Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 7989/2540

พ.ศ. 2540 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 216 เรื่อง ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม ลงวันที่ 29 กันยายน 2515 ข้อ 9 และพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2534 มาตรา 9ต่างก็บัญญัติว่า กระทรวงการคลังมีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการเงินแผ่นดิน และตามระเบียบของทางราชการ กระทรวงการคลังมีอำนาจทำความเห็นได้ว่าจำเลยทั้งสี่จะต้องรับผิดฐานละเมิดตามที่สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติโจทก์เสนอความเห็นไปหรือไม่ และโจทก์มีอำนาจฟ้องตามความเห็นของกระทรงการคลังได้ แม้เลขาธิการของโจทก์เคยมีความเห็นว่าไม่มีผู้รับผิดชอบทางแพ่งก็ตาม และปัญหาเรื่องอำนาจฟ้องของโจทก์ในกรณีเช่นนี้ เป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้จำเลยจะมิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ จำเลยก็มีอำนาจยกขึ้นว่ากล่าวในชั้นฎีกาได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง หนังสือพิพาทไม่มีความจำเป็นต้องจัดซื้อโดยเร่งด่วนเนื่องจากได้จัดซื้อตอนกลางปีการศึกษา และไม่ใช่หนังสือภาคบังคับ ไม่จำเป็นตามหลักสูตรเพราะครูสามารถสอนนักเรียนได้โดยใช้คู่มือ จึงถือได้ว่าไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนในการจัดซื้อหนังสือ หากมีการล่าช้าในการจัดซื้อก็ไม่อาจก่อให้เกิดความเสียหายอีกทั้งร้านสหกรณ์กลาโหมจำกัด เป็นนิติบุคคลตามพระราชบัญญัติสหกรณ์ฯ แต่ไม่เป็นหน่วยราชการหรือรัฐวิสาหกิจ จำเลยทั้งสี่จึงไม่มีสิทธิที่จะซื้อจากร้านสหกรณ์กลาโหม จำกัด แม้ผู้บังคับบัญชาของจำเลยทั้งสี่เคยมีหนังสือสั่งการไว้ว่าร้านสหกรณ์กลาโหมจำกัด เป็นหน่วยราชการให้สนับสนุนกิจการร้านสหกรณ์กลาโหมจำกัด ก็ตาม แต่ก็เป็นเพราะความผิดพลาดและเข้าใจผิดทั้งหนังสือสั่งการดังกล่าวเป็นการแนะนำเท่านั้น ไม่ได้บังคับให้ต้องปฏิบัติตาม การที่จำเลยทั้งสี่ร่วมกันจัดซื้อหนังสือพิพาทโดยวิธีกรณีพิเศษตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการพัสดุของหน่วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่นพ.ศ. 2522 ข้อ 16 จึงไม่ชอบ เป็นการผิดระเบียบและก่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ ย่อมเป็นการทำละเมิดต่อโจทก์ การที่โจทก์ได้มีหนังสือสอบถามไปยังผู้อำนวยการการประถมศึกษาจังหวัดราชบุรีว่าได้ซื้อหนังสือแบบทดสอบประเมินผลฉบับบูรณาการชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 หรือไม่โดยจังหวัดราชบุรีได้ตอบโจทก์เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2524ก็เพื่อต้องการทราบเกี่ยวกับการจัดซื้อหนังสือเท่านั้นยังไม่ทราบผู้ทำละเมิด ซึ่งจะต้องมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนอีกชั้นหนึ่ง จึงนับอายุความจากวันที่จังหวัดราชบุรีแจ้งการจัดซื้อหนังสือดังกล่าวไม่ได้ เมื่อโจทก์ได้รับหนังสือจากกระทรวงการคลัง ฉบับลงวันที่ 10 กันยายน 2533 ระบุชื่อผู้ทำละเมิดให้โจทก์ทราบ และโจทก์ฟ้องคดีนี้ในวันที่ 28เดือนเดียวกัน คดีโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ

Provisions the court ruled on

ป.พ.พ. Section 420 ป.พ.พ. Section 448 ป.วิ.พ. Section 55 ป.วิ.พ. Section 249 พ.ร.บ.ปรับปรุง กระทรวง ทบวง กรม พ.ศ.2534 Section 9 ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการพัสดุของหน่วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2522 Section 16 พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ พ.ศ.2522 Section 16

