Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2533 (ref. 58240)

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยฎีกา มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อนหมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 119)คดีสืบเนื่องจากโจทก์และจำเลยตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความฉบับลงวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2526 ตามสัญญายอมข้อ 2 กำหนดให้จำเลยจ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูโจทก์และเด็กชายวนัชพินิจรัตนพันธ์ผู้เยาว์เดือนละ 1,000 บาทจนกว่าผู้เยาว์จะบรรลุนิติภาวะ ข้อ 3 หากจำเลยมีฐานะดีขึ้น จำเลยจะเพิ่มค่าอุปการะเลี้ยงดูให้โจทก์และบุตรผู้เยาว์อีกตามสมควรแก่ฐานะ ต่อมาเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2532โจทก์ยื่นคำร้องอ้างว่า เนื่องจากค่าครองชีพสูง ประกอบกับโจทก์ต้องดิ้นรนหาเงินมาเลี้ยงชีพแล้วยังต้องหาเงินมาเป็นค่าเล่าเรียนผู้เยาว์ เมื่อโจทก์ไม่มีเงินจึงต้องนำสร้อยคอทองคำพร้อมจี้พลอยไปจำนำเอาเงินเป็นค่าเล่าเรียนผู้เยาว์บ่อยครั้ง ส่วนจำเลยมีฐานะดีขึ้นมากได้ตั้งบริษัทค้าข้าวที่บ้านเลขที่ 58/18 ถนนทรงวาดแขวงจักรวรรดิ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร ทำการค้าข้าวขายส่งต่างประเทศมีเงินทุนหมุนเวียนนับล้าน ๆ บาท จำเลยผิดนัดนำเงินค่าอุปการะเลี้ยงดูมาวางศาลไม่ตรงตามกำหนดบ่อยครั้งทำให้โจทก์และผู้เยาว์ได้รับความลำบาก ขอให้จำเลยจ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดู เพิ่มจาก 1,000 บาทเป็น 5,000 บาทต่อเดือน และให้จำเลยชำระค่าอุปการะเลี้ยงดูแก่โจทก์และผู้เยาว์นับแต่วันยื่นคำร้องถึงวันที่ผู้เยาว์บรรลุนิติภาวะเป็นเวลา 11 ปีเป็นเงิน 660,000 บาทด้วยจำเลยแถลงคัดค้าน ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งว่าจำเลยมีฐานะดีขึ้นต้องปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความข้อ 3 ให้จำเลยเพิ่มค่าอุปการะเลี้ยงดูให้ฝ่ายโจทก์เป็นเงินเดือนละ 2,000 บาท ส่วนที่โจทก์เรียกร้องให้จำเลยชำระเป็นเงิน 600,000 บาทนั้นเห็นว่าตามสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าวไม่ได้ตกลงไว้แต่อย่างใดศาลไม่อาจบังคับให้ได้โจทก์และจำเลยต่างยื่นอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยจ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูให้โจทก์และบุตรผู้เยาว์เดือนละ 4,000 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำสั่งของศาลชั้นต้นจำเลยฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 115,114)จำเลยเคยยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์แต่ไม่ปรากฏคำสั่งในสำนวนที่ส่งมายังศาลฎีกา (อันดับ 81)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีไม่มีเหตุสมควรอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างฎีกา ให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องให้เป็นพับ

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2609/2533นางทิพย์สุดา แซ่ลี้ฯโจทก์นายธีระชาติ พินิจรัตนพันธ์จำเลยนายธีระชาติ พินิจรัตนพันธ์ จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 231ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อนหมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 119)คดีสืบเนื่องจากโจทก์และจำเลยตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความฉบับลงวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2526 ตามสัญญายอมข้อ 2 กำหนดให้จำเลยจ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูโจทก์และเด็กชายวนัชพินิจรัตนพันธ์ผู้เยาว์เดือนละ 1,000 บาทจนกว่าผู้เยาว์จะบรรลุนิติภาวะ ข้อ 3 หากจำเลยมีฐานะดีขึ้น จำเลยจะเพิ่มค่าอุปการะเลี้ยงดูให้โจทก์และบุตรผู้เยาว์อีกตามสมควรแก่ฐานะ ต่อมาเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2532โจทก์ยื่นคำร้องอ้างว่า เนื่องจากค่าครองชีพสูง ประกอบกับโจทก์ต้องดิ้นรนหาเงินมาเลี้ยงชีพแล้วยังต้องหาเงินมาเป็นค่าเล่าเรียนผู้เยาว์ เมื่อโจทก์ไม่มีเงินจึงต้องนำสร้อยคอทองคำพร้อมจี้พลอยไปจำนำเอาเงินเป็นค่าเล่าเรียนผู้เยาว์บ่อยครั้ง

ส่วนจำเลยมีฐานะดีขึ้นมากได้ตั้งบริษัทค้าข้าวที่บ้านเลขที่ 58/18 ถนนทรงวาดแขวงจักรวรรดิ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร ทำการค้าข้าวขายส่งต่างประเทศมีเงินทุนหมุนเวียนนับล้าน ๆ บาท จำเลยผิดนัดนำเงินค่าอุปการะเลี้ยงดูมาวางศาลไม่ตรงตามกำหนดบ่อยครั้งทำให้โจทก์และผู้เยาว์ได้รับความลำบาก ขอให้จำเลยจ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดู เพิ่มจาก 1,000 บาทเป็น 5,000 บาทต่อเดือน และให้จำเลยชำระค่าอุปการะเลี้ยงดูแก่โจทก์และผู้เยาว์นับแต่วันยื่นคำร้องถึงวันที่ผู้เยาว์บรรลุนิติภาวะเป็นเวลา 11 ปีเป็นเงิน 660,000 บาทด้วยจำเลยแถลงคัดค้าน ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งว่าจำเลยมีฐานะดีขึ้นต้องปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความข้อ 3 ให้จำเลยเพิ่มค่าอุปการะเลี้ยงดูให้ฝ่ายโจทก์เป็นเงินเดือนละ 2,000 บาท

ส่วนที่โจทก์เรียกร้องให้จำเลยชำระเป็นเงิน 600,000 บาทนั้นเห็นว่าตามสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าวไม่ได้ตกลงไว้แต่อย่างใดศาลไม่อาจบังคับให้ได้โจทก์และจำเลยต่างยื่นอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยจ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูให้โจทก์และบุตรผู้เยาว์เดือนละ 4,000 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำสั่งของศาลชั้นต้นจำเลยฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 115,114)จำเลยเคยยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์แต่ไม่ปรากฏคำสั่งในสำนวนที่ส่งมายังศาลฎีกา (อันดับ 81)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีไม่มีเหตุสมควรอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างฎีกา ให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องให้เป็นพับ

Matter details

Panel of judges
พนม พ่วงภิญโญ · พินิจ ฉิมพาลี · อัมพร เดชศิริ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up