Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 5774/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

เมื่อกรมสารบรรณทหารได้ซื้อแบตเตอรี่จากโจทก์ และขอฝากแบตเตอรี่ที่ซื้อไว้กับโจทก์ แต่โจทก์ยังมิได้กำหนดแบ่งแยกไว้แน่นอนว่าจะขายแบตเตอรี่หม้อใดให้ แบตเตอรี่จึงยังเป็นของโจทก์เพราะกรรมสิทธิ์ในแบตเตอรี่ยังไม่โอนไปยังกรมสารบรรณทหารผู้ซื้อตามป.พ.พ. มาตรา 460 โจทก์จึงเป็นผู้เสียหายมีอำนาจฟ้องจำเลยให้ชดใช้แบตเตอรี่ที่เอาไปใช้เป็นประโยชน์ส่วนตัว โจทก์เป็นนิติบุคคลสังกัดกระทรวงกลาโหม ผู้อำนวยการเป็น ผู้มีอำนาจทำการแทนโจทก์ กระทรวงกลาโหมสั่งตั้งกรรมการสอบสวน ข้อเท็จจริง และพิจารณาหาตัวผู้รับผิดชอบทางแพ่ง คณะกรรมการสอบสวน ทำการสอบสวนแล้วมีความเห็นว่าจำเลยที่ 1 จะต้องร่วมรับผิดต่อโจทก์ และได้เสนอความเห็นไปยังผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น จนถึงรัฐมนตรีฯ รัฐมนตรีฯ ได้มีคำสั่งให้ดำเนินการตามความเห็นของคณะกรรมการและ ได้มีการแจ้งให้ผู้อำนวยการโจทก์ทราบเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2526 ถือว่าโจทก์รู้ว่าจำเลยที่ 1 พึงต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้โจทก์ ตั้งแต่วันที่ 19 ธันวาคม2526.

Provisions the court ruled on

ป.พ.พ. Section 420 ป.พ.พ. Section 448 ป.พ.พ. Section 460 ป.วิ.พ. Section 55 พร.ฎ.จัดตั้งองค์การแบตเตอร์รี่ พ.ศ.2498 Section 12 พร.ฎ.จัดตั้งองค์การแบตเตอร์รี่ พ.ศ.2498 Section 23

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 2 ได้ขอถอนแบตเตอรี่ที่กองการขนส่งกรมสารบรรณทหาร ซื้อและฝากไว้กับโจทก์ อ้างว่ามีความจำเป็นต้องใช้ในราชการด่วน ส่วนหลักฐานการขอถอนจะส่งตามมาภายหลังซึ่งเป็นความเท็จ และจำเลยที่ 1 ได้ร่วมกับจำเลยที่ 2 โดยจำเลยที่ 1 ออกใบส่งสินค้า และหรือสั่งให้พนักงานของโจทก์ซึ่งอยู่ในบังคับบัญชาของจำเลยที่ 1 ออกใบส่งสินค้าให้จำเลยที่ 2เซ็นชื่อรับแบตเตอรี่ไปจากโจทก์ตามใบส่งสินค้ารวม 33 ฉบับ รวมแบตเตอรี่ที่จำเลยที่ 2 เซ็นรับไปจำนวน 320 หม้อ คิดเป็นเงิน401,480 บาท การกระทำของจำเลยทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายโดยโจทก์จะต้องชดใช้แบตเตอรี่หรือราคาให้แก่กองการขนส่งกรมสารบรรณทหาร กระทรวงกลาโหมได้ตั้งคณะกรรมการทำการสอบสวนและทวงถามจำเลยทั้งสองแล้ว

จำเลยทั้งสองเพิกเฉยจึงขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนแบตเตอรี่ จำนวน 320 หม้อ หรือใช้ราคา 401,480 บาทแก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยจำเลยที่ 1 ให้การว่า จำเลยที่ 1 ไม่ได้กระทำละเมิดและไม่ได้ร่วมกับจำเลยที่ 2 กระทำละเมิดต่อโจทก์ จำเลยที่ 2 ปฏิบัติหน้าที่ในนามกรมสารบรรณทหาร ถือว่ากรมสารบรรณทหารได้รับแบตเตอรี่ตามฟ้องไว้แล้ว โจทก์ไม่ต้องชดใช้แบตเตอรี่คืนโจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหายไม่มีอำนาจฟ้อง คดีโจทก์ขาดอายุความจำเลยที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนแบตเตอรี่จำนวน 320 หม้อ หรือใช้ราคา 401,480 บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยจำเลยที่ 1 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 1 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