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2523 จำเลยที่ 1ถึงที่ 3 เป็นข้าราชการสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรีโดยจำเลยที่ 1 ดำรงตำแหน่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินและพัสดุมีหน้าที่ดำเนินการเกี่ยวกับการจัดซื้อเบิกจ่ายวัสดุสำนักงาน หนังสือเรียนเครื่องเขียน และแบบพิมพ์ต่าง ๆ ของโรงเรียนประถมศึกษาในสังกัดจังหวัดราชบุรี จำเลยที่ 2 ดำรงตำแหน่งหัวหน้าหมวดการเงินของส่วนการศึกษา มีหน้าที่ควบคุมดูแลและตรวจสอบด้านงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา จำเลยที่ 3 ดำรงตำแหน่งหัวหน้าส่วนการศึกษา มีหน้าที่บริหารงานทุกงานที่เกี่ยวข้องกับส่วนการศึกษาจำเลยที่ 4 เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี มีอำนาจหน้าที่ดำเนินกิจการ ส่วนจังหวัด ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการส่วนจังหวัด

พ.ศ. 2498 และระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการพัสดุของหน่วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2522 จำเลยทั้งสี่ร่วมกันจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์การสอนตามหลักสูตรใหม่ คือหนังสือแบบทดสอบประเมินผลฉบับบูรณาการ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โดยทำสัญญาซื้อขายจากพันโทวิชัย นุตะศิริ และหรือร้านสหกรณ์กลาโหมจำกัด โดยวิธีกรณีพิเศษ ซึ่งไม่มีอำนาจกระทำได้เนื่องจากขัดต่อระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการพัสดุของหน่วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2522 ข้อ 16 จำเลยทั้งสี่จึงต้องจัดซื้อโดยวิธีประกวดราคา ทั้งพันโทวิชัยและร้านสหกรณ์กลาโหม จำกัดมิใช่หน่วยราชการหรือรัฐวิสาหกิจที่เป็นผู้ทำหรือผลิตพัสดุนั้น ๆขึ้นเอง และกระทรวงมหาดไทยไม่ได้อนุมัติให้ซื้อได้

นอกจากนี้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันจัดซื้อหนังสืออย่างรีบด่วน โดยจำเลยที่ 1ทำบันทึกขออนุมัติจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์การสอนตามหลักสูตรใหม่เสนอฝ่ายจำเลยที่ 2 และที่ 3 เพื่อตรวจเสนอต่อจำเลยที่ 4ซึ่งจำเลยที่ 4 ได้อนุมัติให้จัดซื้อในวันเดียวกันในราคาที่สูงกว่าความเป็นจริง การกระทำของจำเลยทั้งสี่ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายโจทก์ทราบถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2533 ขอให้บังคับจำเลยทั้งสี่ร่วมกันชำระเงิน 653,448.60 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยทั้งสี่ให้การว่า จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ต้องปฏิบัติตามคำสั่งของจำเลยที่ 4 ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการส่วนจังหวัด

พ.ศ. 2498 เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2523 กรมการปกครองได้วิทยุโอนเงินจัดสรรแก่จังหวัดราชบุรี เพื่อซื้อแบบพิมพ์สำหรับใช้ในกิจการการศึกษาประชาบาลจังหวัดราชบุรี ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของปีงบประมาณ 2523 หากไม่ดำเนินการเกี่ยวกับเงินดังกล่าวโดยรีบด่วนจะทำให้ราชการได้รับความเสียหายและจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3ต้องผิดวินัยข้าราชการ เงินที่ได้รับจัดสรรให้นั้นไม่สามารถจัดซื้อแบบพิมพ์โดยวิธีประกวดราคาได้ เพราะต้องใช้เวลาปิดประกาศอย่างน้อย 15 วัน จำเป็นต้องจัดซื้อโดยวิธีกรณีพิเศษ ประกอบกับกระทรวงมหาดไทยและกรมการปกครองมีหนังสือแจ้งว่าร้านสหกรณ์กลาโหมจำกัด เป็นหน่วยราชการและการซื้อจากร้านสหกรณ์ดังกล่าวสามารถทำได้โดยไม่ต้องสอบราคา หรือประกวดราคา จึงถือเป็นกฎหมายและระเบียบแบบแผนในการปฏิบัติราชการ

นอกจากนี้ร้านสหกรณ์กลาโหมจำกัด เป็นหน่วยราชการ เมื่อร้านสหกรณ์กลาโหม จำกัด เสนอขายหนังสือแบบทดสอบประเมินผลฉบับบูรณาการ ซึ่งมีขายเฉพาะร้านดังกล่าวแล้วจำเลยที่ 1 จึงเสนอความเห็นขออนุมัติซื้อหนังสือดังกล่าวโดยวิธีกรณีพิเศษผ่านจำเลยที่ 2 และที่ 3 ไปยังจำเลยที่ 4เพื่อขออนุมัติซื้อ เมื่อจำเลยที่ 4 ตรวจสอบแล้วเห็นว่าถูกต้องตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยจึงอนุมัติซื้อแบบพิมพ์และลงนามในสัญญาซื้อขาย การซื้อหนังสือของจำเลยทั้งสี่จึงไม่แพงเกินความจริงโจทก์จึงไม่ได้รับความเสียหาย โจทก์ทราบการกระทำของจำเลยทั้งสี่ตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน 2523

