Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2537 (ref. 58591)

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 ฎีกา เนื่องจากพยานหลักฐานซึ่งแสดงว่านายดวงจิตต์ ดวงขาว เบิกความเท็จ อันได้แก่ คำฟ้องคดีอาญาหมายเลขดำที่ 4059/2536 ของศาลจังหวัดมีนบุรี หนังสือสัญญาเปลี่ยนสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินและเลื่อนกำหนดชำระเงินค่าที่ดิน ลงวันที่ 1 มีนาคม 2534 และคำพิพากษาคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 123/2535 ของศาลจังหวัดมีนบุรี เพิ่งปรากฏชัดเจนภายหลังที่ศาลชั้นต้นพิพากษาคดีนี้แล้ว และอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ จำเลยที่ 1 และที่ 2 ไม่สามารถยื่นบัญชีระบุพยานเอกสารดังกล่าวก่อนวันชี้สองสถานไม่น้อยกว่า 15 วันได้ และเอกสารทั้งสามฉบับดังกล่าวเป็นพยานหลักฐานสำคัญในการวินิจฉัยข้อพิพาทโปรดรับบัญชีพยานเพิ่มเติมครั้งที่ 3 ของจำเลยที่ 1 และที่ 2และโปรดวินิจฉัยด้วย โปรดอนุญาต หมายเหตุ โจทก์ทั้งหกได้รับสำเนาคำร้องและคำแถลงแล้วไม่คัดค้าน (อันดับ 123) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ให้จำเลยทั้งสามแบ่งทรัพย์ คือที่ดินโฉนดเลขที่ 17952 และ 37239 ตำบลมีนบุรี (แสนแสบ) อำเภอมีนบุรี(แสนแสบ) กรุงเทพมหานคร ที่ดินโฉนดเลขที่ 60760,60761 และ60762 ตำบลคลองกุ่มอำเภอบางกะปินครหลวงกรุงเทพธนบุรี เฉพาะส่วนของนายห้อย คงนาน เจ้ามรดก ให้โจทก์ทั้งหก คนละ 1 ใน 49 ส่วนหากแบ่งไม่ได้ให้นำทรัพย์ดังกล่าว ออกขายทอดตลาดเอาเงินมาแบ่ง ให้โจทก์ในสัดส่วนดังกล่าวคำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสามแบ่งทรัพย์มรดกคือที่ดินโฉนดเลขที่ 17952 และ 37239 ตำบลมีนบุรี (แสนแสบ)อำเภอมีนบุรี (แสนแสบ) กรุงเทพมหานคร ที่ดินโฉนดเลขที่ 60760,60761 และ 60772 ตำบลคลองกุ่มอำเภอบางกะปินครหลวงกรุงเทพธนบุรีเฉพาะส่วนของนายห้อย คงนานเจ้ามรดกสองในสามส่วน ให้โจทก์ทั้งหกคนละ 1 ใน 49 ส่วน หากแบ่งไม่ได้ให้นำทรัพย์ดังกล่าวออกขายทอดตลาดเอาเงินมาแบ่งให้โจทก์ทั้งหกในสัดส่วนดังกล่าวและให้แบ่งเงินค่าเรียกมัดจำตามสัญญาจะซื้อขายที่ดินโฉนดเลขที่17952 และเงินค่าขายที่ดินโฉนดเลขที่ 26687 เฉพาะส่วนของนายห้อย คงนาน สองในสามส่วน ให้โจทก์ทั้งหกคนละ 1 ใน 49 ส่วน เฉพาะจำนวนที่โจทก์ยังมิได้รับแก่โจทก์ทั้งหก นอกจากที่แก้ ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 และที่ 2 ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องและคำแถลงดังกล่าว (อันดับ 114,111,112) คำสั่ง เพื่อให้การวินิจฉัยชี้ขาดข้อสำคัญแห่งประเด็นเป็นไปโดยเที่ยงธรรม จึงให้รับบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมครั้งที่ 3 ของจำเลยที่ 1 และที่ 2

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 542/2537นางสาวพรรณี ดวงขาว กับพวกโจทก์นางอุไร โคระทัต กับพวกจำเลยนางอุไร โคระทัต ที่ 1ผู้ยื่นคำร้องนายห่วง คงนาน ที่ 2 จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 88 ความว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 ฎีกา เนื่องจากพยานหลักฐานซึ่งแสดงว่านายดวงจิตต์ ดวงขาว เบิกความเท็จ อันได้แก่ คำฟ้องคดีอาญาหมายเลขดำที่ 4059/2536 ของศาลจังหวัดมีนบุรี หนังสือสัญญาเปลี่ยนสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินและเลื่อนกำหนดชำระเงินค่าที่ดิน ลงวันที่ 1 มีนาคม 2534 และคำพิพากษาคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 123/2535 ของศาลจังหวัดมีนบุรี เพิ่งปรากฏชัดเจนภายหลังที่ศาลชั้นต้นพิพากษาคดีนี้แล้ว และอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์

จำเลยที่ 1 และที่ 2 ไม่สามารถยื่นบัญชีระบุพยานเอกสารดังกล่าวก่อนวันชี้สองสถานไม่น้อยกว่า 15 วันได้ และเอกสารทั้งสามฉบับดังกล่าวเป็นพยานหลักฐานสำคัญในการวินิจฉัยข้อพิพาทโปรดรับบัญชีพยานเพิ่มเติมครั้งที่ 3 ของจำเลยที่ 1 และที่ 2และโปรดวินิจฉัยด้วย โปรดอนุญาต หมายเหตุ โจทก์ทั้งหกได้รับสำเนาคำร้องและคำแถลงแล้วไม่คัดค้าน (อันดับ 123)

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ให้จำเลยทั้งสามแบ่งทรัพย์ คือที่ดินโฉนดเลขที่ 17952 และ 37239 ตำบลมีนบุรี (แสนแสบ) อำเภอมีนบุรี(แสนแสบ) กรุงเทพมหานคร ที่ดินโฉนดเลขที่ 60760,60761 และ60762 ตำบลคลองกุ่มอำเภอบางกะปินครหลวงกรุงเทพธนบุรี เฉพาะส่วนของนายห้อย คงนาน เจ้ามรดก ให้โจทก์ทั้งหก คนละ 1 ใน 49 ส่วนหากแบ่งไม่ได้ให้นำทรัพย์ดังกล่าว ออกขายทอดตลาดเอาเงินมาแบ่ง ให้โจทก์ในสัดส่วนดังกล่าวคำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสามแบ่งทรัพย์มรดกคือที่ดินโฉนดเลขที่ 17952 และ 37239 ตำบลมีนบุรี (แสนแสบ)อำเภอมีนบุรี (แสนแสบ) กรุงเทพมหานคร ที่ดินโฉนดเลขที่ 60760,60761 และ 60772 ตำบลคลองกุ่มอำเภอบางกะปินครหลวงกรุงเทพธนบุรีเฉพาะส่วนของนายห้อย คงนานเจ้ามรดกสองในสามส่วน ให้โจทก์ทั้งหกคนละ 1 ใน 49 ส่วน หากแบ่งไม่ได้ให้นำทรัพย์ดังกล่าวออกขายทอดตลาดเอาเงินมาแบ่งให้โจทก์ทั้งหกในสัดส่วนดังกล่าวและให้แบ่งเงินค่าเรียกมัดจำตามสัญญาจะซื้อขายที่ดินโฉนดเลขที่17952 และเงินค่าขายที่ดินโฉนดเลขที่ 26687 เฉพาะส่วนของนายห้อย คงนาน สองในสามส่วน ให้โจทก์ทั้งหกคนละ 1 ใน 49 ส่วน เฉพาะจำนวนที่โจทก์ยังมิได้รับแก่โจทก์ทั้งหก นอกจากที่แก้ ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 และที่ 2 ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องและคำแถลงดังกล่าว (อันดับ 114,111,112) คำสั่ง เพื่อให้การวินิจฉัยชี้ขาดข้อสำคัญแห่งประเด็นเป็นไปโดยเที่ยงธรรม จึงให้รับบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมครั้งที่ 3 ของจำเลยที่ 1 และที่ 2

Matter details

Panel of judges
ประสิทธิ์ แสนศิริ · สมภพ โชติกวณิชย์ · ทวิช กำเนิดเพ็ชร์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 4052/2567

แม้จำเลยที่ 2 และโจทก์ทั้งสองต่างไม่ได้ยื่นบัญชีระบุพยานอ้างเอกสารเป็นพยาน และส่งเอกสารดังกล่าวต่อศาลกับส่งให้คู่ความอีกฝ่ายซึ่งสำเนาเอกสารนั้นก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 88 วรร…

Supreme Court Judgment No. 2138/2561

ตามข้อกำหนดคดีภาษีอากร พ.ศ.2544 ข้อ 15 วรรคสอง ในกรณีที่ไม่มีการชี้สองสถาน ให้คู่ความยื่นบัญชีระบุพยานพร้อมทั้งสำเนาก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน เมื่อจำเลยที่ 6 ได้ยื่นบัญชีระบุพยานแล้วเมื่อวันที่…

Supreme Court Judgment No. 3201/2559

บัญชีระบุพยานของโจทก์ระบุเพียงต้นฉบับหรือสำเนาสัญญาซ่อมเรือพร้อมคำแปลเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องเท่านั้น ไม่ปรากฏรายละเอียดเกี่ยวกับ "Work Done Report" แต่อย่างใด ถือไม่ได้ว่าเป็นการแสดงความจำนงที่จะอ้างอิ…

Supreme Court Judgment No. 4108/2558

ป.วิ.พ. มาตรา 87 (2) ใช้ในกรณีที่คู่ความฝ่ายที่อ้างพยานหลักฐานได้แสดงความจำนงที่จะอ้างอิงพยานหลักฐาน แต่มิได้ยื่นบัญชีระบุพยานให้ถูกต้องไว้ตามมาตรา 88 และในกรณีที่คู่ความมิได้ส่งสำเนาเอกสารล่วงหน้าตาม…

Supreme Court Judgment No. 13666/2558

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 193 ตรี บัญญัติให้ศาลสอบถามคู่ความฝ่ายที่จะต้องนำพยานเข้าสืบว่า ประสงค์จะอ้างอิงพยานหลักฐานใดแล้วให้ศาลบันทึกไว้ ย่อมแสดงว่า ในการพิจารณาคดีมโนสาเร่ เป็นหน้าที่ของศาลที่จะต้องบันทึกเ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up