาษีเงินได้ไว้เป็นเงิน ๑๑๙๕ บาท ๖๗ สตางค์ โจทก์เห็นว่าโจทก์ไม่ควรเสียภาษี เพราะเป็นเงินที่โจทก์ควรได้รับในปี พ.ศ.๒๔๗๔-๒๔๗๕ ก่อนประกาศใช้พระราชบัญญัติ จึงฟ้องเรียกเงินรายนี้คืนจากจำเลย ศาลล่างทั้ง ๒ พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาเห็นว่ากฎหมายมีความประสงค์จะให้เก็บภาษีจากผู้ที่ได้รับเงินจริง ๆ ไม่มีความประสงค์จะเก็บภาษีจากผู้มีสิทธิจะได้รับในจำนวนเงินประเภทใดประเภทหนึ่ง คดีนี้โจทก์มีสิทธิจะได้-รับเงินอยู่ก่อนประกาศใช้พระราชบัญญัติ แต่โจทก์เพิ่งได้รับเมื่อประกาศใช้พระราชบัญญัติแล้ว จึงต้องเสียภาษีและต้องเสียตามยอดเงินทั้งสิ้นที่ได้รับจริง ๆ ไม่ใช่แยกเป็นปี ๆ
Result
จึงพิพากษายืนตามศาลล่าง