โจทก์ฟ้องคดีนี้เกิน 1 ปี แล้วคดีโจทก์จึงขาดอายุความ เงินที่กรมการปกครองโอนให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดเพื่อนำไปจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์การสอนในโรงเรียนประชาบาลซึ่งสังกัดอยู่กับองค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรี เป็นเงินอุดหนุนจากกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทยไม่ใช่เงินของโจทก์เพราะยังไม่มีพระราชบัญญัติจัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ โจทก์มีฐานะเป็นนิติบุคคลเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2523ซึ่งเป็นเวลาหลังจากที่โจทก์กล่าวหาว่าจำเลยทั้งสี่กระทำละเมิดต่อโจทก์ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันชำระเงิน653,448.60 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยทั้งสี่ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังยุติได้ตามที่โจทก์จำเลยนำสืบรับกันว่า

จำเลยที่ 1 ดำรงตำแหน่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินและพัสดุ จำเลยที่ 2 ดำรงตำแหน่งหัวหน้าหมวดการเงินส่วนการศึกษา จำเลยที่ 3 ดำรงตำแหน่งหัวหน้าส่วนการศึกษาจำเลยทุกคนดังกล่าวสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรีจำเลยที่ 4 เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2523 กรมการปกครองได้มีหนังสือแจ้งไปยังจังหวัดราชบุรีว่าได้จัดสรรเงินเพิ่มเติมในการจัดซื้อหนังสือแบบทดสอบประเมินผลฉบับบูรณาการเพื่อใช้ในชั้นประถมศึกษา ปีที่ 1 เป็นเงินจำนวน1,200,000 บาท ต่อมาวันที่ 30 เดือนเดียวกัน กรมการปกครองได้โอนเงินมาให้ จำเลยที่ 1 ได้ทำบันทึกขออนุมัติซื้อโดยวิธีกรณีพิเศษจากร้านสหกรณ์กลาโหม จำกัด จำเลยที่ 2 และที่ 3ได้ตรวจเรื่องแล้วเสนอจำเลยที่ 4 ว่าเห็นควรอนุมัติ

จำเลยที่ 4ได้พิจารณาแล้วอนุมัติให้จัดซื้อตามที่เสนอ ต่อมาได้ทำสัญญาซื้อขายปรากฏตามเอกสารหมาย จ.9 หลังจากนั้นส่วนการศึกษา องค์การบริหารส่วนจังหวัด ได้โอนไปสังกัดโจทก์ ต่อมามีผู้ร้องเรียนเกี่ยวกับการซื้อหนังสือจากร้านสหกรณ์กลาโหม จำกัด ที่จังหวัดชัยภูมิไปยังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ (ป.ป.ป.) ว่ามีพฤติการณ์ทุจริตคณะกรรมการ ป.ป.ป. จึงได้ทำการสอบสวนที่จังหวัดชัยภูมิและจังหวัดอื่น รวมทั้งจังหวัดราชบุรีด้วย ผลการสอบสวนปรากฏว่ามีมูลความผิดทางวินัยและแจ้งให้กระทรวงศึกษาธิการดำเนินการทางวินัยแก่จำเลยที่ 1 และโจทก์ได้ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรีแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนเพื่อพิจารณาหาผู้รับผิดในทางแพ่งซึ่งคณะกรรมการเห็นว่า

