Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2533 (ref. 57709)

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 3 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า เป็นการฎีกาปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 ไม่รับฎีกาจำเลยที่ 1 ที่ 3 เห็นว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาปัญหาข้อกฎหมายรวมกับปัญหาข้อเท็จจริงว่า การที่โจทก์ที่ 2 ได้ร่วมลงทุนการค้าร่วมกับนางภัสราจิตรสาระครและนางนงคราญขันติวิริ ยาคมโดยโจทก์ที่ 2 เป็นผู้จ่ายเงินกู้ นางภัสราจิตรและนางนงคราญเป็นผู้เรียกเก็บต้นเงินและดอกเบี้ยจากผู้กู้ คิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 8 ต่อเดือนส่งให้โจทก์ที่ 2 ร้อยละ 5 ต่อเดือน ส่วนที่เหลือร้อยละ 3 ต่อเดือนให้เป็นค่าตอบแทนแก่นางภัสราจิตรและนางนงคราญ จำเลยที่ 1 ที่ 2เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของนางภัสราจิตรและนางนงคราญ จึงถูกบุคคลทั้งสองใช้สอยให้กู้เงินโจทก์ที่ 2 ตั้งแต่ปี 2528 ตลอดมาจนถึงวันเกิดเหตุคดีนี้ ซึ่งต่างฝ่ายต่างรู้ถึงการกระทำของกันและกัน การกระทำของโจทก์ที่ 2เป็นการบ่อนทำลายเศรษฐกิจของชาติ ขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน ดังนั้นการกระทำของจำเลยดังกล่าวต่อโจทก์ที่ 2เป็นความผิดฐานฉ้อโกงหรือไม่ ส่วนในความผิดฐานใช้เอกสารปลอมตามหนังสือสัญญากู้เอกสารหมาย จ.1 จ.3 จ.5 จ.7จ.9 จ.10 และ จ.12การลงลายมือชื่อในหนังสือสัญญากู้(แบบพิมพ์ของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูร้อยเอ็ด จำกัด) ไว้เฉย ๆ โดยมิได้กรอกข้อความใด ๆ ทั้งไม่ทราบว่าเป็นลายมือชื่อของผู้ใดการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดฐานปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอมหรือไม่ โปรดมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยที่ 1 ที่ 3 ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ที่ 1 ที่ 2 ได้ลงลายมือชื่อรับสำเนาคำร้องข้างคำร้องแล้ว (อันดับ 277)คดีทั้งสองสำนวนศาลชั้นต้นพิพากษารวมกัน โดยให้เรียกโจทก์ในสำนวนแรกว่า โจทก์ที่ 1 และเรียกโจทก์ในสำนวนหลังว่าโจทก์ที่ 2 เรียกจำเลยที่ 1 และที่ 2 ในสำนวนแรกว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 เรียกจำเลยที่ 3 ในสำนวนหลังว่า จำเลยที่ 3ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268,391,83 และ 91 เรียงกระทงลงโทษจำเลยที่ 1 และที่ 3 ตามมาตรา 268 รวม 6 กระทง จำคุกกระทงละ6 เดือนรวมลงโทษจำคุกคนละ 3 ปี เรียงกระทงลงโทษจำเลยที่ 2 ตามมาตรา 268 รวม 7 กระทง จำคุกกระทงละ 6 เดือน รวมลงโทษจำคุก 3 ปี 6 เดือนศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 1 ที่ 3 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 264)จำเลยที่ 1 ที่ 3 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 277)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลล่างทั้งสองฟังข้อเท็จจริงว่าลายมือชื่อของบุคคลที่ปรากฏอยู่ในคำขอกู้เงินเพื่อเหตุฉุกเฉินตามฟ้องนั้น ไม่มีรายชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูร้อยเอ็ด จำกัด ยกเว้นรายนางสาวเครือวรรณทวีพงษ์ แต่นางสาวเครือวรรณก็ไม่ได้ลงชื่อในคำขอกู้เงินดังกล่าว จำเลยที่ 1และที่ 3 ได้ร่วมกันนำคำขอกู้เงินเพื่อเหตุฉุกเฉินตามฟ้องไปขายให้โจทก์ที่ 2 โจทก์ที่ 2 ได้รับซื้อไว้ ปัญหาว่าการกระทำของจำเลยที่ 1 และที่ 3 ดังกล่าวจะเป็นความผิดฐานฉ้อโกงและฐานใช้เอกสารปลอมหรือไม่จึงเป็นปัญหาข้อกฎหมาย ให้รับฎีกาของจำเลยที่ 1 และที่ 3 ในปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าวไว้ดำเนินการต่อไป

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1113 - 1114/2533พนักงานอัยการจังหวัดร้อยเอ็ดโจทก์นางสุรินีย์ กามูจันดี กับพวกจำเลยนางสุรินีย์ กามูจันดี ที่ 1ผู้ยื่นคำร้องนายสุนทร กามูจันดี ที่ 3 จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218ความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 3 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า เป็นการฎีกาปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 ไม่รับฎีกาจำเลยที่ 1 ที่ 3 เห็นว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาปัญหาข้อกฎหมายรวมกับปัญหาข้อเท็จจริงว่า การที่โจทก์ที่ 2 ได้ร่วมลงทุนการค้าร่วมกับนางภัสราจิตรสาระครและนางนงคราญขันติวิริ ยาคมโดยโจทก์ที่ 2 เป็นผู้จ่ายเงินกู้ นางภัสราจิตรและนางนงคราญเป็นผู้เรียกเก็บต้นเงินและดอกเบี้ยจากผู้กู้

คิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 8 ต่อเดือนส่งให้โจทก์ที่ 2 ร้อยละ 5 ต่อเดือน ส่วนที่เหลือร้อยละ 3 ต่อเดือนให้เป็นค่าตอบแทนแก่นางภัสราจิตรและนางนงคราญ จำเลยที่ 1 ที่ 2เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของนางภัสราจิตรและนางนงคราญ จึงถูกบุคคลทั้งสองใช้สอยให้กู้เงินโจทก์ที่ 2 ตั้งแต่ปี 2528 ตลอดมาจนถึงวันเกิดเหตุคดีนี้ ซึ่งต่างฝ่ายต่างรู้ถึงการกระทำของกันและกัน การกระทำของโจทก์ที่ 2เป็นการบ่อนทำลายเศรษฐกิจของชาติ ขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน ดังนั้นการกระทำของจำเลยดังกล่าวต่อโจทก์ที่ 2เป็นความผิดฐานฉ้อโกงหรือไม่ ส่วนในความผิดฐานใช้เอกสารปลอมตามหนังสือสัญญากู้เอกสารหมาย จ.1 จ.3 จ.5 จ.7จ.9 จ.10 และ จ.12การลงลายมือชื่อในหนังสือสัญญากู้(แบบพิมพ์ของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูร้อยเอ็ด

จำกัด) ไว้เฉย ๆ โดยมิได้กรอกข้อความใด ๆ ทั้งไม่ทราบว่าเป็นลายมือชื่อของผู้ใดการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดฐานปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอมหรือไม่ โปรดมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยที่ 1 ที่ 3 ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ที่ 1 ที่ 2 ได้ลงลายมือชื่อรับสำเนาคำร้องข้างคำร้องแล้ว (อันดับ 277)

คดีทั้งสองสำนวนศาลชั้นต้นพิพากษารวมกัน โดยให้เรียกโจทก์ในสำนวนแรกว่า โจทก์ที่ 1 และเรียกโจทก์ในสำนวนหลังว่าโจทก์ที่ 2 เรียกจำเลยที่ 1 และที่ 2 ในสำนวนแรกว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 เรียกจำเลยที่ 3 ในสำนวนหลังว่า จำเลยที่ 3ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268,391,83 และ 91 เรียงกระทงลงโทษจำเลยที่ 1 และที่ 3 ตามมาตรา 268 รวม 6 กระทง จำคุกกระทงละ6 เดือนรวมลงโทษจำคุกคนละ 3 ปี เรียงกระทงลงโทษจำเลยที่ 2 ตามมาตรา 268 รวม 7 กระทง จำคุกกระทงละ 6 เดือน รวมลงโทษจำคุก 3 ปี 6 เดือนศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 1 ที่ 3 ฎีกา

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 264)จำเลยที่ 1 ที่ 3 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 277)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลล่างทั้งสองฟังข้อเท็จจริงว่าลายมือชื่อของบุคคลที่ปรากฏอยู่ในคำขอกู้เงินเพื่อเหตุฉุกเฉินตามฟ้องนั้น ไม่มีรายชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูร้อยเอ็ด จำกัด ยกเว้นรายนางสาวเครือวรรณทวีพงษ์ แต่นางสาวเครือวรรณก็ไม่ได้ลงชื่อในคำขอกู้เงินดังกล่าว จำเลยที่ 1และที่ 3 ได้ร่วมกันนำคำขอกู้เงินเพื่อเหตุฉุกเฉินตามฟ้องไปขายให้โจทก์ที่ 2 โจทก์ที่ 2 ได้รับซื้อไว้ ปัญหาว่าการกระทำของจำเลยที่ 1 และที่ 3 ดังกล่าวจะเป็นความผิดฐานฉ้อโกงและฐานใช้เอกสารปลอมหรือไม่จึงเป็นปัญหาข้อกฎหมาย ให้รับฎีกาของจำเลยที่ 1 และที่ 3 ในปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าวไว้ดำเนินการต่อไป

Matter details

Panel of judges
เธียร ยูงทอง · สวิน อักขรายุธ · อากาศ บำรุงชีพ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 3399/2568

การที่จำเลยฎีกาว่า คดีโจทก์ในความผิดฐานฉ้อโกงขาดอายุความ เพราะผู้เสียหายไม่ได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดนั้น ในการวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวต้องย้อนไปวินิจฉั…

Supreme Court Judgment No. 238/2568

คำฟ้องฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายของจำเลยทั้งสองล้วนเป็นการคัดลอกข้อความในอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองโดยมิได้ระบุข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายขึ้นอ้างอิงให้เห็นว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ไม่ถูกต้อง คลาดเคลื่อนหรือไม่ช…

Supreme Court Judgment No. 7207/2567

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาจำเลยเฉพาะความผิดฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี และสั่งไม่รับฎีกาจำเลยในความผิดฐานอื่น ซึ่งจำเลยอาจฎีกาเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นนั้นต่อศาลฎีกาได้ ตาม ป.วิ.…

Supreme Court Judgment No. 5682/2567

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาปรับบทลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 335 (1) (3) (5) วรรคสอง ประกอบมาตรา 336 ทวิ จำคุก 1 ปี 6 เดือน ให้เพิ่มโทษจำเลยหนึ่งในสามตาม ป.อ. มาตรา 92 เป็นจำคุก 1 ปี 12 เดือน และลดโทษให้กึ่ง…

Supreme Court Judgment No. 4447/2567

คดีนี้ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยฐานช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้โดยประการใด ซึ่งของอันตนรู้ว่านำเข้ามาในราชอาณาจักรที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up