Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 41/2523

พ.ศ. 2523 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ที่พิพาทเป็นป่า แต่ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าเป็นป่าสงวนแห่งชาติ ตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 โจทก์ย่อมเข้ายึดถือครอบครองได้ ส่วนจะได้กรรมสิทธิ์หรือมีสิทธิเพียงใดนั้น เป็นเรื่องระหว่างรัฐกับโจทก์ แต่ในระหว่างราษฎรด้วยกัน โจทก์ย่อมมีสิทธิดีกว่าผู้อื่นซึ่งเข้าครอบครองภายหลัง การที่จำเลยเข้าแย่งการครอบครองอันเป็นการรบกวนสิทธิของโจทก์โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นเจ้าของที่ดินร่วมกัน 1 แปลง ตั้งอยู่ในหมู่ที่ 12 ตำบลเขาฉกรรจ์ อำเภอสระแก้ว จังหวัดปราจีนบุรี ได้มาโดยโจทก์เข้าครอบครองบุกเบิกที่รกร้างว่างเปล่าตั้งแต่ปี พ.ศ. 2512 ทำไร่และปลูกกล้วย จำเลยที่ 1 ที่ 2 ได้สมคบกับจำเลยที่ 3 ถึงที่ 9 บุกรุกเข้าไปครอบครองทำไร่ในที่ดินของโจทก์ โดยเจตนายึดเอาที่ดินของโจทก์ทั้งหมด เป็นการละเมิดต่อโจทก์ ขอให้ขับไล่จำเลยทุกคนออกจากที่ดินของโจทก์ห้ามมิให้จำเลยเข้าเกี่ยวข้องต่อไปต่อมาโจทก์ขอถอนฟ้องจำเลยที่ 1 ที่ 2

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาตจำเลยที่ 3 ให้การว่า โจทก์ไม่ใช่เจ้าของผู้ครอบครองที่ดิน ที่ดินนี้เดิมจำเลยที่ 2 ครอบครองอยู่ จำเลยที่ 3 ซื้อมาจากจำเลยที่ 2จำเลยที่ 4 ถึงที่ 9 ให้การว่า โจทก์ที่ 2 ที่ 3 เป็นหญิงมีสามีไม่ได้รับความยินยอมจากสามี ไม่มีสิทธิฟ้อง ที่ดินที่จำเลยครอบครองอยู่เป็นที่ดินของจำเลยเอง โดยซื้อมาจากบุคคลภายนอกศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลยที่ 3 ถึงที่ 9 ออกจากที่ดินแปลงพิพาทจำเลยที่ 3 ที่ 5 ที่ 8 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 3 ที่ 5 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาที่มาสู่ศาลฎีกาคงมีว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ ซึ่งจำเลยที่ 3 ที่ 5 ฎีกาว่าที่พิพาทเป็นป่าตามมติคณะรัฐมนตรีอยู่ในความรับผิดชอบของกรมป่าไม้

โจทก์ไม่มีสิทธิ์หรือสิทธิครอบครอง โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง เห็นว่า จำเลยฎีกาว่าที่พิพาทเป็นป่าแต่ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าเป็นป่าสงวนแห่งชาติตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 ฉะนั้น โจทก์ย่อมเข้าไปยึดถือครอบครองได้ ส่วนจะได้กรรมสิทธิ์หรือมีสิทธิเพียงใดนั้น เป็นเรื่องระหว่างรัฐกับโจทก์ แต่ในระหว่างราษฎรด้วยกัน โจทก์ย่อมมีสิทธิดีกว่าผู้อื่นซึ่งเข้าครอบครองภายหลัง การที่จำเลยที่ 3 ที่ 5 กับพวกเข้าแย่งการครอบครองอันเป็นการรบกวนสิทธิของโจทก์ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องพิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
สมบัติ วังตาล · ทวี กสิยพงศ์ · ประทีป ชุ่มวัฒนะ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 8486/2553

ที่ดินพิพาทซึ่งบริษัท ซ. ได้รับประทานบัตรทำเหมืองแร่ เป็นที่ดินของรัฐที่รกร้างว่างเปล่าซึ่งไม่เคยมีผู้ใดได้รับสิทธิในที่ดินตามกฎหมายมาก่อนตาม พ.ร.บ.แร่ฯ มาตรา 73 (3) ที่กำหนดมิให้ถือว่าการใช้ที่ดินของ…

Supreme Court Judgment No. 7986/2538

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์ซื้อที่ดินพิพาทและครอบครองตลอดมาโจทก์ขอรังวัดออกโฉนดทั้งแปลงเจ้าพนักงานที่ดินแจ้งว่ารังวัดล้ำที่ดินจำเลยไม่ออกโฉนดให้โจทก์จำเลยทอดทิ้งไม่เคยทำประโยชน์พิพาทโจทก์จึงได้สิทธิครอบครองที่ด…

Supreme Court Judgment No. 2432/2538

จำเลยเข้าครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทโดยเช่าจากโจทก์ จึงเป็นการครอบครองที่ดินพิพาทโดยอาศัยสิทธิของโจทก์ จำเลยย่อมไม่มีสิทธิครอบครอง โจทก์ฟ้องคดีนี้ยังไม่พ้นกำหนด 1 ปี นับแต่วันที่จำเลยเปลี่ยนเจตนาใ…

Supreme Court Judgment No. 5278/2537

พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 มาตรา 14 บัญญัติห้ามมิให้บุคคลใดยึดถือหรือครอบครองที่ดินในเขตป่าสงวนแห่งชาติ อันเป็นบทบัญญัติที่ใช้บังคับระหว่างรัฐกับราษฎร เป็นผลให้ราษฎรที่เข้ายึดถือครอบครองที่…

Supreme Court Judgment No. 3512/2535

จำเลยตั้งแผงลอยกับจอดรถเข็นของจำเลยปิดบังหน้าร้านและข้างร้านของโจทก์ที่ติดถนนสาธารณะ แม้โจทก์จะผ่านเข้าออกร้านของในส่วนอื่นได้บ้างแต่ก็ไม่สะดวกเท่าที่ควร การกระทำของจำเลยจึงเป็นการละเมิดต่อโจทก์.

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up