Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 5506/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

คดีที่ต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 แม้ฎีกาของจำเลยในปัญหาที่ว่ามีเหตุให้พิจารณาใหม่หรือไม่ จะเป็นปัญหาในชั้นดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลชั้นต้นที่ไม่ใช่ปัญหาในประเด็นข้อพิพาทตามคำฟ้องและคำให้การก็ตามก็ต้องถือทุนทรัพย์ที่พิพาทในคดีเป็นหลักในการพิจารณาว่าฎีกาของจำเลยเป็นคดีที่ฎีกาในข้อเท็จจริงได้หรือไม่ด้วย

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องให้จำเลยชำระหนี้ตามสัญญาเบิกเงินเกินบัญชี จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 87,317.12 บาท พร้อมดอกเบี้ยและค่าฤชาธรรมเนียมแก่โจทก์ศาลชั้นต้นได้ประกาศคำบังคับให้จำเลยทราบทางหนังสือพิมพ์และออกหมายบังคับคดีจำเลย ต่อมาโจทก์ยื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ในคดีที่จำเลยถูกนางสาวสุวณี สิงหมงคลเขต เจ้าหนี้ตามคำพิพากษายึดทรัพย์ในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 22624/2532 ของศาลแพ่งศาลแพ่งส่งสำเนาคำพิพากษา หมายนัด และสำเนาคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ไปให้จำเลยทราบและนัดไต่สวนคำร้องจำเลยยื่นคำขอให้พิจารณาใหม่ในคดีนี้ อ้างว่าไม่ได้จงใจขาดนัดเพราะจำเลยไปทำธุรกิจที่จังหวัดเชียงใหม่ เพิ่งทราบว่าถูกโจทก์ฟ้องคดีนี้และศาลพิพากษาแล้วจากสำเนาคำพิพากษาที่โจทก์แนบไปกับสำเนาคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ในคดีดังกล่าวที่ศาลส่งไปให้จำเลยทราบเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2534 จึงเป็นพฤติการณ์นอกเหนือที่ไม่อาจบังคับได้และพฤติการณ์นั้นได้สิ้นสุดลงในวันดังกล่าวโจทก์ยื่นคำแถลงคัดค้านศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งให้พิจารณาใหม่

โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับ ให้ยกคำขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลย

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ทางไต่สวนและพยานหลักฐานในสำนวนฟังได้เป็นยุติว่า จำเลยเป็นลูกหนี้ของเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา 3 ราย คือธนาคารกรุงไทย จำกัด เป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของจำเลยในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 2263/2524 ของศาลแพ่ง โจทก์เป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของจำเลยในคดีนี้ และนางสาวสุวณี สิงหมงคลเขตเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของจำเลยในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 22624/2532ของศาลแพ่ง ในชั้นบังคับคดีนี้โจทก์ได้ส่งคำบังคับให้จำเลยทราบโดยประกาศทางหนังสือพิมพ์ จำเลยไม่ปฏิบัติตามคำบังคับ ศาลชั้นต้นได้ออกหมายบังคับคดีแล้ว ต่อมาเมื่อธนาคารกรุงไทย จำกัด เจ้าหนี้ตามคำพิพากษารายแรกบังคับคดียึดทรัพย์ของจำเลยที่ศาลแพ่ง โจทก์ได้ยื่นคำร้องขอเข้าเฉลี่ยทรัพย์ที่ยึดไว้เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน2527 ตามเอกสารหมาย

จ.8 ศาลแพ่งมีคำสั่งอนุญาตให้โจทก์เข้าเฉลี่ยทรัพย์ที่ยึดได้ ตามเอกสารหมาย จ.10 ครั้นต่อมานางสาวสุวณี สิงหมงคลเขตเจ้าหนี้ตามคำพิพากษารายที่สามยึดทรัพย์จำเลยอีก โจทก์ก็ได้ยื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์กับเจ้าหนี้รายดังกล่าวเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2534 จำเลยจึงยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยว่ามีเหตุให้พิจารณาใหม่หรือไม่ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องให้จำเลยชำระหนี้ตามสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีคิดต้นเงินและดอกเบี้ยถึงวันฟ้องเป็นเงิน141,078 บาท จึงเป็นคดีที่มีทุนทรัพย์ไม่เกิน 200,000 บาท ต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248แม้ฎีกาของจำเลยเป็นปัญหาในชั้นดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลชั้นต้นไม่ใช่ปัญหาในประเด็นข้อพิพาทตามคำฟ้องและคำให้การก็ตาม

ก็ต้องถือทุนทรัพย์ที่พิพาทในคดีเป็นหลักในการพิจารณาว่าเป็นคดีที่ฎีกาในข้อเท็จจริงได้หรือไม่ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ฟังข้อเท็จจริงในคดีที่ธนาคารกรุงไทย จำกัด เจ้าหนี้ตามคำพิพากษารายแรกยึดทรัพย์ของจำเลยและโจทก์ยื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ ศาลได้ส่งสำเนาคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ของโจทก์ไปให้จำเลยทราบที่บ้านเลขที่200/108-109 ถนนพัฒนาการ แขวงประเวศ เขตพระโขนงกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นภูมิลำเนาของจำเลยโดยวิธีปิดหมายเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2527 เป็นการส่งโดยชอบถือว่าจำเลยทราบว่าถูกโจทก์คดีนี้ฟ้องและทราบคำบังคับตั้งแต่วันที่ 10 มกราคม 2528พฤติการณ์นอกเหนือไม่อาจบังคับได้จึงสิ้นสุดลงในวันดังกล่าว จำเลยเพิ่งยื่นคำขอให้พิจารณาใหม่เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2534 เกินกำหนด15 วัน

นับแต่วันที่พฤติการณ์นอกเหนือนั้นได้สิ้นสุดลงจำเลยจึงไม่มีสิทธิยื่นคำขอให้พิจารณาใหม่ จำเลยฎีกาว่า ระหว่างปี2527-2528 จำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ไม่ได้อยู่ที่บ้านเลขที่ 200/108 แขวงประเวศ เขตประเวศ กรุงเทพมหานครการส่งหมายที่บ้านเลขที่ดังกล่าวจึงไม่ชอบ ดังนั้นพฤติการณ์นอกเหนือไม่อาจบังคับได้จึงยังไม่สิ้นสุดลง จำเลยเพิ่งทราบว่าถูกโจทก์ฟ้องเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2534 จำเลยยื่นคำร้องขอพิจารณาคดีใหม่เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2534 จึงไม่เกินกำหนด 15 วันนับแต่พฤติการณ์นอกเหนือไม่อาจบังคับได้สิ้นสุดลง เป็นการฎีกาโต้แย้งข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 รับฟังมา ฎีกาของจำเลยจึงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามบทกฎหมายดังกล่าว ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาจำเลยเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย"

Result

พิพากษายกฎีกาจำเลย

Matter details

Panel of judges
ปรีชา เฉลิมวณิชย์ · ธีระจิต ไชยาคำ · สถิตย์ สิทธิลักษณ์
Source
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1020/2567

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 247 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา" และวรรคสอง บัญญัติว่า "การขออนุญาตฎีกา ให้ยื่นคำร้องพร้อมกับคำฟ้องฎีกาต่อศาล…

Supreme Court Judgment No. 6381/2562

ค่าขาดไร้อุปการะเป็นหนี้ที่สามารถแบ่งแยกเป็นส่วนของโจทก์แต่ละคน โดยโจทก์ทั้งสองสามารถฟ้องเรียกเฉพาะส่วนของตนโดยลำพังได้ ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาจึงต้องถือตามจำนวนค่าขาดไร้อุปการะที่โจทก์แต่ละคนมีสิ…

Supreme Court Judgment No. 4839/2562

การที่โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 เป็นการใช้สิทธิยื่นคำร้องในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ มิใช่เป็นคดีที่โจทก์ร่วมฟ้องเองโดยตรง จึงต้องถือว่…

Supreme Court Judgment No. 3826/2562

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดก จำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่ตนเองโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ทั้งหกในฐานะทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดก ขอให้บังคับจำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งหก จึงเป็นเรื่องที…

Supreme Court Judgment No. 2262/2562

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาท และขอให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ 6,000 บาท นับจากวันฟ้อง จำเลยให้การว่า จำเลยอยู่ในฐานะเป็นผู้ที่จะได้รับการจดทะเบียนอยู่ก่อน โจทก์รับโอนที่ดินพิพาทมาโดยไม่สุจ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up