คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเช่านาพิพาทจากโจทก์มีกำหนด ๖ ปี โจทก์ได้บอกเลิกการเช่าให้จำเลยทราบล่วงหน้าแล้ว เมื่อครบกำหนดจำเลยไม่ยอมออกไป จึงขอให้บังคับจำเลยออกจากนาพิพาทและใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์
จำเลยให้การว่า การเช่ายังไม่ครบกำหนด ๖ ปีตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ. ๒๕๑๗ และโจทก์ไม่เคยบอกเลิกการเช่าแก่จำเลย ขอให้ยกฟ้อง
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้ขับไล่จำเลยและใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์
จำเลยทั้งสองอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยทั้งสองฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ฎีกาของจำเลยล้วนแต่อ้างพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๒๔ มาเพื่อให้ศาลพิพากษายกฟ้องโจทก์
ศาลฎีกาเห็นว่าพระราชบัญญัติฉบับนี้ มาตรา ๒ บัญญัติให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ปรากฏว่าพระราชบัญญัติดังกล่าวได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๒๔ จึงมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๕๒๔ พระราชบัญญัติดังกล่าวเป็นกฎหมายที่บัญญัติถึงสิทธิและหน้าที่กับความรับผิดของผู้ให้เช่าและผู้เช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมซึ่งเป็นกฎหมายสารบัญญัติ จึงไม่มีผลย้อนหลัง เว้นแต่กฎหมายจะระบุไว้โดยแจ้งชัดให้มีผลเช่นนั้น เมื่อพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๒๔ ไม่มีบททบัญญัติใดให้นำพระราชบัญญัตินี้ไปใช้บังคับแก่คดีความซึ่งค้างชำระอยู่ในศาลเมื่อวันใช้หรือภายหลังวันใช้พระราชบัญญัติดังกล่าว
จำเลยจึงอ้างพระราชบัญญัติฉบับนี้มาใช้บังคับแก่คดีนี้ซึ่งโจทก์ได้ฟ้องไว้ก่อนพระราชบัญญัติดังกล่าวใช้บังคับไม่ได้ อย่างไรก็ตามข้อเท็จจริงคดีนี้ได้ความว่าโจทก์กับจำเลยถือว่ามีการเริ่มเช่านาพิพาทกันตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๑๘ จึงได้ตกลงยินยอมตามคำเปรียบเทียบของนายถนอม ผู้รับมอบหมายจากนายอำเภอว่าจำเลยมีสิทธิทำนาในที่นาพิพาทต่อไปถึง พ.ศ. ๒๕๒๓ และโจทก์จำเลยต่างได้ลงลายมือชื่อกับพิมพ์ลายนิ้วมือไว้ในคำเปรียบเทียบแล้ว ถือได้ว่าการเช่าที่นาพิพาทระหว่างโจทก์จำเลยตามคำเปรียบเทียบของนายถนอมมีกำหนดคราวละ ๖ ปีตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ. ๒๕๑๗มาตรา ๕ แล้ว และคำเปรียบเทียบที่ระบุว่าในปี พ.ศ. ๒๕๒๔ จำเลยหมดสิทธิในการทำนาแปลงนี้ย่อมแสดงชัดแจ้งในตัวเองว่าได้มีการบอกเลิกการเช่านาเป็นหนังสือให้จำเลยผู้เช่านาทราบล่วงหน้าตั้งแต่วันที่โจทก์จำเลยลงชื่อกับพิมพ์ลายนิ้วมือในคำเปรียบเทียบนั้น
ถือได้ว่าโจทก์ได้บอกเลิกการเช่าที่นาพิพาทชอบด้วยพระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ. ๒๕๑๗ มาตรา ๓๙ แล้ว เมื่อไม่ปรากฏว่าคณะกรรมการควบคุมการเช่านาประจำอำเภอยับยั้งการบอกเลิกการเช่านาของโจทก์ไว้ โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลย
Result
พิพากษายืน