Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2538 (ref. 55896)

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ไม่อนุญาตให้จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงจึงไม่รับฎีกาของจำเลย จำเลยเห็นว่า ฎีกาข้อ 2 เป็นปัญหาข้อเท็จจริงที่ควร ได้รับการวินิจฉัยจากศาลฎีกา เพราะศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ หยิบยกพยานแวดล้อมซึ่งเป็นพยานชั้นสองมาลงโทษจำเลย เป็นการไม่ชอบด้วยการรับฟังพยานหลักฐาน ส่วนฎีกาข้อ 3 ที่ว่า โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานเป็นตัวการ แต่ทางพิจารณา ได้ความว่าจำเลยเป็นผู้ใช้ การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่า จำเลยเป็นตัวการในการกระทำความผิดจึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 เป็นปัญหาข้อกฎหมายโปรดมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ ไม่แน่ชัดว่าโจทก์หรือโจทก์ร่วมลงลายมือชื่อรับสำเนาคำร้องไว้ข้างคำร้อง ระหว่างพิจารณา นายประเสริฐ เสตสุบรรณ ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,358,365(2)(3) การกระทำของจำเลยกรรมเดียว ผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามมาตรา 365(2)(3) ซึ่งเป็นบทหนัก ตามมาตรา 90 จำคุกจำเลย 1 ปี ปรับ 10,000 บาท พิเคราะห์ตาม พฤติการณ์แห่งคดีประกอบกับไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยกระทำความผิด มาก่อน โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ตามมาตรา 56 มีกำหนด 2 ปี ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29,30คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358,365(3) ประกอบด้วยมาตรา 362ให้ลงโทษตามมาตรา 365(3) ซึ่งเป็นบทหนักที่สุด นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 101) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 104 แผ่นที่ 2)คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ตามฎีกาข้อ 2 ของจำเลย ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยได้บุกรุกเข้าไปในตึกแถวของโจทก์ร่วม และทุบทำลายตึกแถวของโจทก์ร่วมเพื่อปรับปรุงใหม่ โดยสั่งการ ให้ผู้รับเหมาเข้าไปดำเนินการ จำเลยฎีกาว่า จำเลยไม่เคยรับ กับโจทก์ร่วมว่าได้ดำเนินการบุกรุกและทำให้เสียทรัพย์ ในตึกแถวของโจทก์ร่วม พยานหลักฐานของโจทก์และโจทก์ร่วม ไม่เพียงพอที่จะรับฟังว่าจำเลยได้กระทำผิดเป็นฎีกาโต้เถียง ดุลพินิจในการฟังพยานหลักฐานของศาล จึงเป็นฎีกาในปัญหา ข้อเท็จจริงและตามฎีกาข้อ 3 จำเลยฎีกาว่า ชั้นพิจารณา ฟังข้อเท็จจริงได้ว่า จำเลยได้ใช้หรือจ้างวานบุคคลอื่นบุกรุก และทำให้เสียทรัพย์ในตึกแถวของโจทก์ร่วม จำเลย จึงไม่ได้เป็นตัวการตามฟ้อง ศาลลงโทษจำเลยเป็นตัวการไม่ได้ เห็นว่า เป็นการโต้เถียงข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ รับฟังมาว่า จำเลยแต่ผู้เดียวได้บุกรุกและทำให้เสียทรัพย์ ในตึกแถวของโจทก์ร่วม ไม่ได้ใช้หรือจ้างวานบุคคลอื่น เพราะบุคคลอื่นไม่ทราบเจตนาของจำเลย จึงเป็นฎีกาในปัญหา ข้อเท็จจริงเช่นกัน ฎีกาของจำเลยข้อ 2 ข้อ 3 จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่ง ให้ยกคำร้อง

