คำฟ้องและคำให้การ
ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 3635/2535ว่าที่ร้อยตรีโกวิธหรือโกวิท มุลตรีหรือมูลตรีโจทก์นายชูชาติ งามเง้า กับพวกจำเลยนายวัชรินทร์ มาศอมรพันธุ์ ทนายจำเลยที่ 2ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 248, ม. 249, ม. 252ความว่า จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่าฎีกาของจำเลยที่ 2 ในส่วนข้อเท็จจริงนั้นเมื่อไม่มีการรับรองจึงต้องห้ามฎีกา ส่วนฎีกาในส่วนปัญหาข้อกฎหมายก็ไม่เป็นสาระแก่คดี จึงไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 2จำเลยที่ 2 เห็นว่า คดีนี้เกิดขึ้นก่อนประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งที่แก้ไขใหม่ใช้บังคับคดีจึงไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ส่วนฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายเป็นสาระสำคัญแก่คดี โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยที่ 2 ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปด้วยหมายเหตุ
ไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องหรือไม่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหาย 82,130 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 3คำขอของโจทก์นอกจากนี้ให้ยกศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนจำเลยที่ 2 ฎีกา
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกา (อันดับ 149)ทนายจำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 154)คำสั่งกฎหมายวิธีพิจารณาว่าด้วยข้อห้ามฎีกาในคดีแพ่งย่อมมีผลใช้บังคับทันทีตามวันเวลาที่กำหนดไว้การพิจารณาว่าคู่ความมีสิทธิฎีกาได้หรือไม่ จึงต้องพิจารณาตามกฎหมายที่ใช้บังคับในวันยื่นฎีกาเป็นสำคัญ คดีนี้เป็นคดีมีทุนทรัพย์และจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาท คู่ความจึงไม่มีสิทธิฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงฎีกาปัญหาข้อเท็จจริงของจำเลยที่ 2 จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248ที่ใช้บังคับอยู่ในวันที่ยื่นฎีกา ส่วนฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายก็ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยคำสั่งศาลชั้นต้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง