Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 3184/2540

พ.ศ. 2540 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์ซึ่งเป็นลูกจ้างจำเลยได้ด่า ส. ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาของโจทก์ว่า "ตอแหล" ต่อหน้าพนักงานอื่นในสถานที่ทำงานขณะที่ ส.สั่งห้ามพนักงานพูดเสียงดังการที่โจทก์ด่าส.โดยใช้ถ้อยคำว่า "ตอแหล" ซึ่งมีความหมายว่าเป็นคนพูดเท็จอันเป็นการแสดงกิริยากระด้างกระเดื่องต่อผู้บังคับบัญชาด้วยการใช้วาจาดูหมิ่น เหยียดหยามและก้าวร้าว เป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยซึ่งจำเลยได้จัดไว้ในหัวข้อเรื่องวินัยและความประพฤติทั่วไปของพนักงาน แยกต่างหากจากหัวข้อเรื่องความผิดร้ายแรงซึ่งได้ระบุการกระทำที่เป็นความผิดร้ายแรงไว้โดยเฉพาะ ซึ่งแสดงว่าจำเลยไม่ได้ถือว่าการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานดังกล่าวเป็นความผิดกรณีร้ายแรงแต่อย่างใด ดังนั้น เมื่อปรับการกระทำของโจทก์กับระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยดังกล่าวแล้ว การกระทำของโจทก์เป็นเพียงฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยเป็นกรณีทั่วไป หาเป็นความผิดกรณีร้ายแรงไม่ เมื่อไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยเตือนโจทก์เป็นหนังสือมาก่อน จำเลยเลิกจ้างโจทก์จึงต้องจ่ายค่าชดเชยตามข้อ 46 แห่งประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน

Provisions the court ruled on

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน Section 47

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างจำเลยเมื่อวันที่7 ตุลาคม 2538 จำเลยได้เลิกจ้างโจทก์โดยโจทก์ไม่มีความผิดและโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้า อันเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมจำเลยจึงต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าคิดเป็นเงิน3,480 บาท โจทก์ทำงานให้จำเลยติดต่อกันครบ 3 ปีแล้ว จึงมีสิทธิได้รับค่าชดเชยจากจำเลยคิดเป็นเงิน 26,100 บาท และโจทก์ได้รับความเสียหายจากการที่ขาดรายได้ในการประกอบอาชีพคิดเป็นเงิน 21,750 บาท นอกจากนี้จำเลยยังค้างจ่ายค่าจ้างโจทก์จำนวน 2,610 บาท ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินดังกล่าวแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปียกเว้นดอกเบี้ยในค่าจ้างค้างจ่ายให้คิดอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ทั้งนี้นับแต่วันเลิกจ้างสำหรับดอกเบี้ยในค่าชดเชย

ส่วนดอกเบี้ยในเงินอื่นนับแต่วันฟ้องจนกว่าชำระเสร็จจำเลยให้การว่า จำเลยไม่ได้ค้างจ่ายค่าจ้างแก่โจทก์จำเลยเลิกจ้างโจทก์เนื่องจากโจทก์ด่าผู้บังคับบัญชาในแผนกในขณะทำงานซึ่งมีพนักงานที่อยู่ด้วย อันเป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยเป็นกรณีร้ายแรง จำเลยเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่จำต้องบอกกล่าวล่วงหน้า และมิใช่การเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม จำเลยจึงไม่ต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าค่าชดเชยและค่าเสียหายแก่โจทก์ ขอให้ยกฟ้องวันนัดพิจารณาคู่ความแถลงรับข้อเท็จจริงกันว่า โจทก์ได้รับค่าจ้างค้างจ่ายจากจำเลยแล้ว

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า การกระทำของโจทก์เพียงกล่าวคำในลักษณะที่ทำให้นางสาวสมปองเสียหายไม่ถึงกับทำร้ายร่างกายหรือทะเลาะวิวาท หลังจากนั้นโจทก์ยังคงทำงานต่อไปตามหน้าที่ไม่ทำให้จำเลยเสียหายจึงมิใช่ความผิดกรณีร้ายแรง แต่การกระทำของโจทก์มีลักษณะกระด้างกระเดื่องต่อผู้บังคับบัญชาและขัดคำสั่งของผู้บังคับบัญชาที่สั่งให้โจทก์หยุดพูดคุย จำเลยมีเหตุสมควรที่จะเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าและไม่ใช่เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมจำเลยไม่ต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าเสียหายตามฟ้องแก่โจทก์ แต่จำเลยจะต้องจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์พิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยจำนวน 26,100 บาท แก่โจทก์คำขออื่นให้ยกจำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า คดีขึ้นมาสู่การวินิจฉัยของศาลฎีกาตามอุทธรณ์ของจำเลยในปัญหาว่า การกระทำของโจทก์เป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยเป็นกรณีร้ายแรงอันจำเลยเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์หรือไม่