จำเลยที่ 1 กับพวกไม่ได้ทำให้ราชการเสียหายและแจ้งผลให้โจทก์ทราบเลขาธิการของโจทก์เห็นชอบด้วยและแจ้งให้กระทรวงการคลังทราบ แต่กระทรวงการคลังเห็นว่าการกระทำของจำเลยทั้งสี่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการจำเลยทั้งสี่จึงต้องรับผิดชอบปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสี่มีดังนี้ประการแรก โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสี่ฎีกาอ้างเหตุว่า เลขาธิการของโจทก์ได้มีความเห็นตามคณะกรรมการสอบสวนเพื่อพิจารณาหาตัวผู้รับผิดในทางแพ่งว่าจำเลยทั้งสี่ไม่ได้ทำละเมิดต่อโจทก์ ไม่ควรดำเนินคดีต่อจำเลยทั้งสี่ แต่กระทรวงการคลังเห็นว่าจำเลยทั้งสี่จะต้องรับผิด จึงให้ฟ้องจำเลยทั้งสี่กระทรวงการคลังไม่ใช่ผู้เสียหาย โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องปัญหานี้จำเลยที่ 4 ไม่ได้ยกขึ้นว่ากล่าวในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์แต่เนื่องจากเรื่องอำนาจฟ้องเป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน จำเลยที่ 4 มีอำนาจยกขึ้นว่ากล่าวในศาลฎีกาได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคสอง และเห็นว่าตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 216 เรื่องปรับปรุงกระทรวงทบวง

กรม ลงวันที่ 29 กันยายน 2515 ข้อ 9 ก็ดี พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2534 มาตรา 9 ก็ดี ต่างก็บัญญัติว่ากระทรวงการคลังมีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการเงินแผ่นดิน และตามระเบียบของทางราชการ กระทรวงการคลังมีอำนาจทำความเห็นได้ว่าจำเลยทั้งสี่จะต้องรับผิดฐานละเมิดหรือไม่ ตามที่โจทก์เสนอความเห็นไป และโจทก์มีอำนาจฟ้องตามความเห็นของกระทรวงการคลังได้ แม้เลขาธิการของโจทก์เคยมีความเห็นว่าไม่มีผู้ใดรับผิดชอบทางแพ่งก็ตาม คดีนี้โจทก์ซึ่งได้รับความเสียหายจากการกระทำละเมิดเป็นผู้ฟ้องคดีเอง ไม่ใช่กระทรวงการคลังเป็นผู้ฟ้องคดีประการที่สอง จำเลยทั้งสี่ทำละเมิดต่อโจทก์หรือไม่ จำเลยทั้งสี่อ้างเหตุว่า ในการจัดซื้อหนังสือพิพาทเป็นการเร่งด่วน

เพราะโรงเรียนชั้นประถมศึกษาเปิดสอนเทอมที่ 2 แล้ว และงบประมาณที่ได้รับเพิ่งโอนมาเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2523 ซึ่งเป็นวันสิ้นปีงบประมาณเป็นการจัดซื้อโดยวิธีกรณีพิเศษและซื้อจากร้านสหกรณ์กลาโหม จำกัด ซึ่งเป็นหน่วยราชการด้วยกันและเป็นหนังสือหลักสูตรใหม่ ไม่เคยมีผู้ใดเขียนหรือแต่งมาก่อนและกระทรวงการคลังไม่ได้กำหนดราคากลางไว้ ราคาที่จัดซื้อเหมาะสมแล้ว จำเลยทั้งสี่ไม่ได้ทำละเมิด โจทก์มีนายมานิตวิทยาเต็ม รับราชการที่สำนักงานปลัดกระทรวงการคลังและนายสมชิต สตภูมินทร์ รับราชการที่สำนักงาน ป.ป.ป. ต่างเบิกความตรงกันว่า หนังสือพิพาทไม่จำเป็นต้องจัดซื้อโดยเร่งด่วนเนื่องจากได้จัดซื้อตอนกลางปีการศึกษา และกรมวิชาการกระทรวงศึกษาธิการยืนยันมายังสำนักงาน

ป.ป.ป. ว่า หนังสือดังกล่าวไม่ใช่หนังสือภาคบังคับ ไม่จำเป็นตามหลักสูตรเพราะครูสามารถสอนนักเรียนได้โดยใช้คู่มือ ดังนี้ จะเห็นได้ว่าไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนในการจัดซื้อหนังสือ หากมีการล่าช้าในการจัดซื้อก็ไม่อาจก่อให้เกิดความเสียหาย การที่จำเลยทั้งสี่ร่วมกันจัดซื้อหนังสือพิพาทโดยวิธีกรณีพิเศษตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการพัสดุของหน่วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2522ข้อ 16 จึงไม่ชอบ นอกจากนี้ยังได้ความจากนายมานิต วิทยาเต็มและพันเอกวิชัย นุตะศิริ ผู้จัดการร้านสหกรณ์กลาโหม จำกัด ว่า ร้านสหกรณ์กลาโหม จำกัด เป็นนิติบุคคลตามพระราชบัญญัติสหกรณ์แต่ไม่เป็นหน่วยราชการหรือรัฐวิสาหกิจ จำเลยทั้งสี่จึงไม่มีสิทธิที่จะซื้อจากร้านสหกรณ์กลาโหม

