Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 1724/2532

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

พระราชบัญญัติ ญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524บัญญัติว่า คณะกรรมการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมประจำตำบล และคณะกรรมการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมประจำจังหวัด ประกอบด้วยบุคคลใดบ้าง โดยไม่มีกฎหมายรับรองให้คณะกรรมการดังกล่าวมีสภาพเป็นนิติบุคคลหรือบุคคลธรรมดาแต่อย่างใด คณะกรรมการดังกล่าวจึงไม่อยู่ในฐานะที่ถูกฟ้องร้องได้ ปัญหาเรื่องอำนาจฟ้องเป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลมีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ โจทก์ส่งหนังสือบอกเลิกการเช่านาให้จำเลยผู้เช่านา และส่งสำเนาหนังสือดังกล่าวพร้อมทั้งแสดงเหตุแห่งการบอกเลิกการเช่าไปยังคณะกรรมการควบคุมการเช่าประจำอำเภอแล้วก่อนสิ้นระยะเวลาการเช่านาเกินกว่า 1 ปี โดยคณะกรรมการควบคุมการเช่านาประจำอำเภอมิได้ยับยั้งการบอกเลิกการเช่านาตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่านาพ.ศ. 2517 มาตรา 39 วรรคท้าย การบอกเลิกการเช่านาของโจทก์จึงชอบด้วยกฎหมาย และมีผลใช้บังคับ แม้ระหว่างสัญญาการเช่านายังไม่สิ้นสุดลง พระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ. 2517 จะถูกยกเลิกโดยพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524 แต่มาตรา 66 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวให้ถือว่าการเช่านาที่อยู่ในบังคับแห่งพระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ. 2517 เป็นการเช่านาที่อยู่ในบังคับแห่งพระราชบัญญัติฉบับใหม่ต่อไป และมาตรา 37 แห่งพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524ได้บัญญัติเงื่อนไขและวิธีการที่ผู้ให้เช่านาจะต้องปฏิบัติเมื่อประสงค์จะให้การเช่านาสิ้นสุดลงเมื่อสิ้นระยะเวลาการเช่านาไว้เช่นเดียวกับมาตรา 39 แห่งพระราชบัญญัติควบคุมการเช่านาพ.ศ. 2517 ด้วย การบอกเลิกการเช่านาของโจทก์จึงชอบด้วยกฎหมายและมีผลใช้บังคับต่อไป เมื่อสัญญาเช่านาระหว่างโจทก์จำเลยสิ้นสุดลงแล้ว จำเลยจะเข้าทำนาของโจทก์ได้อีกต่อเมื่อโจทก์มิได้ลงมือทำประโยชน์ภายใน 1 ปีและจำเลยแสดงความจำนงจะเช่านา ซึ่งโจทก์จะต้องให้จำเลยเช่านาเว้นแต่โจทก์จะร้องต่อคณะกรรมการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมประจำตำบลก่อนสิ้นกำหนด 1 ปี เพื่อขอขยายเวลาการเข้าทำประโยชน์ในที่นานั้นตามมาตรา 38 แห่งพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมพ.ศ. 2524 เท่านั้น แต่จำเลยร้องขอต่อคณะกรรมการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมประจำตำบลขอเช่าทำนาของโจทก์หลังจากสัญญาการเช่านาสิ้นสุดลงไม่ถึง 1 ปีและไม่ปรากฏว่าโจทก์ลงมือทำประโยชน์แล้วหรือไม่คณะกรรมการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมประจำตำบลจึงไม่มีอำนาจวินิจฉัยคำร้องของจำเลยเนื่องจากพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524 หามีบทบัญญัติใดให้อำนาจคณะกรรมการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมประจำตำบลที่จะวินิจฉัยคำร้องของผู้เช่านาในกรณีเช่นนี้ไม่