จำเลยอุทธรณ์ว่าการที่โจทก์ด่านางสาวสมปองผู้บังคับบัญชาซึ่งเป็นผู้ควบคุมงานต่อหน้าพนักงานอื่น60 กว่าคน ว่า "ตอแหล" ตามที่ศาลแรงงานกลางรับฟังมานั้นเป็นการกระด้างกระเดื่อง หยาบคายดูหมิ่น ก้าวร้าวต่อผู้บังคับบัญชา ฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยหมวด 9 ข้อ 7 และข้อ 26 ทำให้จำเลยซึ่งเป็นนายจ้างเสียหายแก่การปกครองและการบังคับบัญชาจึงเป็นความผิดกรณีร้ายแรง จำเลยเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยนั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงปรากฏว่า โจทก์ได้ด่านางสาวสมปองซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาของโจทก์ว่า "ตอแหล" ต่อหน้าพนักงานอื่นในสถานที่ทำงานขณะที่นางสาวสมปองสั่งห้ามพนักงานพูดเสียงดังเห็นว่า ตามระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยเอกสารหมาย ล.1 หมวด 9 เรื่องวินัยและความประพฤติทั่วไปของพนักงาน ข้อ 7 มีข้อความว่า "พนักงานต้องไม่แสดงกิริยาใช้วาจาวาดรูปภาพลามกอนาจาร หรือขีดเขียนข้อความหยาบคายก้าวร้าวดูหมิ่น ล่วงเกินหรือเหยียดหยามบุคคลใด ๆ ในสถานที่ทำการหรือบริเวณบริษัทฯ หรือไม่กล่าววาจายุยง ส่งเสริมส่อเสียด" และข้อ 26 มีข้อความว่า "พนักงานต้องปฏิบัติงานในหน้าที่ของตนที่ได้รับมอบหมายอย่างสุดความสามารถเพื่อให้ผลดีแก่บริษัทฯ และตัวพนักงานเอง และต้องเชื่อฟังปฏิบัติตามคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายของผู้บังคับบัญชา

ไม่แสดงอาการหยาบคายหรือกระด้างกระเดื่องต่อผู้บังคับบัญชา" การที่โจทก์ด่านางสาวสมปองโดยใช้ถ้อยคำว่า "ตอแหล" ซึ่งมีความหมายว่าเป็นคนพูดเท็จนั้นเป็นการแสดงกิริยากระด้างกระเดื่องต่อผู้บังคับบัญชาด้วยการใช้วาจาดูหมิ่น เหยียดหยาม และก้าวร้าวเป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยดังกล่าวข้างต้นซึ่งจำเลยได้จัดไว้ในหัวข้อเรื่องวินัยและความประพฤติทั่วไปของพนักงานแยกต่างหากจากหัวข้อเรื่องความผิดร้ายแรงซึ่งได้ระบุการกระทำที่เป็นความผิดร้ายแรงไว้โดยเฉพาะแสดงให้เห็นชัดว่า จำเลยไม่ได้ถือว่าการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานหมวด 9 ข้อ 7และข้อ 26 เป็นความผิดกรณีร้ายแรงแต่อย่างใด ดังนั้น

เมื่อปรับการกระทำของโจทก์กับระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยดังกล่าวแล้วจะเห็นได้ว่าการกระทำของโจทก์เป็นเพียงฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยเป็นกรณีทั่วไป หาเป็นความผิดกรณีร้ายแรงไม่ กับทั้งได้พิเคราะห์พฤติการณ์การกระทำของโจทก์แล้วเห็นว่าเป็นเพียงการกระทบกระทั่งล่วงเกินกันธรรมดาอันเป็นปกติของพนักงานซึ่งทำงานอยู่ร่วมกันจำนวนมากย่อมจะหลีกเลี่ยงได้ยากไม่ทำให้จำเลยซึ่งเป็นนายจ้างต้องเสียหายแก่การปกครองและการบังคับบัญชาเมื่อไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยเตือนโจทก์เป็นหนังสือมาก่อน จำเลยเลิกจ้างโจทก์จึงต้องจ่ายค่าชดเชย ตามข้อ 46 แห่งประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องการคุ้มครองแรงงานพิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
ณรงค์ ตันติเตมิท · อัมพร ทองประยูร · อำนวย หมวดเมือง
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 3211/2545

การที่โจทก์ยื่นใบลาป่วยโดยมีใบรับรองแพทย์และได้รับอนุญาตให้ลาจนครบกำหนด และมาทำงานแล้ว ก็ตาม หากจำเลยสงสัยว่าโจทก์ป่วยจริงหรือไม่หรือใช้สิทธิลาป่วยไม่สุจริต ก็ชอบที่จะสั่งให้โจทก์ไปตรวจกับ แพทย์อื่นซึ…

Supreme Court Judgment No. 7038/2544

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานฯ ข้อ 2 และข้อ 47 ประกอบ ป.พ.พ. มาตรา 583 หมายความว่า ลูกจ้างคือผู้ซึ่งตกลงทำงานให้แก่นายจ้างโดยรับค่าจ้าง ทั้งนี้ ลูกจ้างต้องปฏิบัติตามข้อบังคับเกี่ยวกับ…

Supreme Court Judgment No. 2417/2544

ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานฯ ข้อ 2 และข้อ 47 ประกอบ ป.พ.พ. มาตรา 583 บทบัญญัติกฎหมายดังกล่าว หมายความว่า ลูกจ้างคือผู้ซึ่งตกลงทำงานให้แก่นายจ้างโดยได้รับค่าจ้าง ทั้งนี้ลูกจ้างต้อง…

Supreme Court Judgment No. 2257/2543

ประกาศของจำเลยที่ห้ามพนักงานของโรงแรมซึ่งเป็นลูกจ้างของจำเลยไปขับรถจักรยานยนต์รับจ้างนอกเวลาทำงานตามปกติ ได้ระบุถึงเขตพื้นที่ที่ห้ามไว้โดยเฉพาะคือบริเวณโรงแรมของจำเลยเท่านั้น จึงเป็นอำนาจของจำเลยที่จะ…

Supreme Court Judgment No. 1896/2543

โจทก์ทำงานอยู่แผนกจัดส่ง มีหน้าที่รับส่งและบรรจุน้ำมันลงถังการที่ ว. หัวหน้าแผนกซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาของโจทก์สั่งให้โจทก์ไปตักน้ำมัน และไขน้ำมันจากท่อน้ำรวมในโรงงานซึ่งมีน้ำสกปรกไหลผ่าน เป็นการสั่งให…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up