"ข้อเท็จจริงที่โจทก์จำเลยนำสืบรับกันฟังได้ว่า ขณะเกิดเหตุจำเลยที่ 1 เป็นพนักงานของโจทก์ ตำแหน่งหัวหน้าแผนกขายส่วนกลาง นางบุปผา พินิจการ เป็นประจำแผนกนางสุดสวาท โสภาคกุล และพันจ่าเอกสุเทพ นพคุณ เป็นพนักงานขายแผนกขายส่วนกลางขึ้นอยู่กับฝ่ายการตลาด มีหน้าที่ขายแบตเตอรี่ทำหนังสือเสนอราคา รับหนังสือรับฝากถอนแบตเตอรี่ และให้บริการในเขตกรุงเทพมหานครและจังหวัดใกล้เคียง กองการขนส่ง กรมสารบรรณทหารเป็นลูกค้าซื้อแบตเตอรี่จากโจทก์โดยมีข้อตกลงเป็นระเบียบปฏิบัติว่ากองการขนส่ง กรมสารบรรณทหาร จะมีหนังสือขอซื้อมายังแผนกขายส่วนกลางและชำระเงินให้ ส่วนแบตเตอรี่นั้นกรมสารบรรณทหารจะรับไปเฉพาะจำนวนที่ต้องการใช้ ส่วนที่เหลือจะฝากไว้กับโจทก์ก่อน

เมื่อต้องการใช้จึงจะมาขอถอน โดยกรมสารบรรณทหารจะมีหนังสือมาขอถอนและระบุชื่อผู้ถอนมาในหนังสือ แต่ในทางปฏิบัติได้มีการใช้วิธีโทรศัพท์ขอเบิกไปก่อนส่วนหนังสือขอถอนจะส่งมาภายหลัง จำเลยที่ 2 เพียงคนเดียวเป็นผู้มาขอถอนแบตเตอรี่ของกรมสารบรรณทหารถ้าแบตเตอรี่ของกรมสารบรรณทหารที่ฝากไว้หมดแล้ว ทางกรมสารบรรณทหารเคยขอยืมแบตเตอรี่จากโจทก์ไปใช้ก่อนหัวหน้าแผนกขายส่วนกลางมีอำนาจให้ยืมได้ เมื่อมีใบสั่งซื้อจึงจะหักลบกัน ตำแหน่งประจำแผนกไม่มีอำนาจให้ยืม ในปีงบประมาณ 2523 กรมสารบรรณทหารได้มีใบสั่งซื้อแบตเตอรี่จากโจทก์รวม 4 ครั้ง หัวหน้าแผนกขายส่วนกลางมีอำนาจให้เบิกถอนแบตเตอรี่ของกรมสารบรรณทหารที่ฝากไว้ โดยแผนกขายส่วนกลางจะทำใบส่งสินค้าให้ไปเบิกที่แผนกผลิตภัณฑ์

ผู้ทำใบเบิกเป็นเจ้าหน้าที่ในแผนก ส่วนผู้อนุมัติจะต้องเป็นหัวหน้าแผนกเมื่อประมาณเดือนกรกฎาคม 2524 กรมสารบรรณทหารมีใบสั่งซื้อมายังแผนกขายส่วนกลาง ทางแผนกขายส่วนกลางจึงได้หักลบกับแบตเตอรี่ที่กรมสารบรรณทหารได้ยืมไปก่อนแล้ว ทางกรมสารบรรณทหารแจ้งว่าไม่เคยยืม จึงได้มีการตรวจสอบร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่ของกรมสารบรรณทหารและเจ้าหน้าที่ของโจทก์ ปรากฏว่าจำเลยที่ 2ได้ขอถอนแบตเตอรี่ของกรมสารบรรณทหารที่ฝากไว้ไป 320 หม้อ โดยไม่มีใบขอถอน ทางกรมสารบรรณทหารปฏิเสธไม่ยอมรับรู้ อ้างว่าไม่ได้เป็นผู้ถอน ได้มีการตั้งคณะกรรมการเพื่อหาตัวผู้รับผิดชอบตามคำสั่งของกระทรวงกลาโหม จำเลยที่ 2 ให้ถ้อยคำต่อคณะกรรมการว่าจำเลยที่ 2 กับจำเลยที่ 1 ได้ร่วมกันทุจริตเอาแบตเตอรี่จำนวน 320 หม้อ ที่กรมสารบรรณทหารฝากไว้กับโจทก์ไป

