Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 5869/2557

พ.ศ. 2557 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

กรณีเงินได้พึงประเมินของโจทก์ที่ได้รับจากใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญ โจทก์ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 3,237,500 บาท แต่โจทก์ยื่นคำร้องขอคืนเงินภาษีอากร 3,152,992 บาท เป็นคนละจำนวนกัน แม้เงินได้จากใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญเป็นกรณีที่โจทก์จะต้องยื่นแบบแสดงรายการเกี่ยวกับเงินภาษีอากรที่ถูกหักไว้ ณ ที่จ่าย เนื่องจากเป็นเงินได้พึงประเมินและไม่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา แต่ในขณะที่โจทก์ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับเงินได้ที่โจทก์ได้รับจากใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญนั้น โจทก์มิได้ระบุในรายการคำร้องขอคืนเงินภาษีจากภาษีเงินได้ที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายจากเงินได้ที่โจทก์ได้รับจากใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญไว้ในแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ต่อมาเมื่อโจทก์ยื่นคำร้องขอคืนเงินภาษีอากร (ค. 10) ประเภทภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของปีภาษี 2547 เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2550 โจทก์จึงมีสิทธิที่จะได้รับดอกเบี้ยจากคำร้องขอคืนเงินภาษีอากร (ค. 10) มิใช่จากแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา โจทก์จึงมีสิทธิได้รับดอกเบี้ยจากจำเลยตั้งแต่วันถัดจากวันครบระยะเวลาสามเดือนนับแต่วันยื่นคำร้องขอคืนเงินภาษีอากร (ค. 10) ในวันที่ 14 มีนาคม 2550 และต้องเริ่มคิดดอกเบี้ยให้โจทก์ในวันที่ 15 มิถุนายน 2550 เป็นต้นไป โจทก์จึงมีสิทธิได้รับดอกเบี้ยจากเงินค่าภาษีอากรที่ได้รับคืนนับแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2550 เป็นต้นไป โดยให้คิดจนถึงวันที่ลงในหนังสือแจ้งคำสั่งคืนเงิน แต่ดอกเบี้ยมิให้เกินกว่าจำนวนเงินภาษีอากรที่ได้รับคืนตาม ป.รัษฎากร มาตรา 4 ทศ วรรคสอง

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยคืนเงินแก่โจทก์ 3,152,992 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 1 ต่อเดือน ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2548 จนถึงวันที่โจทก์ได้รับคืนภาษีอากร กับให้เพิกถอนหนังสือของสำนักงานสรรพากรพื้นที่นนทบุรี เลขที่ กค 0708.10/00212 ลงวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2551 และคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของสำนักงานสรรพากรพื้นที่ 4 เลขที่ 0708.ก3/2058 ลงวันที่ 30 เมษายน 2551

จำเลยให้การว่าขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้เพิกถอนหนังสือสำนักงานสรรพากรพื้นที่นนทบุรี ที่ กค 0708.10/00212 ลงวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2551 และคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของสำนักงานสรรพากรพื้นที่ 4 ที่ 0708.ก3/2058 ลงวันที่ 30 เมษายน 2551 และให้จำเลยคืนเงินภาษีอากรส่วนที่โจทก์ชำระไว้เกินพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 1 ต่อเดือนหรือเศษของเดือนตั้งแต่วันถัดจากวันครบระยะเวลา 3 เดือน นับแต่วันสิ้นกำหนดระยะเวลายื่นแบบแสดงรายการตามที่กฎหมายกำหนดแก่โจทก์ โดยให้ถือเอาราคาใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) หน่วยละ 10.18 บาท จำนวน 700,000 หน่วย มาคำนวณภาษีเงินได้ของโจทก์ใหม่ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ตามทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี โดยกำหนดค่าทนายความให้ 10,000 บาท โจทก์และจำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเป็นยุติในเบื้องต้นตามที่โจทก์และจำเลยไม่ได้อุทธรณ์ว่า เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2547 บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) ออกหนังสือชี้ชวนเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัทและหุ้นออกใหม่เพื่อรองรับใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญ จำนวน 262,400,649 หน่วย โดยเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัท จำนวน 209,900,649 หน่วย และเสนอขายให้แก่พนักงานของบริษัทจำนวน 52,500,000 หน่วย และไม่มีการจำหน่ายให้บุคคลทั่วไป โดยใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นนี้บริษัทกำหนดราคาเสนอขายหน่วยละ 0 บาท อัตราการใช้สิทธิ 1 หน่วย มีสิทธิซื้อหุ้นสามัญได้ 1 หุ้น ในราคาการใช้สิทธิซื้อหุ้น 4.50 บาทต่อหน่วย

