Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2538 (ref. 55718)

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยทั้งสองยื่นฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 4 ปี ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นให้จำคุกคนละ 2 ปี 8 เดือน กรณีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ฎีกาของจำเลยทั้งสองเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ซึ่งต้องห้ามฎีกา และผู้พิพากษาที่ลงชื่อในคำพิพากษาของศาลชั้นต้นไม่ได้รับรองให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้ ฎีกาของจำเลยจึงต้องห้ามไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งสอง จำเลยทั้งสองเห็นว่า ฎีกาของจำเลยทั้งสองในเรื่อง ที่ว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้คำพิพากษาของศาลชั้นต้นนั้น เป็นการแก้ไขมาก และเกี่ยวกับอำนาจฟ้องปัญหาดังกล่าว เป็นข้อกฎหมายสมควรได้รับการวินิจฉัยจากศาลสูง โปรดมีคำสั่ง ให้รับฎีกาของจำเลยทั้งสองไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาแล้ว (อันดับ 128) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดฐานร่วมกัน ทำไม้ตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507มาตรา 14,31 วรรคสอง ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484มาตรา 11,73 วรรคสอง ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83ความผิดตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ มาตรา 14, 31 วรรคสอง กับความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ มาตรา 11, 73 วรรคสอง เป็นความผิดกรรมเดียวต้องด้วยกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตาม พระราชบัญญัติป่าไม้ มาตรา 11,73 วรรคสอง ซึ่งเป็นบทหนัก ที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ให้จำคุกคนละ 1 ปี กระทงหนึ่งและมีความผิดฐานร่วมกันแปรรูปไม้ ตามพระราชบัญญัติ ป่าไม้ มาตรา 48 วรรคแรก, 73 วรรคสอง ให้จำคุกคนละ 1 ปี กระทงหนึ่ง และฐานมีไม้หวงห้ามยังไม่แปรรูปโดยไม่ได้ รับอนุญาต ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ มาตรา 69 จำคุกคนละ 1 ปี และฐานมีไม้หวงห้ามแปรรูปไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้ รับอนุญาต ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ มาตรา 48 วรรคแรก,73 วรรคสอง ให้จำคุก คนละ 1 ปี อีกกระทงหนึ่ง รวมจำคุก คนละ 4 ปี ของกลางริบ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลดโทษจำเลย ทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หนึ่งในสาม คงจำคุก จำเลยทั้งสองคนละ 2 ปี 8 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตาม คำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกา(อันดับ 108) จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 114)คำสั่ง คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกจำเลยทั้งสอง 4 กระทงกระทงละ 1 ปี รวมจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 4 ปี ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลดโทษหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 2 ปี 8 เดือน ตามบทกฎหมายที่ศาลชั้นต้นวางมา ดังนี้เป็นการ แก้ไขเล็กน้อย ห้ามมิให้คู่ความฎีกาปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรกส่วนที่จำเลยทั้งสองอ้างว่ามีข้อกฎหมายเกี่ยวกับอำนาจ ฟ้องนั้น ก็ไม่ปรากฏว่าได้ฎีกาไว้แต่อย่างใด ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาชอบแล้ว ให้ยกคำร้องของ จำเลยทั้งสอง

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1268/2538พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดอำนาจเจริญโจทก์นายไหม สว่างเนตร กับพวกจำเลยนายวสันต์ พันธุยา ทนายจำเลยทั้งสองผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 218 วรรคแรกความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองยื่นฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 4 ปี ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นให้จำคุกคนละ 2 ปี 8 เดือน กรณีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ฎีกาของจำเลยทั้งสองเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ซึ่งต้องห้ามฎีกา และผู้พิพากษาที่ลงชื่อในคำพิพากษาของศาลชั้นต้นไม่ได้รับรองให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้ ฎีกาของจำเลยจึงต้องห้ามไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งสอง จำเลยทั้งสองเห็นว่า ฎีกาของจำเลยทั้งสองในเรื่อง ที่ว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้คำพิพากษาของศาลชั้นต้นนั้น เป็นการแก้ไขมาก และเกี่ยวกับอำนาจฟ้องปัญหาดังกล่าว เป็นข้อกฎหมายสมควรได้รับการวินิจฉัยจากศาลสูง

โปรดมีคำสั่ง ให้รับฎีกาของจำเลยทั้งสองไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาแล้ว (อันดับ 128) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดฐานร่วมกัน ทำไม้ตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507มาตรา 14,31 วรรคสอง ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484มาตรา 11,73 วรรคสอง ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83ความผิดตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ มาตรา 14, 31 วรรคสอง กับความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ มาตรา 11, 73 วรรคสอง เป็นความผิดกรรมเดียวต้องด้วยกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตาม พระราชบัญญัติป่าไม้ มาตรา 11,73 วรรคสอง ซึ่งเป็นบทหนัก ที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ให้จำคุกคนละ 1 ปี กระทงหนึ่งและมีความผิดฐานร่วมกันแปรรูปไม้ ตามพระราชบัญญัติ

ป่าไม้ มาตรา 48 วรรคแรก, 73 วรรคสอง ให้จำคุกคนละ 1 ปี กระทงหนึ่ง และฐานมีไม้หวงห้ามยังไม่แปรรูปโดยไม่ได้ รับอนุญาต ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ มาตรา 69 จำคุกคนละ 1 ปี และฐานมีไม้หวงห้ามแปรรูปไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้ รับอนุญาต ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ มาตรา 48 วรรคแรก,73 วรรคสอง ให้จำคุก คนละ 1 ปี อีกกระทงหนึ่ง รวมจำคุก คนละ 4 ปี ของกลางริบ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลดโทษจำเลย ทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หนึ่งในสาม คงจำคุก จำเลยทั้งสองคนละ 2 ปี 8 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตาม คำพิพากษาศาลชั้นต้น

จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกา(อันดับ 108) จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 114)คำสั่ง คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกจำเลยทั้งสอง 4 กระทงกระทงละ 1 ปี รวมจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 4 ปี ศาลอุทธรณ์ภาค 1

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลดโทษหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 2 ปี 8 เดือน ตามบทกฎหมายที่ศาลชั้นต้นวางมา ดังนี้เป็นการ แก้ไขเล็กน้อย ห้ามมิให้คู่ความฎีกาปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรกส่วนที่จำเลยทั้งสองอ้างว่ามีข้อกฎหมายเกี่ยวกับอำนาจ ฟ้องนั้น ก็ไม่ปรากฏว่าได้ฎีกาไว้แต่อย่างใด ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาชอบแล้ว ให้ยกคำร้องของ จำเลยทั้งสอง

Matter details

Panel of judges
นาม ยิ้มแย้ม · สุรินทร์ นาควิเชียร · จรัญ หัตถกรรม
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up