Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2523 (ref. 33979)

พ.ศ. 2523 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

เมื่อข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างมีใจความว่า หากพนักงานที่บริษัทพิจารณาเห็นว่ามีผลงานประจำปีไม่เป็นที่พอใจพนักงานผู้นั้นจะไม่ได้รับการขึ้นเงินเดือนตามผลงานพนักงานจะได้รับการตักเตือนหรือบอกกล่าวถึงข้อบกพร่องของตนเพื่อให้มีโอกาสปรับปรุงแก้ไขตนเอง หากยอมปรับปรุงก็จะได้รับการพิจารณาขึ้นเงินเดือนในปีถัดไป ส่วนผู้ที่มีผลงานไม่เป็นที่พอใจอย่างยิ่งหรือมีผลงานไม่ดีติดต่อกันเป็นเวลานานอาจถูกปลดออกจากงานได้นั้น การที่ลูกจ้างมีผลงาน ไม่เป็นที่พอใจนายจ้าง ได้ถูกตักเตือนถึงข้อบกพร่องหลายครั้งหลายหนตลอดมาเป็นเวลาถึง 5 ปี โดยนายจ้างได้ว่ากล่าวตักเตือนเป็นหนังสือแล้วหลายครั้ง หลังจากนั้นนายจ้างจึงได้ปลดลูกจ้างออกจากงาน ถือได้ว่าลูกจ้าง ฝ่าฝืนข้อบังคับ ระเบียบ หรือคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายของนายจ้าง โดยนายจ้างได้ว่ากล่าวตักเตือนเป็นหนังสือแล้วตามมาตรา 123(3) แห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ฯ

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสองสำนวนนี้ศาลชั้นต้นรวมพิจารณาพิพากษาเข้าด้วยกัน เรียกบริษัทเอสโซ่ แสตนดาร์ดฯ เป็นโจทก์ที่ 1 เรียกนายชาญ อ่างทองเป็นโจทก์ที่ 2 โจทก์ที่ 1 ฟ้องว่า โจทก์ที่ 2 เป็นลูกจ้างของโจทก์ที่ 1 และเป็นสมาชิกในสหภาพแรงงาน อยู่ภายใต้ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างระหว่างโจทก์ที่ 1 กับสหภาพแรงงานซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2519 จนถึงวันฟ้อง ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างมีความว่า ลูกจ้างที่มีผลงานไม่เป็นที่พอใจ โจทก์ที่ 1 มีสิทธิเลิกจ้างได้ ระหว่าง พ.ศ. 2516 ถึง พ.ศ. 2520 โจทก์ที่ 2 มีผลงานไม่เป็นที่น่าพอใจ โจทก์ที่ 1 จึงใช้สิทธิเลิกจ้างและได้จ่ายเงินทดแทน เงินชดเชย ตามข้อตกลงและตามกฎหมายให้แก่โจทก์ที่ 2 ไปแล้ว แต่โจทก์ที่ 2 ไม่พอใจ

ได้ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ซึ่งมีจำเลยทั้งสิบเป็นกรรมการพิจารณาชี้ขาด จำเลยทั้งสิบพิจารณาแล้วชี้ขาดว่า การที่โจทก์ที่ 1 เลิกจ้างโจทก์ที่ 2 เป็นการกระทำที่ไม่เป็นธรรมตามมาตรา 123 แห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ให้โจทก์ที่ 1 จ่ายเงินค่าเสียหายแก่โจทก์ที่ 2 คำสั่งดังกล่าวเป็นการล่วงละเมิดสิทธิของโจทก์ที่ 1 ขอให้เพิกถอนคำสั่งของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์โจทก์ที่ 2 ฟ้องว่า โจทก์ที่ 2 เป็นลูกจ้างของโจทก์ที่ 1 โจทก์ที่ 1 สั่งปลดโจทก์ที่ 2 ออกจากงานโดยอ้างว่า ผลการปฏิบัติงานของโจทก์ที่ 2 ไม่เป็นที่พอใจของโจทก์ที่ 1 เป็นคำสั่งที่ไม่ชอบธรรมและฝ่าฝืนพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์โจทก์ที่ 2 ได้ยื่นคำร้องต่อจำเลยทั้งสิบซึ่งเป็นคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์

ขอให้มีคำสั่งให้โจทก์ที่ 1 รับโจทก์ที่ 2 กลับเข้าทำงาน และจ่ายเงินเดือนนับแต่วันเลิกจ้างจนถึงวันรับกลับเข้าทำงาน จำเลยทั้งสิบพิจารณาแล้วชี้ขาดว่า การเลิกจ้างโจทก์ที่ 2 เป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรมตามมาตรา 123 แห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 ให้โจทก์ที่ 1 จ่ายเงินค่าเสียหายแก่โจทก์ที่ 2 โจทก์ที่ 2 ไม่เคยปฏิบัติงานให้เป็นการเสียหายแก่โจทก์ที่ 1 โจทก์ที่ 1 จึงไม่มีสิทธิเลิกจ้าง การที่จำเลยทั้งสิบมีคำสั่งให้โจทก์ที่ 1 จ่ายค่าชดเชยบางส่วนและไม่สั่งให้โจทก์ที่ 1 รับโจทก์ที่ 2 กลับเข้าทำงานจึงไม่ชอบด้วยกฎหมายขอให้มีคำสั่งเพิกถอนคำชี้ขาดของจำเลยทั้งสิบให้จำเลยทั้งสิบมีคำสั่งชี้ขาดเพิ่มเติมให้โจทก์ที่ 1 รับโจทก์ที่ 2 กลับเข้าทำงานตามเดิมพร้อมทั้งให้จ่ายเงินรายได้ระหว่างที่สั่งเลิกจ้างจนถึงวันที่รับโจทก์ที่ 2 กลับเข้าทำงานจำเลยทั้งสองสำนวนให้การว่า