มีอายุ 3 ปี ระยะเวลาการใช้สิทธิ ทุกไตรมาส ภายในเวลาทำการในวันสุดท้ายของเดือน โดยมีการใช้สิทธิครั้งแรกในวันทำการสุดท้ายของเดือนมิถุนายน 2547 และไม่มีข้อจำกัดการโอน โจทก์เป็นกรรมการของบริษัทได้รับจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นประเภทเปลี่ยนมือได้ดังกล่าว 700,000 หน่วย ตามสำเนาหนังสือชี้ชวน บริษัทได้คำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่ายและเรียกเก็บจากโจทก์เพื่อนำส่งแก่จำเลย โดยใช้ราคาเฉลี่ยหุ้นสามัญของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในเดือนเมษายน 2547 เป็นราคา 16.63 บาทต่อหุ้น หักด้วยราคาการที่จะใช้สิทธิซื้อหุ้น 4.50 บาทต่อหุ้น เหลือเป็นราคา 12.13 บาทต่อหุ้น รวมแล้วคิดเป็นเงินได้ 8,491,000 บาท และภาษีเงินได้

ณ ที่จ่าย 3,237,500 บาท ตามสำเนาหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ต่อมาบริษัทดังกล่าวได้รับการจดทะเบียนใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นนี้เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 21 เมษายน 2547 วันที่ 25 มีนาคม 2548 โจทก์ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.90) ปีภาษี 2547 ระบุว่า โจทก์มีเงินได้ตามมาตรา 40 (1) และ (2) รวม 17,585,295.28 บาท มีภาษีต้องชำระ 5,794,846.05 บาท มีภาษีหัก ณ ที่จ่ายหรือเครดิตภาษี 4,856,161.53 บาท มีภาษีเพิ่มเติม 938,684.52 บาท ซึ่งโจทก์ชำระภาษีดังกล่าวแล้ว วันที่ 23 และ 26 กุมภาพันธ์ 2550 โจทก์ขายใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญโดยผ่านบริษัทหลักทรัพย์กิมเอ็ง (ประเทศไทย)

จำกัด (มหาชน) ตามสำเนาการซื้อขายหลักทรัพย์ วันที่ 14 มีนาคม 2550 โจทก์ยื่นคำร้องขอคืนเงินค่าภาษี (แบบ ค. 10) ขอคืนภาษีอากรปีภาษี 2547 จำนวน 3,152,992 บาท อ้างว่าการหักภาษี ณ ที่จ่ายไม่ถูกต้อง เนื่องจากเงินได้จำนวน 8,491,000 บาท อันเป็นส่วนหนึ่งของเงินได้ตามแบบแสดงรายการดังกล่าวข้างต้นเป็นเงินได้จากใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญประเภทเปลี่ยนมือได้ที่โจทก์ได้รับจากบริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) และถูกหัก ณ ที่จ่ายไว้ 3,237,500 บาท ซึ่งใบสำคัญแสดงสิทธิดังกล่าวนี้ขณะที่ยังไม่มีการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ จึงมีมูลค่าเป็น 0 บาท จึงไม่ต้องชำระภาษี สรรพากรพื้นที่นนทบุรีมีหนังสือแจ้งไม่คืนเงินภาษีอากร ฉบับลงวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2551 โดยระบุว่า

ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญเป็นเงินได้พึงประเมินในวันที่ได้รับ และต้องนำมูลค่าของใบสำคัญแสดงสิทธิมาคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามที่โจทก์ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.90) ไว้แล้ว จึงไม่ต้องคืนเงินภาษีให้แก่โจทก์ โจทก์มีหนังสือฉบับลงวันที่ 10 มีนาคม 2551 เรื่องอุทธรณ์การสั่งคืนเงินภาษีอากรไปยังจำเลย วันที่ 3 พฤษภาคม 2551 จำเลยมีหนังสือฉบับลงวันที่ 30 เมษายน 2551 แจ้งคำสั่งยืนตามหนังสือแจ้งไม่คืนเงินภาษีอากร (ค. 30) โจทก์ไม่เห็นด้วย ปัญหาตามอุทธรณ์ของจำเลยว่า โจทก์มีสิทธิได้รับดอกเบี้ยจากจำเลยเพียงใด

ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรเห็นว่า ประมวลรัษฎากร มาตรา 4 ทศ วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า ให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายสั่งให้ดอกเบี้ยแก่ผู้ได้รับคืนเงินภาษีอากรในอัตราร้อยละ 1 ต่อเดือนหรือเศษของเดือนของเงินภาษีอากรที่ได้รับคืนโดยไม่คิดทบต้น ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดโดยกฎกระทรวง ซึ่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 161 (พ.ศ.2526) ออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการให้ดอกเบี้ยแก่ผู้ได้รับเงินคืนภาษีอากร ข้อ 1 วรรคหนึ่ง กำหนดว่า ดอกเบี้ยที่จะให้แก่ผู้ได้รับคืนเงินภาษีอากร ให้คิดดังต่อไปนี้ (1) กรณีคืนเงินภาษีอากรที่ถูกหักไว้ ณ ที่จ่าย ให้เริ่มคิดดอกเบี้ยตั้งแต่วันถัดจากวันครบระยะเวลาสามเดือน นับแต่ (ก) วันสิ้นกำหนดระยะเวลายื่นแบบแสดงรายการตามที่กฎหมายกำหนดหรือตามที่ได้รับการขยายหรือเลื่อนให้

ถ้าผู้ได้รับคืนเงินภาษีอากรต้องยื่นแบบแสดงรายการเกี่ยวกับเงินภาษีอากรที่ถูกหักไว้ ณ ที่จ่าย หรือ (ข) วันยื่นคำร้องขอคืนเงินภาษีอากร ถ้าผู้ได้รับคืนเงินภาษีอากรไม่ต้องยื่นแบบแสดงรายการเกี่ยวกับเงินภาษีอากรที่ถูกหักไว้ ณ ที่จ่าย (2) กรณีคืนเงินภาษีอากรที่ชำระตามแบบแสดงรายการไม่ว่าจะชำระพร้อมกับการยื่นหรือไม่ ให้เริ่มคิดดอกเบี้ยตั้งแต่วันถัดจากวันครบระยะเวลาสามเดือนนับแต่วันยื่นคำร้องขอคืนเงินภาษีอากร... กรณีเงินได้พึงประเมินของโจทก์ที่ได้รับจากใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญ โจทก์ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 3,237,500 บาท แต่โจทก์ยื่นคำร้องขอคืนเงินภาษีอากร (ค. 10) 3,152,992 บาท เป็นคนละจำนวนกัน แม้เงินได้จากใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญเป็นกรณีที่โจทก์จะต้องยื่นแบบแสดงรายการเกี่ยวกับเงินภาษีอากรที่ถูกหักไว้

ณ ที่จ่าย เนื่องจากเป็นเงินได้พึงประเมินและไม่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา แต่ในขณะที่โจทก์ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับเงินได้ที่โจทก์ได้รับจากใบสำคัญสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญนั้น โจทก์มิได้ระบุในรายการคำร้องขอคืนเงินภาษีจากภาษีเงินได้ที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายจากเงินได้ที่โจทก์ได้รับจากใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญไว้ในแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ต่อมาเมื่อโจทก์ยื่นคำร้องขอคืนเงินภาษีอากร (ค. 10) ประเภทภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของปีภาษี 2547 เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2550 โจทก์จึงมีสิทธิที่จะได้รับดอกเบี้ยจากคำร้องขอคืนเงินภาษีอากร (ค. 10) มิใช่จากแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

ด้วยเหตุที่กล่าวมานี้ โจทก์จึงมีสิทธิได้รับดอกเบี้ยจากจำเลยตั้งแต่วันถัดจากวันครบระยะเวลาสามเดือนนับแต่วันยื่นคำร้องขอคืนเงินภาษีอากรในวันที่ 14 มีนาคม 2550 และต้องเริ่มคิดดอกเบี้ยให้โจทก์ในวันที่ 15 มิถุนายน 2550 เป็นต้นไป โจทก์จึงมีสิทธิได้รับดอกเบี้ยจากเงินค่าภาษีอากรที่ได้รับคืนนับแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2550 เป็นต้นไป โดยให้คิดจนถึงวันที่ลงในหนังสือแจ้งคำสั่งคืนเงิน แต่ดอกเบี้ยมิให้เกินกว่าจำนวนเงินภาษีอากรที่ได้รับคืนตามประมวลรัษฎากร มาตรา 4 ทศ วรรคสองเมื่อวินิจฉัยดังนี้แล้วปัญหาตามอุทธรณ์ของจำเลยในข้ออื่นไม่จำต้องวินิจฉัย เพราะไม่ทำให้ผลของคดีเปลี่ยนไป ที่ศาลภาษีอากรกลางวินิจฉัยว่า กรณีของโจทก์เป็นการขอคืนเงินภาษีอากรที่ถูกหักไว้