Provisions the court ruled on

ป.วิ.พ. Section 55 ป.วิ.พ. Section 172 ป.วิ.พ. Section 249 พ.ร.บ.ควบคุมการเช่านา พ.ศ.2517 Section 39 พ.ร.บ.การเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2524 Section 37 พ.ร.บ.การเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2524 Section 38 พ.ร.บ.การเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2524 Section 66

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นคณะกรรมการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมประจำตำบลบ่อทอง จำเลยที่ 2 เป็นคณะกรรมการการเช่าที่ดินเพื่อการเกษตรกรรมประจำจังหวัดปราจีนบุรี จำเลยที่ 3 เป็นผู้เช่าที่ดินของโจทก์เพื่อทำนา เมื่อฤดูการทำนาปีพ.ศ. 2520 โจทก์ให้จำเลยที่ 3 เช่าที่ดินของโจทก์ตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ทะเบียนเลขที่ 1582 ตำบลบ่อทอง เพื่อทำนา มีกำหนดเวลา 6 ปี โดยสิ้นสุดอายุการเช่าในปี พ.ศ. 2525 ต่อมาวันที่ 13มกราคม 2524 โจทก์ไม่ประสงค์ให้จำเลยที่ 3 เช่าที่ดินอีกต่อไปจึงมีหนังสือบอกเลิกการเช่าไปยังจำเลยที่ 3 และแจ้งบอกเลิกการเช่าให้จำเลยที่ 1 ทราบแล้ว นอกจากนี้โจทก์กับจำเลยที่ 3 ยังได้ตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความต่อกัน

ณ ที่ว่าการอำเภอกบินทร์บุรีว่า โจทก์ตกลงให้จำเลยที่ 3 เช่าที่ดินของโจทก์ต่อไปในปีพ.ศ. 2524 และ พ.ศ. 2525 จนครบกำหนดเมื่อสิ้นสุดกำหนดดังกล่าวจำเลยที่ 3 จะไม่เกี่ยวข้องกับที่ดินของโจทก์อีกต่อไป และจะส่งมอบที่ดินคืนให้โจทก์ทันที ต่อมาเมื่อถึงฤดูการทำนาปี พ.ศ. 2526จำเลยที่ 3 ยื่นคำร้องต่อจำเลยที่ 1 ขอทำนาโจทก์ต่อไปอีกโจทก์คัดค้านว่า โจทก์จะเข้าทำนาเอง โจทก์ได้บอกเลิกการเช่าและจำเลยที่ 3 ตกลงจะไม่เกี่ยวข้องอีก แต่จำเลยที่ 1 ไม่รับฟังและลงมติเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2526 ให้จำเลยที่ 3 เช่าที่ดินของโจทก์ได้ต่อไป ซึ่งเป็นการไม่ถูกต้อง โจทก์ยื่นอุทธรณ์ไปยังจำเลยที่ 2 ขอให้ยกเลิกมติหรือกลับคำวินิจฉัยของจำเลยที่ 1 และให้โจทก์เข้าทำนาจำเลยที่ 2 ได้มีมติยกอุทธรณ์ของโจทก์เมื่อวันที่13 ธันวาคม 2526 อ้างว่า

อุทธรณ์ของโจทก์ได้พ้นระยะเวลาอุทธรณ์ซึ่งมติหรือคำวินิจฉัยของจำเลยที่ 1 ที่ 2 ไม่ถูกต้อง ขอให้พิพากษายกเลิกหรือเพิกถอนมติหรือคำวินิจฉัยของจำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ให้จำเลยที่ 3 เข้าทำนาในที่ดินของโจทก์ โดยให้โจทก์เป็นผู้เข้าทำประโยชน์ ห้ามจำเลยที่ 3 เข้าเกี่ยวข้องกับที่ดินของโจทก์อีกต่อไปจำเลยที่ 1 ที่ 2 ให้การว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง เพราะคณะกรรมการเช่าที่ดินเพื่อการเกษตรกรรมประจำตำบลบ่อทอง กับคณะกรรมการการเช่าที่ดินเพื่อการเกษตรกรรมประจำจังหวัดปราจีนบุรีไม่ได้เป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย ฟ้องโจทก์มิได้ระบุบุคคลในคณะกรรมการหมดทุกคนคงระบุชื่อผู้มีตำแหน่งเป็นประธานกรรมการเพียงผู้เดียว ไม่ถือว่าเป็นการฟ้องคณะกรรมการ