โจทก์ที่ 2 มีผลงานไม่เป็นที่พอใจโจทก์ที่ 1 โจทก์ที่ 1 จึงเลิกจ้างโจทก์ที่ 2 โดยอาศัยข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างระหว่างโรงงานโจทก์ที่ 1 กับสหภาพแรงงาน ซึ่งเป็นเหตุแห่งการเลิกจ้างนอกเหนือจากเหตุที่ระบุไว้ในมาตรา 123 แห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 จึงเป็นข้อตกลงที่ขัดและฝ่าฝืนกฎหมาย ไม่อาจใช้บังคับได้ เป็นการเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรมที่สั่งให้โจทก์ที่ 1 ใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ที่ 2 โดยมิได้สั่งให้รับโจทก์ที่ 2 กลับเข้าทำงานก็เพราะโจทก์ที่ 2 มีผลงานไม่เป็นที่พอใจนายจ้าง ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์กับให้ยกฟ้องของโจทก์ที่ 2 โจทก์ที่ 2 และจำเลยทั้งสิบอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ที่ 2 และจำเลยทั้งสิบฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า

โจทก์ที่ 2 เป็นสมาชิกสหภาพแรงงาน สหภาพแรงงานนี้ได้มีข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างไว้กับโจทก์ที่ 1 ในหมวด 4 ข้อ 3 ใจความว่า หากพนักงานที่บริษัท(โจทก์ที่ 1) พิจารณาเห็นว่า มีผลงานประจำปีไม่เป็นที่พอใจ พนักงานผู้นั้นจะไม่ได้รับการขึ้นเงินเดือนตามผลงาน พนักงานผู้นั้นจะได้รับการตักเตือนหรือบอกกล่าวถึงข้อบกพร่องของตนเพื่อให้มีโอกาสปรับปรุงแก้ไขตนเอง หากยอมปรับปรุงก็จะได้รับการพิจารณาขึ้นเงินเดือนในปีถัดไป ส่วนผู้ที่มีผลงานไม่เป็นที่พอใจอย่างยิ่งหรือมีผลงานไม่ดีติดต่อกันเป็นเวลานานอาจถูกปลดออกจากงานได้ เห็นว่าข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างดังกล่าวย่อมมีผลผูกพันระหว่างโจทก์ที่ 1 ซึ่งเป็นนายจ้างกับโจทก์ที่ 2 ซึ่งเป็นลูกจ้าง ตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์

พ.ศ. 2518 มาตรา 19 เมื่อโจทก์ที่ 2 มีผลงานไม่เป็นที่พอใจโจทก์ที่ 1 ซึ่งเป็นนายจ้าง ได้ถูกตักเตือนถึงข้อบกพร่องหลายครั้ง หลายหนตลอดมาเป็นเวลาถึง 5 ปี โดยนายจ้างได้ว่ากล่าวและตักเตือนเป็นหนังสือแล้วหลายครั้ง หลังจากนั้นโจทก์ที่ 1 จึงได้ปลดโจทก์ที่ 2 ออกจากงาน ถือได้ว่าโจทก์ที่ 2 ฝ่าฝืนข้อบังคับ ระเบียบหรือคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายของนายจ้าง โดยนายจ้างได้ว่ากล่าวตักเตือนเป็นหนังสือแล้ว ตามมาตรา 123(3) แห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 การกระทำของโจทก์ที่ 1 หาขัดกับบทบัญญัติมาตราดังกล่าวนี้ไม่

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
ชุบ วีระเวคิน · อัมพล สุวรรณภักดี · สมบูรณ์ บุญภินนท์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment, B.E. 2567 (ref. 710790)

กรณีนายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างโดยนายจ้างไม่จ่ายค่าชดเชยหรือค่าจ้างแทนการบอกกล่าวหน้าหรือเงินอย่างหนึ่งอย่างใดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ลูกจ้างมีสิทธิยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานเพื่อให้มีคำสั่ง…

Supreme Court Judgment, B.E. 2567 (ref. 706930)

กรณีนายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างโดยนายจ้างไม่จ่ายค่าชดเชยหรือค่าจ้างแทนการบอกกล่าวหน้าหรือเงินอย่างหนึ่งอย่างใดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ลูกจ้างมีสิทธิยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานเพื่อให้มีคำสั่ง…

Supreme Court Judgment No. 5712/2561

พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 123 บัญญัติห้ามไม่ให้นายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างซึ่งเกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้องในระหว่างที่ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างหรือคำชี้ขาดมีผลใช้บังคับ เว้นแต่ลูกจ้างกระทำความผิดต…

Supreme Court Judgment No. 15347/2558

แม้ผู้กล่าวหาซึ่งเป็นลูกจ้างของโจทก์จะมิได้ร่วมลงลายมือชื่อในข้อเรียกร้องมาตั้งแต่ต้น แต่เมื่อภายหลังจากฝ่ายลูกจ้างแจ้งข้อเรียกร้อง ฝ่ายโจทก์กับฝ่ายลูกจ้างมีการเจรจากันตามกฎหมายแล้วแต่ไม่สามารถตกลงกัน…

Supreme Court Judgment No. 3943/2557

พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 121 ไม่ได้บัญญัติให้คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ต้องวินิจฉัยว่าการเลิกจ้างที่เป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรมต้องใช้เหตุเลิกจ้างเฉพาะที่ระบุไว้ในหนังสือเลิกจ้างเท่านั้น จะยกเ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up