คำฟ้องและคำให้การ
ได้ความว่าจำเลยเป็นบุตร์เขย ช.โจทก์ ๆ ได้มอบหนังสือสัญญา ๔ ฉะบับรวมต้นเงิน ๑๕๐๐ บาท ให้จำเลยจัดการเก็บต้นเงินแลดอกเบี้ยจากลูกหนี้ให้โจทก์แล้วจำเลยไปหลอกลวงบรรดาลูกหนี้ว่าโจทก์ยกสัญญากู้ให้จำเลยแล้ว แลให้ทำหนังสือกู้ใหม่เปลี่ยนชื่อจำเลยเป็นเจ้าหนี้ ธ.โจทก์ซึ่งเป็นลูกหนี้และลูกหนี้คนอื่น ๆ หลงเชื่อ จึงทำสัญญาใหม่เปลี่ยนให้ตนตกเป็นลูกหนี้จำเลย โจทก์จึงฟ้องขอให้ลงโทษตามมาตรา ๓๑๔-๓๑๙-๓๐๑ ศาลเดิมพิพากษาให้ยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์ตัดสินว่าจำเลยมีผิดตามมาตรา ๓๐๔-๓๑๙ ข้อ ๒ ให้ลงโทษจำคุก ๓ ปีตามมาตรา ๓๑๙ ข้อ ๒ ตามกะทงที่หนักกะทงเดียว
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยควรมีโทษ ๒ กะทง แลโดยที่จำเลยไม่ได้เป็นผู้จัดการทรัพย์ตามคำสั่งศาลหรือตามพละการของจำเลยเองซึ่งจะลงมาตรา ๓๑๙ ข้อ ๒ ได้
Result
จึงพิพากษาให้ลงโทษจำเลย ๒ กะทงฐานฉ้อแลยักยอกตามมาตรา ๓๐๔-๓๑๔ กำหนดโทษรวม ๓ ปี