โจทก์ให้จำเลยที่ 3 เช่าที่ดินเพื่อทำนาเมื่อปี พ.ศ. 2520 โดยไม่มีกำหนดระยะเวลาการเช่าซึ่งตามกฎหมายให้ถือว่าการเช่ามีกำหนดเวลา 6 ปี และสิ้นสุดสัญญาเช่าปีพ.ศ. 2525 แต่ปี พ.ศ. 2523 จำเลยที่ 3 ไม่อาจเข้าทำนาได้ตลอดฤดูการทำนา เนื่องจากโจทก์ให้นายขันตรี นงค์พรมมา เข้าไปทำนาจำเลยที่ 3 จึงมีสิทธิเช่าทำนาต่อในปี พ.ศ. 2526 โจทก์มีหนังสือบอกเลิกการเช่ามาล่วงหน้าเป็นเวลาเกินกว่า 6 เดือน ถือไม่ได้ว่ามีการบอกเลิกการเช่านา ตามสัญญาประนีประนอมยอมความเป็นการลดระยะเวลาการเช่านาที่จะสิ้นสุดในปี พ.ศ. 2526 มีวัตถุประสงค์เป็นการต้องห้ามตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่านาจึงเป็นโมฆะจำเลยที่ 1 จึงวินิจฉัยให้ยับยั้งการบอกเลิกการเช่าของโจทก์เพื่อให้จำเลยที่ 3 เช่านามีกำหนดเวลา 2 ปี

เมื่อโจทก์อุทธรณ์คำวินิจฉัยของจำเลยที่ 1 ต่อจำเลยที่ 2 ก็ยื่นเกินกำหนด 30 วันนับแต่วันทราบคำวินิจฉัย และเกินกำหนด 60 วันนับแต่วันมีคำวินิจฉัยจำเลยที่ 2 จึงยกอุทธรณ์ของโจทก์เสีย คำวินิจฉัยของจำเลยที่ 1ที่ 2 เป็นไปโดยถูกต้อง และชอบด้วยกฎหมายแล้ว จำเลยที่ 3 ให้การว่าจำเลยที่ 3 เป็นผู้เช่าที่นาของโจทก์ตามมติของคณะกรรมการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมประจำตำบลบ่อทอง ที่ให้จำเลยที่ 3 เช่าที่ดินต่อไปได้อีก 2 ปี จำเลยที่ 3 ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายและโจทก์ไม่เสียหาย

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนมติหรือคำวินิจฉัยของจำเลยที่ 1 และที่ 2 เสีย ห้ามจำเลยที่ 3 เข้าเกี่ยวข้องกับที่ดินของโจทก์ต่อไป

จำเลยทั้งสามอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ศาลเพิกถอนคำวินิจฉัยของจำเลยที่ 1 ที่ 2 ตามพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมพ.ศ. 2524 แต่ตามพระราชบัญญัติดังกล่าวเพียงบัญญัติว่า คณะกรรมการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมประจำตำบล (คชก.ตำบล) ก็ดี คณะกรรมการการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมประจำจังหวัด (คชก.จังหวัด) ก็ดีประกอบด้วยบุคคลใดบ้าง ไม่มีกฎหมายบัญญัติรับรองให้คณะกรรมการดังกล่าวมีสภาพเป็นนิติบุคคลหรือเป็นบุคคลธรรมดาแต่อย่างใด จำเลยที่ 1ที่ 2 จึงไม่เป็นนิติบุคคลหรือบุคคลธรรมดาอันจะอยู่ในฐานะที่ถูกฟ้องร้องได้ทั้งฟ้องโจทก์ก็แปลความไม่ได้ว่า โจทก์ฟ้องตัวบุคคลที่ประกอบเป็นคณะกรรมการ เพราะโจทก์มิได้ระบุชื่อเป็นรายบุคคลโจทก์จึงฟ้องจำเลยที่ 1 ที่ 2 ไม่ได้