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2474/2538พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุดโจทก์โจทก์ร่วมโจทก์นายประเสริฐ เสตสุบรรณโจทก์นายสมบัติ ศักดิ์อาชีพจำเลยนายสมบัติ ศักดิ์อาชีพ จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218 วรรคแรกความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ไม่อนุญาตให้จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงจึงไม่รับฎีกาของจำเลย จำเลยเห็นว่า ฎีกาข้อ 2 เป็นปัญหาข้อเท็จจริงที่ควร ได้รับการวินิจฉัยจากศาลฎีกา เพราะศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ หยิบยกพยานแวดล้อมซึ่งเป็นพยานชั้นสองมาลงโทษจำเลย เป็นการไม่ชอบด้วยการรับฟังพยานหลักฐาน ส่วนฎีกาข้อ 3 ที่ว่า โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานเป็นตัวการ แต่ทางพิจารณา ได้ความว่าจำเลยเป็นผู้ใช้ การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่า จำเลยเป็นตัวการในการกระทำความผิดจึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 เป็นปัญหาข้อกฎหมายโปรดมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ ไม่แน่ชัดว่าโจทก์หรือโจทก์ร่วมลงลายมือชื่อรับสำเนาคำร้องไว้ข้างคำร้อง

ระหว่างพิจารณา นายประเสริฐ เสตสุบรรณ ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,358,365(2)(3) การกระทำของจำเลยกรรมเดียว ผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามมาตรา 365(2)(3) ซึ่งเป็นบทหนัก ตามมาตรา 90 จำคุกจำเลย 1 ปี ปรับ 10,000 บาท พิเคราะห์ตาม พฤติการณ์แห่งคดีประกอบกับไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยกระทำความผิด มาก่อน โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ตามมาตรา 56 มีกำหนด 2 ปี ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29,30คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358,365(3) ประกอบด้วยมาตรา 362ให้ลงโทษตามมาตรา 365(3) ซึ่งเป็นบทหนักที่สุด นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 101) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 104 แผ่นที่ 2)คำสั่ง

พิเคราะห์แล้ว ตามฎีกาข้อ 2 ของจำเลย ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยได้บุกรุกเข้าไปในตึกแถวของโจทก์ร่วม และทุบทำลายตึกแถวของโจทก์ร่วมเพื่อปรับปรุงใหม่ โดยสั่งการ ให้ผู้รับเหมาเข้าไปดำเนินการ จำเลยฎีกาว่า จำเลยไม่เคยรับ กับโจทก์ร่วมว่าได้ดำเนินการบุกรุกและทำให้เสียทรัพย์ ในตึกแถวของโจทก์ร่วม พยานหลักฐานของโจทก์และโจทก์ร่วม ไม่เพียงพอที่จะรับฟังว่าจำเลยได้กระทำผิดเป็นฎีกาโต้เถียง ดุลพินิจในการฟังพยานหลักฐานของศาล จึงเป็นฎีกาในปัญหา ข้อเท็จจริงและตามฎีกาข้อ 3 จำเลยฎีกาว่า ชั้นพิจารณา ฟังข้อเท็จจริงได้ว่า จำเลยได้ใช้หรือจ้างวานบุคคลอื่นบุกรุก และทำให้เสียทรัพย์ในตึกแถวของโจทก์ร่วม จำเลย จึงไม่ได้เป็นตัวการตามฟ้อง

ศาลลงโทษจำเลยเป็นตัวการไม่ได้ เห็นว่า เป็นการโต้เถียงข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ รับฟังมาว่า จำเลยแต่ผู้เดียวได้บุกรุกและทำให้เสียทรัพย์ ในตึกแถวของโจทก์ร่วม ไม่ได้ใช้หรือจ้างวานบุคคลอื่น เพราะบุคคลอื่นไม่ทราบเจตนาของจำเลย จึงเป็นฎีกาในปัญหา ข้อเท็จจริงเช่นกัน ฎีกาของจำเลยข้อ 2 ข้อ 3 จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่ง ให้ยกคำร้อง

Matter details

Panel of judges
ปรีชา เฉลิมวณิชย์ · ธีระจิต ไชยาคำ · สถิตย์ สิทธิลักษณ์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up