จำกัด แม้ผู้บังคับบัญชาของจำเลยทั้งสี่เคยมีหนังสือสั่งการไว้ว่าร้านสหกรณ์กลาโหม จำกัดเป็นหน่วยราชการให้สนับสนุนกิจการร้านสหกรณ์กลาโหม จำกัดนั้น เป็นเพราะความผิดพลาดและเข้าใจผิด ทั้งหนังสือดังกล่าวเป็นการแนะนำเท่านั้น ไม่ได้บังคับให้ต้องปฏิบัติตาม เมื่อการจัดซื้อหนังสือดังกล่าวผิดระเบียบและก่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ จำเลยทั้งสี่ได้ชื่อว่าทำละเมิดต่อโจทก์ประการสุดท้าย คดีโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ จำเลยทั้งสี่อ้างเหตุว่า โจทก์ได้มีหนังสือสอบถามไปยังผู้อำนวยการการประถมศึกษาจังหวัดราชบุรีว่าได้ซื้อหนังสือแบบทดสอบประเมินผลฉบับบูรณาการชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 หรือไม่ จังหวัดราชบุรีได้ตอบโจทก์เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2524 โจทก์ย่อมทราบดีว่าจำเลยทำละเมิดตั้งแต่เดือนมีนาคม 2524 สิทธิเรียกร้องของโจทก์จะต้องเริ่มนับแต่ต้นเดือนเมษายน 2524 โจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2533เกิน 1 ปี

คดีขาดอายุความแล้ว เห็นว่า การสอบถามของโจทก์ดังกล่าวเพื่อต้องการทราบเกี่ยวกับการจัดซื้อหนังสือเท่านั้น ยังไม่ทราบผู้ทำละเมิดซึ่งจะต้องมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนอีกชั้นหนึ่งจึงนับจากวันที่จังหวัดราชบุรีแจ้งการจัดซื้อหนังสือดังกล่าวไม่ได้ในข้อนี้นายสมชัย วุฑฒิปรีชา พยานโจทก์เบิกความว่า โจทก์ได้รับหนังสือจากกระทรวงการคลัง ฉบับลงวันที่ 10 กันยายน 2533ระบุชื่อผู้ทำละเมิดให้โจทก์ทราบ และโจทก์ฟ้องคดีนี้ในวันที่ 28เดือนเดียวกัน คดีโจทก์จึงไม่ขาดอายุความพิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
สมปอง เสนเนียม · จรัญ หัตถกรรม · ผล อนุวัตรนิติการ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 6576/2545

คำฟ้องในส่วนเกี่ยวกับความเสียหายบรรยายว่าจำเลยทั้งสองระเบิดและย่อยหินนอกพื้นที่ที่ได้รับอนุญาตจำนวนสองครั้ง แต่ละครั้งคิดเป็นพื้นที่เท่าใดและปริมาตรเท่าใด รวมทั้งปริมาตรหินที่จำเลยทั้งสองเอาไปเป็นจำนว…

Supreme Court Judgment No. 48/2535

ฎีกาจำเลยที่ 2 ที่ว่า กรมการขนส่งทางบกโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 3(พ.ศ. 2523) ออกตามความในพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 ข้อ 1 กำหนดให้เงินภาษีรถประจำปีเป็นเงินของจังหวัด หาใช่…

Supreme Court Judgment, B.E. 2500 (ref. 38298)

การนับอายุความ 1 ปี เรื่องละเมิดตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 448 ต้องเริ่มนับแต่วันที่ผู้เสียหายรู้ว่าใครควรรับผิดอย่างใด เมื่อมาฟ้องคดีเกินกว่าหนึ่งปี นับแต่ได้ทราบเรื่อง ก็ขาดอายุความ (ฎีกา…

Supreme Court Judgment, B.E. 2500 (ref. 78850)

การนับอายุความ 1 ปี เรื่องละเมิดตาม ป.พ.พ.มาตรา 448 ต้องเริ่มนับแต่วันที่ผู้เสียหายรู้ว่าใครควรรับผิดอย่างใด เมื่อมาฟ้องคดีเกินกว่าหนึ่งปี นับแต่ได้ทราบเรื่อง ก็ขาดอายุความ (ฎีกา 243/2497) เมื่อโจทก์จ…

Supreme Court Judgment No. 8414/2552

โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาศาลชั้นต้นเพียงประเด็นเดียวเรื่องอายุความ เมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 4 วินิจฉัยว่าคดีไม่ขาดอายุความ แม้ว่าคำฟ้องอุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสองจะมิได้อุทธรณ์คัดค้านประเด็นพิพาทข้ออื่…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up