Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 4119/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยรู้อยู่แล้วว่าได้มีการตกลงประนีประนอมในเรื่องเช็คทั้ง 23 ฉบับเสร็จสิ้นไปแล้ว กลับมาเบิกความว่าไม่ได้มีการประนีประนอม ซึ่งหากศาลในคดีก่อนฟังข้อเท็จจริงตามคำเบิกความของจำเลย อาจเป็นผลทำให้โจทก์ได้รับโดยในคดีอาญา ดังนี้ คำเบิกความของจำเลยจึงเป็นข้อสำคัญในคดีการเบิกความเท็จอันจะเป็นข้อสำคัญในคดีหรือไม่นั้น เป็นปัญหาข้อกฎหมาย.

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91,175, 177 วรรคสอง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว มีคำสั่งประทับฟ้องโจทก์เฉพาะจำเลยที่ 1 ที่ 2 ยกฟ้องจำเลยที่ 3 ที่ 4

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ได้ความจากพยานหลักฐานของโจทก์ในชั้นไต่สวนมูลฟ้องว่า จำเลยที่ 3 จำเลยที่ 4 เบิกความในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 14395/2527 ของศาลแขวงธนบุรีว่า ไม่ได้มีการตกลงประนีประนอมเกี่ยวกับเรื่องเช็คทั้ง 23 ฉบับที่บริษัทเอสซีเซฟตี้เซนเตอร์ จำกัด ออกให้แก่จำเลยที่ 1 ทั้ง ๆ ที่จำเลยที่ 3 จำเลยที่ 4 อยู่ในที่ประชุมที่มีการตกลงประนีประนอม และจำเลยที่ 3 เป็นประธานที่ประชุม จึงมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยในเบื้องแรกว่า การเบิกความเท็จอันจะเป็นข้อสำคัญในคดีหรือไม่นั้น เป็นปัญหาข้อเท็จจริงหรือปัญหาข้อกฎหมาย

ศาลฎีกาเห็นว่าปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาข้อกฎหมาย(เทียบคำพิพากษาฎีกาที่ 700/2506 ฎีกาของโจทก์จึงไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220

ปัญหาต่อไปมีว่า คำเบิกความของจำเลยที่ 3 จำเลยที่ 4 จากที่ได้ความดังกล่าวแล้วจะถือว่าเป็นข้อสำคัญในคดีหรือไม่นั้นเห็นว่า การที่จำเลยที่ 3 จำเลยที่ 4 รู้อยู่แล้วว่าได้มีการตกลงประนีประนอมในเรื่องเช็คทั้ง 23 ฉบับเสร็จสิ้นไปแล้วกลับมาเบิกความว่าไม่ได้มีการประนีประนอม ซึ่งหากศาลแขวงธนบุรีฟังข้อเท็จจริงตามคำเบิกความของจำเลยที่ 3จำเลยที่ 4 อาจเป็นผลทำให้โจทก์ได้รับโทษในคดีอาญาจึงถือได้ว่าคำเบิกความของจำเลยที่ 3 จำเลยที่ 4 เป็นข้อสำคัญในคดี ดังนั้นฟ้องของโจทก์สำหรับจำเลยที่ 3 จำเลยที่ 4จึงมีมูล

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ประทับฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 3จำเลยที่ 4 ไว้พิจารณาต่อไปด้วย.

Matter details

Panel of judges
ชูเชิด รักตะบุตร์ · ธิรพันธุ์ รัศมิทัต · สง่า ศิลปประสิทธิ์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 4766/2533

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ยกฟ้องในข้อหาความผิดตาม ป.อ. มาตรา 177 และมาตรา 180 ข้อหาดังกล่าวจึงต้องห้ามฎีกาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 220 แม้ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องความผิดฐานนำสืบหรือแสดงพยาน…

Supreme Court Judgment No. 2720/2532

ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ข้อความที่จำเลยเบิกความในคดีแพ่งนั้นเป็นความเท็จแต่มิได้เป็นข้อสำคัญในคดี พิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงยังฟังไม่ได้แจ้งชัดว่าจำเลยเบิกความเท็จมีความเห็นพ้อง ด้ว…

Supreme Court Judgment, B.E. 2527 (ref. 62836)

ฎีกาของโจทก์ในข้อที่ว่า ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงจากคำเบิกความของพยาน และวินิจฉัยตรงกับศาลชั้นต้นว่า ฟังไม่ได้ว่าเป็นคำเบิกความเท็จนั้น เป็นฎีกาคัดค้านดุลพินิจการรับฟังพยานของศาลอุทธรณ์เป็นฎีกาในปัญหาข…

Supreme Court Judgment, B.E. 2567 (ref. 713891)

ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์เห็นว่าข้อความที่ตัดสินไม่เป็นปัญหาสำคัญอันควรสู่ศาลสูงสุด และมีคำสั่งไม่อนุญาตให้โจทก์ฎีกา ถือว่าเป็นดุลพินิจเด็ดขาดของผู้พิพากษาผู้นั้…

Supreme Court Judgment, B.E. 2567 (ref. 713890)

โจทก์ฎีกาขอให้ศาลฎีกามีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งงดสืบพยานโจทก์ ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 1 แล้วมีคำสั่งให้ย้อนสำนวนให้ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์และจำเลยทั้งห้าและมีคำพิพากษาใหม่ตามรูปคดีต่อไป เป็นฎี…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up