คณะกรรมการมีความเห็นว่าจำเลยทั้งสองต้องรับผิดคืนแบตเตอรี่จำนวน 320 หม้อหรือใช้ราคา 401,480 บาท ให้แก่โจทก์พิเคราะห์แล้ว ปัญหาแรกที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1มีว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ เห็นว่า แม้กรมสารบรรณทหารได้ซื้อแบตเตอรี่จากโจทก์และขอฝากแบตเตอรี่ที่ซื้อไว้กับโจทก์ก็ตามแต่โจทก์ยังมิได้กำหนดแบ่งแยกไว้แน่นอนว่าจะขายแบตเตอรี่หม้อใดให้โจทก์ แบตเตอรี่จึงยังเป็นของโจทก์เพราะกรรมสิทธิ์ในแบตเตอรี่ยังไม่โอนไปยังกรมสารบรรณทหารผู้ซื้อตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 460 เมื่อแบตเตอรี่ยังเป็นของโจทก์ โจทก์จึงเป็นผู้เสียหายมีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 ได้...ปัญหาต่อไปตามฎีกาของจำเลยที่ 1 มีว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ ที่จำเลยที่ 1 ฎีกาว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความเพราะโจทก์มาฟ้องคดีนี้ภายหลังจากที่โจทก์รู้เรื่องการละเมิดเกินกว่า 1 ปีแล้วนั้น

เห็นว่า แม้จะฟังได้ว่าโจทก์รู้เรื่องละเมิดก่อนวันที่21 พฤษภาคม 2525 ตามเอกสารหมาย ล.1 (ที่ถูกเป็น ล.2)ตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ก็ตาม แต่โจทก์ยังไม่รู้ผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน โจทก์เป็นนิติบุคคลสังกัดกระทรวงกลาโหม มีนายทำนอง วรรณฉวี เป็นผู้อำนวยการซึ่งเป็นผู้มีอำนาจกระทำการแทนโจทก์ กระทรวงกลาโหมสั่งตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงและพิจารณาหาตัวผู้รับผิดชอบทางแพ่งเรื่องแบตเตอรี่ของกรมสารบรรณทหารที่ซื้อและฝากไว้กับโจทก์ คณะกรรมการสอบสวนทำการสอบสวนแล้วมีความเห็นว่าจำเลยที่ 1 จะต้องร่วมรับผิดต่อโจทก์และได้เสนอความเห็นไปยังผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นจนถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมตามเอกสารหมาย จ.30 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้มีคำสั่งให้ดำเนินการตามความเห็นของคณะกรรมการและได้มีการแจ้งให้ผู้อำนวยการของโจทก์ทราบ

ผู้อำนวยการของโจทก์ทราบเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2526 ตามเอกสารหมาย จ.31 ถือได้ว่าโจทก์รู้ว่าจำเลยที่ 1 พึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนให้โจทก์ตั้งแต่วันที่19 ธันวาคม 2526 โจทก์มาฟ้องจำเลยที่ 1 ให้รับผิดต่อโจทก์เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2527 ยังไม่ครบ 1 ปี ฟ้องโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ..."

Result

พิพากษายืน.

Matter details

Panel of judges
บุญศรี กอบบุญ · เสียง ตรีวิมล · สมศักดิ์ วิธุรัติ
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 6576/2545

คำฟ้องในส่วนเกี่ยวกับความเสียหายบรรยายว่าจำเลยทั้งสองระเบิดและย่อยหินนอกพื้นที่ที่ได้รับอนุญาตจำนวนสองครั้ง แต่ละครั้งคิดเป็นพื้นที่เท่าใดและปริมาตรเท่าใด รวมทั้งปริมาตรหินที่จำเลยทั้งสองเอาไปเป็นจำนว…

Supreme Court Judgment No. 7989/2540

ตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 216 เรื่อง ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม ลงวันที่ 29 กันยายน 2515 ข้อ 9 และพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2534 มาตรา 9ต่างก็บัญญัติว่า กระทรวงการคลังมีอำนาจหน้าที…

Supreme Court Judgment, B.E. 2540 (ref. 12245)

เดิมกิจการส่วนการศึกษาสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ต่อมาได้มีพระราชบัญญัติโอนกิจการบริหารโรงเรียนประชาบาลขององค์การบริหารส่วนจังหวัดและโรงเรียนประถมศึกษาของกรมสามัญศึกษา ก…

Supreme Court Judgment No. 7987/2540

เดิมกิจการส่วนการศึกษาสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ต่อมาได้มี พ.ร.บ.โอนกิจการบริหารโรงเรียนประชาบาลขององค์การบริหารส่วนจังหวัด และโรงเรียนประถมศึกษาของกรมสามัญศึกษา กระทรว…

Supreme Court Judgment No. 276/2538

โจทก์ทั้งสี่ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันรับผิด เนื่องจากประมาทเลินเล่อไม่ปฎิบัติตามระเบียบของทางราชการในการตรวจสอบหลักฐานต่าง ๆ ให้ถูกต้อง ในขณะที่ ว.จดทะเบียนรับโอนที่ดินพิพาทโดยใช้หนังสือมอบอำนาจปลอ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up