แม้ปัญหาเรื่องอำนาจฟ้องนี้จะไม่มีคู่ความฝ่ายใดยกขึ้นกล่าวอ้างในชั้นฎีกา แต่ก็เป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ ส่วนจำเลยที่ 3 นั้นข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ตามเอกสารที่คู่ความแถลงรับกันว่า เมื่อปี พ.ศ. 2520 จำเลยที่ 3ได้เช่านาของโจทก์ที่ตำบลบ่อทอง อำเภอกบินทร์บุรีจังหวัดปราจีนบุรี เนื้อที่ 32 ไร่ 63 ตารางวา มีกำหนด 6 ปี จะสิ้นระยะเวลาเช่านาในปี พ.ศ. 2525 ก่อนครบกำหนดตามสัญญาเช่าจำเลยที่ 3 ชำระค่าเช่านาให้โจทก์ไม่ครบ โจทก์จึงให้บุคคลอื่นเข้าทำนาแทนจำเลยที่ 3 ต่อมาโจทก์กับจำเลยที่ 3 เกิดพิพาทกันแต่ตกลงกันได้ด้วยการประนีประนอมยอมความตามสัญญาลงวันที่ 13มกราคม 2524 ปรากฏตามเอกสารหมาย

จ.4 โดยให้จำเลยที่ 3เข้าทำนาของโจทก์ได้ในปี พ.ศ. 2524 กับปี พ.ศ. 2525 เมื่อครบกำหนดแล้วจำเลยที่ 3 จะไม่เข้าเกี่ยวข้องกับที่นาของโจทก์อีกต่อไปวันเดียวกันโจทก์ได้แจ้งบอกเลิกการเช่านาไปยังจำเลยที่ 3 ตามเอกสารหมาย จ.2 และส่งสำเนาหนังสือบอกเลิกการเช่าพร้อมทั้งแสดงเหตุแห่งการบอกเลิกการเช่านาไปยังคณะกรรมการควบคุมการเช่าตำบลบ่อทอง อำเภอกบินทร์บุรี ตามเอกสารหมาย จ.3 คณะกรรมการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมประจำตำบลบ่อทองได้มีคำวินิจฉัยให้จำเลยที่ 3 เข้าทำนาของโจทก์ได้อีกต่อไป มีปัญหาตามฎีกาโจทก์ว่าจำเลยที่ 3 มีสิทธิเช่าที่ดินของโจทก์ต่อไปได้หรือไม่ เห็นว่า สัญญาประนีประนอมยอมความตามเอกสารหมาย จ.4 ได้ทำไว้เมื่อวันที่ 13มกราคม 2524 ก่อนสิ้นกำหนดระยะเวลาการเช่านาตามสัญญาเช่าทำนาระหว่างจำเลยที่ 3 กับโจทก์

