คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานมีอาวุธปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและริบของกลางจำเลยที่ 1 รับสารภาพจำเลยที่ 2 ปฏิเสธศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยตามฟ้อง ให้จำคุกจำเลยที่ 1 สี่เดือนปรับ 2,000 บาท จำคุกจำเลยที่ 2 แปดเดือน ปรับ 4,000 บาท ริบของกลางจำเลยที่ 2 อุทธรณ์
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ปล่อยจำเลยทั้งสอง และคืนของกลางให้จำเลยโจทก์ฎีกาศาลฎีกาประชุมใหญ่เห็นว่า เมื่อคดีอยู่ในระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ ได้มีพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2501มาตรา 9 ยอมให้ผู้มีอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาตนำไปขอรับอนุญาตภายใน 90 วัน โดยผู้นั้นไม่ต้องรับโทษ จึงต้องถือว่าในระหว่างนั้นกฎหมายยกเว้นโทษแก่ผู้มีอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต แม้คดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ในระหว่างใช้พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯดังกล่าวศาลอุทธรณ์ย่อมยกฟ้องได้ และแม้จะอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภายหลังระยะเวลา 90 วัน ได้ผ่านพ้นไปแล้ว ก็หาทำให้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เสียไปไม่ ในชั้นฎีกา ศาลฎีกาพิจารณาแต่เพียงว่าศาลอุทธรณ์พิพากษาถูกต้องด้วยตัวบทกฎหมายที่มีอยู่ในเวลาพิพากษาหรือไม่
ถ้าถูกแล้ว ศาลฎีกาก็ไม่มีอะไรจะแก้ไข ส่วนจำเลยที่ 1 ไม่ได้อุทธรณ์ขึ้นมา แต่พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2501 มาตรา 9 ยกเว้นโทษให้การกระทำของจำเลยทั้งสอง นับว่าเป็นเหตุอยู่ในส่วนลักษณะคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 213
ศาลอุทธรณ์มีอำนาจพิพากษาตลอดไปถึงจำเลยอื่นที่มิได้อุทธรณ์ ให้มิต้องถูกรับโทษหรือได้ลดโทษดุจจำเลยผู้อุทธรณ์พิพากษายืน