คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยมีอาวุธปืน ลูกซองพก ๑๓ กระบอกสำหรับการค้าไว้ในครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๒๔, ๗๓ พระราชบัญญัติ อาวุธปืนฯ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๐๑ มาตรา ๖ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒
จำเลยให้การว่า ทราบว่ากฎหมายให้จดทะเบียนปืนเถื่อน จึงรวบรวมซื้อปืน ๑๓ กระบอก ไว้ ครั้นประกาศใช้กฎหมายนี้ ก็นำออกให้ญาติและตนเองด ไปจดทะเบียน แต่ถูกจับเสียก่อน
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลย
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายฟ้อง
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้มีปัญหาในเบื้องต้นว่า พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ที่ให้โอกาสนำอาวุธปืนไปจดทะเบียนภายใน ๙๐ วัน นั้น คุ้มครองถึงการค้าหรือมีไว้ เพื่อจำหน่ายด้วยหรือไม่ ปัญหาข้อนี้ ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่พิจารณาเห็นว่า มาตรา ๙ แห่งพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๐๑ มุ่งหมายให้ผู ้ที่มีอาวุธปืนไว้ใน ความครอบครองเพื่อใช้ตามธรรมดาแก่ยังมิได้รับอนุญาตตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๗ แห่ง พระราชบัญญัติอาวุธปืน ๆ พ.ศ. ๒๔๙๐ ให้นำมาขอรับอนุญาตเสียภายใน ๙๐ วัน แล้วจะไม่ต้องรับโทษ หาได้หมายถึงอาวุธปืนที่มีไว้สำหรับการค้าซึ่งการมีจะต้องได้รับอนุญาตตามมาตรา ๒๔ อันเป็นคนละกรณีกันด้วยไม่ เพราะมาตรา ๒๔ นั้น
มีนัยให้เข้าใจว่า การมีอาวุธปืนสำหรับการค้านั้นจะมีได้เฉพาะแต่ผู้ได้รับอนุญาตให้ค้าอาวุธปืนเท่านั้น ผู้ที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ค้าอาวุธปืนจะนำอาวุธปืนที่มีไว้สำหรับการค้าไปขออนุญาตย่อมไม่ได้อยู่แล้ว โดยปกติ กฎหมายบัญญัติคุ้มครองอาวุธปืนที่มีไว้สำหรับการค้ากับที่มีไว้ใช้ตามธรรมดา ต่างหากจากกันดังนี้ ความในมาตรา ๙ นี้ เปิดโอกาสให้ผู้มีอาวุธปืนไว้โดยมิชอบ นำไปขอรับอนุญาตเสียให้ถูกต้อง จึงไม่คุ้มครองถึงอาวุธปืน ที่มีไว้สำหรับการค้าด้วย ส่วนปัญหาต่อไปว่า จำเลยมีไว้สำหรับการค้าตามฟ้องหรือไม่นั้น ศาลฎีกาฟังว่า จำเลยมีอาวุธปืนรายนี้ไว้สำหรับการค้า จึงต้องมีความผิด
Result
พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ บังคับคดีไปตามคำพิพากษา()