การที่จำเลยที่ 3 ตกลงว่าจะออกไปจากที่นาของโจทก์เมื่อครบกำหนดและจะมอบที่นาคืนแก่โจทก์ จนโจทก์ได้แจ้งบอกกล่าวเลิกสัญญาการเช่านาไปยังจำเลยที่ 3 เป็นเรื่องที่ผู้ให้เช่านาคือโจทก์กับผู้เช่านาคือจำเลยที่ 3 ได้ตกลงที่จะเลิกสัญญาเช่านาพิพาทกันเมื่อสิ้นระยะเวลาการเช่านาซึ่งโจทก์จะต้องบอกเลิกการเช่านาเป็นหนังสือแจ้งให้จำเลยที่ 3 ทราบล่วงหน้าเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี และต้องส่งสำเนาหนังสือบอกเลิกการเช่านาพร้อมทั้งแสดงเหตุแห่งการบอกเลิกการเช่านาไปยังคณะกรรมการควบคุมการเช่านาประจำอำเภอภายในสามสิบวันนับแต่วันส่งหนังสือบอกเลิกการเช่าให้จำเลยที่ 3 ทราบตามมาตรา 39 แห่งพระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ. 2517 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนั้นเมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์ได้ส่งหนังสือบอกเลิกการเช่านาให้แก่จำเลยที่ 3 และส่งสำเนาหนังสือดังกล่าวพร้อมทั้งแสดงเหตุแห่งการบอกเลิกการเช่าไปยังคณะกรรมการควบคุมการเช่าประจำอำเภอแล้วก่อนสิ้นระยะเวลาการเช่านาเกินกว่า 1 ปี และคณะกรรมการควบคุมการเช่านาประจำอำเภอมิได้ยับยั้งการบอกเลิกการเช่านาของโจทก์ตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา

พ.ศ. 2517 มาตรา 39 วรรคท้ายการบอกเลิกการเช่านาของโจทก์จึงชอบด้วยกฎหมายและมีผลใช้บังคับได้แม้ในระหว่างที่สัญญาการเช่านายังไม่สิ้นสุดลง พระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ. 2517 จะถูกยกเลิกโดยพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524 ซึ่งใช้บังคับเมื่อวันที่ 15สิงหาคม 2524 แต่มาตรา 66 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวให้ถือว่าการเช่านาที่อยู่ในบังคับแห่งพระราชบัญญัติควบคุมการเช่านาพ.ศ. 2517 เป็นการเช่านาที่อยู่ในบังคับแห่งพระราชบัญญัติฉบับใหม่ต่อไป และมาตรา 37 แห่งพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมพ.ศ. 2524 ได้บัญญัติเงื่อนไขและวิธีการที่ผู้ให้เช่านาจะต้องปฏิบัติเมื่อประสงค์จะให้การเช่านาสิ้นสุดลงเมื่อสิ้นระยะเวลาการเช่านาไว้เช่นเดียวกับที่บัญญัติไว้ในมาตรา 39 แห่งพระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา

พ.ศ. 2517 ด้วยเมื่อไม่ปรากฏว่า คณะกรรมการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมประจำตำบลบ่อทองมีมติให้ยับยั้งการบอกเลิกการเช่านาของโจทก์ก่อนสิ้นระยะเวลาการเช่านาการบอกเลิกการเช่านาของโจทก์ดังกล่าวจึงชอบด้วยกฎหมายและมีผลใช้บังคับได้ต่อไปเป็นผลให้สัญญาการเช่านาระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 3 สิ้นสุดลงเมื่อสิ้นระยะเวลาการทำนาปี พ.ศ. 2525 เมื่อการเช่านาสิ้นสุดลงแล้ว จำเลยที่ 3 จะเข้าทำนาของโจทก์ได้อีกก็ต่อเมื่อกรณีต้องด้วยมาตรา 38 แห่งพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมพ.ศ. 2524 กล่าวคือ จะต้องปรากฏว่าโจทก์ยังมิได้ลงมือทำประโยชน์ในที่นาภายในหนึ่งปี และจำเลยที่ 3 แสดงความจำนงจะเช่านา ซึ่งโจทก์จะต้องให้จำเลยที่ 3 เช่านา