ณ ที่จ่าย ไม่ใช่กรณีขอคืนเงินภาษีที่ชำระตามแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา จึงต้องคิดดอกเบี้ยให้ในอัตราร้อยละ 1 ต่อเดือน หรือเศษของเดือนตั้งแต่วันถัดจากวันครบระยะเวลา 3 เดือน นับแต่วันสิ้นกำหนดระยะเวลายื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามประมวลรัษฎากร มาตรา 4 ทศ และตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 161 (พ.ศ.2526) ออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการให้ดอกเบี้ยแก่ผู้ได้รับเงินคืนภาษีอากร ข้อ 1 (1) (ก) นั้น ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของจำเลยฟังขึ้น

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 1 ต่อเดือนนับแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2550 เป็นต้นไปจนถึงวันที่ลงในหนังสือแจ้งคำสั่งคืนเงิน แต่ดอกเบี้ยมิให้เกินกว่าจำนวนเงินภาษีอากรที่ได้รับคืน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลภาษีอากรกลาง ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

Matter details

Panel of judges
เมทินี ชโลธร · กรองเกียรติ คมสัน · ธัชพันธ์ ประพุทธนิติสาร
Lower court
ศาลภาษีอากรกลาง - นายสรวิชญ์ อิ่มสุวรรณ
Supreme Court black case no.
ภษ.41/2552
Trial court black case no.
พ192/2551
Trial court red case no.
พ358/2551
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกภาษีอากร
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 4725/2565

แม้เอกสารที่โจทก์นำสืบจะเป็นภาษาต่างประเทศและไม่ได้ทำคำแปลเป็นภาษาไทย แต่คู่ความสามารถส่งพยานเอกสารที่ทำขึ้นเป็นภาษาต่างประเทศต่อศาลได้โดยไม่จำต้องทำคำแปลเป็นภาษาไทยเสมอไป เว้นเสียแต่ศาลสั่งให้ทำคำแปล…

Supreme Court Judgment No. 11260/2558

ตาม ป.รัษฎากร มาตรา 84 บัญญัติให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนที่มีเครดิตภาษีเหลืออยู่มีสิทธินำเครดิตภาษีดังกล่าวไปชำระภาษีมูลค่าเพิ่มในเดือนถัดไป หรือมีสิทธิขอคืนภาษีพร้อมกับการยื่นแบบแสดงรายการภาษีของเดือนภ…

Supreme Court Judgment No. 8308/2557

ตาม ป.รัษฎากร มาตรา ๑๖ บัญญัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมีอำนาจแต่งตั้งเจ้าพนักงานประเมินได้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังย่อมมีอำนาจกำหนดท้องที่รับผิดชอบแก่เจ้าพนักงานที่ได้รับการแต่งตั้งด้วยได้เ…

Supreme Court Judgment No. 8804/2550

โจทก์อ้างในคำฟ้องว่า โจทก์มิได้ใช้ที่ดินและโกดังสินค้าในการประกอบกิจการใด การขายที่ดินและโกดังสินค้าดังกล่าวจึงไม่ใช่การขายอสังหาริมทรัพย์ที่มีไว้ในการประกอบกิจการ ซึ่งจะต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะตามคำวิ…

Supreme Court Judgment No. 5639/2550

ป.รัษฎากร มาตรา 65 ทวิ (4) ไม่ได้นิยามคำว่าราคาตลาดไว้ แต่เมื่อพิจารณาถึงความหมายในทางการค้าโดยทั่วไปแล้ว คำว่าราคาตลาดใน ป.รัษฎากร มาตรา 65 ทวิ (4) คงมีความหมายทำนองเดียวกันกับคำว่าราคาตลาดตาม ป.รัษฎ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up