เว้นแต่โจทก์จะได้ร้องขอต่อคณะกรรมการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมประจำตำบลก่อนสิ้นกำหนดหนึ่งปีเพื่อขอขยายเวลาการเข้าทำประโยชน์ในที่นานั้น แต่ข้อเท็จจริงฟังได้ตามฟ้องว่าจำเลยที่ 3 ร้องขอต่อคณะกรรมการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมประจำตำบลบ่อทอง ขอเช่าทำนาของโจทก์ต่อไปเมื่อเริ่มฤดูทำนาปี พ.ศ. 2526 อันเป็นเวลาหลังจากสัญญาการเช่านาระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 3 สิ้นสุดลงแล้วไม่ถึงหนึ่งปี และไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้ลงมือทำประโยชน์แล้วหรือไม่ซึ่งตามพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524 หามีบทบัญญัติใดให้อำนาจคณะกรรมการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมประจำตำบลที่จะวินิจฉัยคำร้องของผู้เช่านาในกรณีเช่นนี้ไม่ คณะกรรมการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมประจำตำบลบ่อทองจึงไม่มีอำนาจวินิจฉัยคำร้องของจำเลยที่ 3และไม่มีอำนาจที่จะยับยั้งการบอกเลิกการเช่านาของโจทก์ ซึ่งการเช่าได้สิ้นสุดลงไปแล้ว จำเลยที่ 3 จึงไม่อาจอ้างคำวินิจฉัยของคณะกรรมการเช่าที่ดินเพื่อการเกษตรกรรมประจำตำบลบ่อทองเพื่อเข้าทำนาในที่นาพิพาทต่อไปได้"

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า ห้ามจำเลยที่ 3 เข้าเกี่ยวข้องกับที่ดินของโจทก์ต่อไป นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

Matter details

Panel of judges
สง่า ศิลปประสิทธิ์ · ศักดา โมกขมรรคกุล · ปิ่นทิพย์ สุจริตกุล
Source
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 11043/2553

จำเลยทั้งสองฟ้องแย้งขอให้โจทก์ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อความค่าเสียหายที่เกิดแก่รถบรรทุกของจำเลยที่ 2 จากการกระทำละเมิดของโจทก์เท่านั้น จำเลยที่ 1 มิได้ฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนความเสียหายในส่วนของจำเลยที…

Supreme Court Judgment No. 6576/2545

คำฟ้องในส่วนเกี่ยวกับความเสียหายบรรยายว่าจำเลยทั้งสองระเบิดและย่อยหินนอกพื้นที่ที่ได้รับอนุญาตจำนวนสองครั้ง แต่ละครั้งคิดเป็นพื้นที่เท่าใดและปริมาตรเท่าใด รวมทั้งปริมาตรหินที่จำเลยทั้งสองเอาไปเป็นจำนว…

Supreme Court Judgment No. 7344/2545

การออกโฉนดที่ดินเป็นงานที่อยู่ในความดูแลรับผิดชอบของกรมที่ดิน เมื่อโจทก์เห็นว่าการออกโฉนดที่ดิน คลาดเคลื่อนหรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องกรมที่ดินได้ แม้ป.ที่ดิน มาตรา 61 ที่แก้ไขเพิ่มเติมโ…

Supreme Court Judgment No. 3769/2545

โจทก์บรรยายฟ้องว่าที่ดินพิพาทปัจจุบันเป็นซอยทองหล่อ 18 โจทก์ใช้เป็นทางเข้าออกสู่ทางสาธารณะถนนสุขุมวิท 55 โดยโจทก์แนบแผนที่สังเขปมาท้ายคำฟ้องซึ่งแสดงโดยชัดแจ้งแล้วว่าที่ดินของโจทก์อยู่สุดซอยทองหล่อ 18…

Supreme Court Judgment No. 3230/2540

ที่จำเลยที่1ฎีกาว่าโจทก์ลงลายมือชื่อในสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพิพาทแทนส. มารดาโจทก์โจทก์มิใช่คู่สัญญาที่แท้จริงจึงไม่มีอำนาจฟ้องนั้นเมื่อปัญหาดังกล่าวจำเลยที่1มิได้ให้การไว้แม้ศาลอุทธรณ์จะรับวินิจฉัยให้…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up